- 20
- February
ถ้าคุณเป็นผู้บริหารที่เคยได้ยินคำว่า "ERP" แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่ ทำไมองค์กรอื่นถึงใช้กัน และมันจะช่วยธุรกิจของคุณได้จริงหรือเปล่า — บทความนี้เขียนมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ เราจะอธิบายทุกอย่างแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องมีพื้นฐานไอที ตั้งแต่ ERP คืออะไร ทำงานอย่างไร มีโมดูลอะไรบ้าง ไปจนถึงวิธีเลือก ERP ที่เหมาะกับองค์กรของคุณ
ERP คืออะไร? — คำตอบแบบเข้าใจง่าย
ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning หรือ ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร — พูดง่ายๆ คือ ซอฟต์แวร์ที่รวมทุกระบบงานขององค์กรเข้าด้วยกันบนฐานข้อมูลเดียว
ลองนึกภาพว่าในองค์กรของคุณ ตอนนี้มีแผนกAccountingใช้โปรแกรมAccounting แผนกคลังสินค้าใช้ Excel ติดตามสต็อก แผนกจัดซื้อใช้อีกโปรแกรมหนึ่ง แผนก HR ใช้อีกระบบ — ข้อมูลกระจัดกระจายอยู่คนละที่ ไม่เชื่อมถึงกัน เวลาจะดูภาพรวมต้องรวบรวมจากหลายแหล่ง
ERP จะรวมทุกอย่างเข้ามาอยู่ในระบบเดียว — Accounting คลังสินค้า จัดซื้อ การผลิต HR CRM ระบบรายงาน — ทุกแผนกใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน อัปเดตพร้อมกัน ผู้บริหารเห็นภาพรวมทั้งองค์กรได้ทันที
ERP ย่อมาจากอะไร? — ประวัติโดยสังเขป
Enterprise Resource Planning แปลตรงตัวว่า "การวางแผนทรัพยากรขององค์กร" แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่วิวัฒนาการมาหลายทศวรรษ:
| ยุค | ชื่อระบบ | ขอบเขต |
|---|---|---|
| ค.ศ. 1960s | ระบบวางแผนวัตถุดิบ (Material Planning) | คำนวณความต้องการวัตถุดิบสำหรับการผลิต |
| ค.ศ. 1980s | ระบบวางแผนทรัพยากรการผลิต (Manufacturing Planning) | เพิ่มการวางแผนกำลังการผลิต การเงิน และ HR เข้ามา |
| ค.ศ. 1990s | ERP (Enterprise Resource Planning) | รวมทุกระบบงานขององค์กร ทั้งAccounting จัดซื้อ ผลิต HR ขาย |
| ค.ศ. 2000s–ปัจจุบัน | ERP II / Cloud ERP | เพิ่มการเชื่อมต่อกับคู่ค้า ลูกค้า และรองรับการใช้งานผ่าน Cloud |
จะเห็นว่า ERP ในปัจจุบันไม่ใช่แค่ระบบAccountingหรือระบบคลังสินค้า แต่เป็น แกนกลางของระบบสารสนเทศทั้งองค์กร ที่เชื่อมโยงทุกกระบวนการทำงานเข้าด้วยกัน
โมดูลหลักของระบบ ERP
ระบบ ERP ประกอบด้วย "โมดูล" หลายตัว แต่ละโมดูลรับผิดชอบงานเฉพาะด้าน แต่ทั้งหมดเชื่อมต่อกันบนฐานข้อมูลเดียว:
| โมดูล | ชื่อภาษาอังกฤษ | หน้าที่หลัก |
|---|---|---|
| Accountingและการเงิน | GL / AP / AR | สมุดAccounting รายรับ-รายจ่าย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ งบการเงิน ปิดงบอัตโนมัติ |
| จัดซื้อจัดจ้าง | Procurement / PO | ใบขอซื้อ ใบสั่งซื้อ เปรียบเทียบราคา ติดตามการส่งมอบ |
| คลังสินค้า | Warehouse / WM | รับ-จ่ายสินค้า ติดตามสต็อก FIFO/LIFO/Average ตรวจนับ |
| การผลิต | Manufacturing / MFG | BOM สูตรการผลิต ใบสั่งผลิต ติดตามงานระหว่างทำ (WIP) คำนวณต้นทุน |
| ทรัพยากรบุคคล | HR / HRM | ข้อมูลพนักงาน เงินเดือน ลางาน ประเมินผล ฝึกอบรม |
| ลูกค้าสัมพันธ์ | CRM | ติดตามลูกค้า ใบเสนอราคา Pipeline การขาย Servicesหลังการขาย |
| งบประมาณ | Budget Management | วางแผนงบประมาณ ควบคุมการเบิกจ่าย เปรียบเทียบงบกับค่าใช้จ่ายจริง |
| รายงานและวิเคราะห์ | Reporting / BI | Dashboard ภาพรวม รายงานเชิงวิเคราะห์ กรองข้อมูลข้ามโมดูล |
องค์กรไม่จำเป็นต้องใช้ทุกโมดูลตั้งแต่แรก — สามารถเริ่มจากโมดูลที่จำเป็นที่สุด (เช่น Accounting + จัดซื้อ + คลังสินค้า) แล้วค่อยขยายเพิ่มในภายหลัง
ก่อน ERP vs หลัง ERP — เปรียบเทียบให้เห็นชัด
เพื่อให้เห็นภาพว่า ERP เปลี่ยนแปลงการทำงานขององค์กรอย่างไร ลองเปรียบเทียบสถานการณ์ "ก่อน" และ "หลัง" ใช้ ERP:
| ปัญหา (ก่อนใช้ ERP) | ผลลัพธ์ (หลังใช้ ERP) |
|---|---|
| ข้อมูลกระจัดกระจาย แต่ละแผนกใช้ระบบคนละตัว | ข้อมูลรวมศูนย์ ฐานข้อมูลเดียว ทุกแผนกเห็นข้อมูลเดียวกัน |
| ใช้ Excel แยกแผนก คีย์ข้อมูลซ้ำซ้อน | กรอกข้อมูลครั้งเดียว ระบบเชื่อมต่อถึงกันอัตโนมัติ |
| ปิดงบล่าช้า ใช้เวลาหลายสัปดาห์ | ปิดงบได้เร็วขึ้น ข้อมูลพร้อมสรุปทันที |
| ไม่รู้สต็อกแบบ Real-time ต้องนับด้วยมือ | รู้ยอดสต็อกทันที ระบบอัปเดตทุกรายการรับ-จ่าย |
| ตรวจสอบย้อนกลับยาก หาที่มาของตัวเลขไม่ได้ | ทุกรายการมี Audit Trail ตรวจสอบได้ว่าใคร ทำอะไร เมื่อไหร่ |
| ผู้บริหารดูภาพรวมไม่ได้ ต้องรอรายงานจากแต่ละแผนก | Dashboard แสดงข้อมูลสำคัญแบบ Real-time ดูได้ทุกที่ทุกเวลา |
| อนุมัติเอกสารช้า ต้องส่งกระดาษหรือ Email | Workflow อนุมัติออนไลน์ แจ้งเตือนอัตโนมัติ ทำงานจากทุกที่ได้ |
ตัวอย่างเหตุการณ์จริง:
องค์กรหนึ่งใช้เวลา 3 สัปดาห์ ในการปิดงบรายเดือน เพราะต้องรวบรวม Excel จาก 5 แผนก กระทบยอด และแก้ไขข้อมูลที่ไม่ตรงกัน หลังจากใช้ ERP สามารถปิดงบได้ภายใน 3 วันทำการ เพราะข้อมูลทุกแผนกบันทึกเข้าระบบเดียวกันตั้งแต่ต้น
ERP เหมาะกับใครบ้าง?
หลายคนอาจคิดว่า ERP เหมาะเฉพาะบริษัทใหญ่ แต่ในความเป็นจริง ERP เหมาะกับองค์กรหลากหลายประเภท:
- องค์กรที่เริ่มมีพนักงาน 30 คนขึ้นไป — เมื่อทีมโตขึ้น การจัดการด้วย Excel เริ่มไม่พอ ข้อมูลเริ่มผิดพลาด การสื่อสารระหว่างแผนกเริ่มมีปัญหา ERP ช่วยสร้างระบบที่เป็นมาตรฐาน
- ธุรกิจผลิต (Manufacturing) — ต้องจัดการวัตถุดิบ สูตรการผลิต ต้นทุน สต็อก WIP ระบบ ERP ช่วยวางแผนการผลิตได้แม่นยำ
- ธุรกิจที่ต้องปิดงบการเงิน — ทั้งบริษัทเอกชนที่ต้องส่งงบให้ผู้ถือหุ้น และหน่วยงานรัฐที่ต้องรายงานตามระเบียบ ERP ทำให้ปิดงบได้เร็วและถูกต้อง
- องค์กรรัฐและหน่วยงานราชการ — ต้องมีระบบงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง Inventory ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตามระเบียบกรมAccountingกลาง
- ธุรกิจที่กำลังเติบโต — เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ลูกค้ามากขึ้น ออเดอร์มากขึ้น ระบบเดิมเริ่มรองรับไม่ไหว ERP ช่วยให้โตได้อย่างมีระบบ
- ธุรกิจที่มีหลายสาขาหรือหลายบริษัท — ERP รวมข้อมูลทุกสาขา ทุกบริษัทในเครือ ผู้บริหารเห็นภาพรวมทั้งกลุ่มบริษัทได้ในจอเดียว
สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือก ERP
การเลือก ERP ไม่ใช่แค่เลือกซอฟต์แวร์ แต่เป็นการเลือก "ระบบที่จะเปลี่ยนวิธีทำงานขององค์กรทั้งหมด" ดังนั้น ควรพิจารณาเรื่องเหล่านี้อย่างรอบคอบ:
1. Cloud vs On-premise
| เกณฑ์ | Cloud ERP | On-premise ERP |
|---|---|---|
| การติดตั้ง | ไม่ต้องลง Server เข้าใช้ผ่าน Browser | ติดตั้งบน Server ขององค์กร |
| ค่าใช้จ่าย | จ่ายรายเดือน/รายปี เริ่มต้นถูกกว่า | ลงทุนครั้งเดียวสูงกว่า แต่ไม่มีค่ารายเดือน |
| การ Customize | Customize ได้ระดับหนึ่ง ตามที่ผู้ให้Servicesกำหนด | Customize ได้ลึก ปรับได้ตามต้องการ |
| ความปลอดภัยข้อมูล | ข้อมูลอยู่บน Cloud ต้องเชื่อมั่นผู้ให้Services | ข้อมูลอยู่ในองค์กร ควบคุมได้เต็มที่ |
| เหมาะกับ | SME ที่ไม่มีทีม IT, อยากเริ่มเร็ว | องค์กรขนาดใหญ่, หน่วยงานที่ต้องการควบคุมข้อมูลเอง |
2. งบประมาณ
ค่าใช้จ่ายของ ERP ไม่ได้มีแค่ค่าซอฟต์แวร์ แต่ยังรวมถึง:
- ค่า License หรือค่าServicesรายเดือน — ขึ้นอยู่กับจำนวน User และโมดูลที่ใช้
- ค่า Implementation — ค่าปรับแต่ง ติดตั้ง ตั้งค่าระบบ
- ค่า Training — อบรมผู้ใช้งานทุกแผนก
- ค่า Data Migration — ย้ายข้อมูลจากระบบเก่าเข้าระบบใหม่
- ค่า Support รายปี — ค่าดูแลระบบ แก้ไขปัญหา อัปเดต
3. ผู้ให้Services (Vendor)
เลือกผู้ให้Servicesที่:
- มีประสบการณ์กับองค์กรที่มีขนาดและประเภทใกล้เคียงกับคุณ
- มี Reference Site ให้ไปดูงานได้
- มีทีม Support ในประเทศไทย พูดภาษาไทยได้
- มีแผนพัฒนาซอฟต์แวร์ระยะยาว ไม่ใช่ซื้อมาแล้วไม่มีอัปเดต
4. ความสามารถในการ Customize
ทุกองค์กรมีกระบวนการทำงานเฉพาะตัว ERP ที่ดีต้อง ปรับได้ตาม Business Process ขององค์กร ไม่ใช่บังคับให้องค์กรปรับตัวตามระบบทุกอย่าง — แต่ก็ต้องระวังไม่ Customize มากเกินจนอัปเกรดยากในอนาคต
5. การ Support หลังติดตั้ง
ERP ไม่ใช่สินค้าที่ซื้อแล้วจบ — ต้องมีทีม Support คอยดูแล แก้ไขปัญหา อัปเดตระบบ อบรมผู้ใช้ใหม่ และปรับปรุงระบบตามที่ธุรกิจเปลี่ยนแปลง
Saeree ERP — ระบบ ERP ที่ออกแบบมาสำหรับองค์กรไทย
Saeree ERP พัฒนาโดยบริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ Solutions จำกัด เป็นระบบ ERP ที่ออกแบบมาสำหรับองค์กรไทยโดยเฉพาะ รองรับทั้งภาษาไทย ระเบียบAccountingไทย และกระบวนการทำงานแบบไทย
| จุดเด่น | รายละเอียด |
|---|---|
| ครบทุกโมดูล | Accounting จัดซื้อ คลังสินค้า การผลิต HR CRM งบประมาณ ครบในระบบเดียว |
| ออกแบบสำหรับองค์กรไทย | รองรับผังAccountingไทย ภาษีมูลค่าเพิ่ม หัก ณ ที่จ่าย ระเบียบInventory และมาตรฐานAccountingไทย |
| Customize ได้ | ปรับแต่ง Workflow รายงาน และฟอร์มเอกสารให้ตรงกับกระบวนการขององค์กร |
| รองรับทั้ง Cloud และ On-premise | เลือกรูปแบบการติดตั้งที่เหมาะกับนโยบายขององค์กร |
| ทีม Support ในไทย | ทีมงานคนไทย พร้อมให้คำปรึกษา ฝึกอบรม และดูแลหลังติดตั้ง |
| Technologyทันสมัย | สร้างบนฐานข้อมูล PostgreSQL มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล |
Saeree ERP มีลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน ครอบคลุมทั้งองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่ สามารถดูSuccess Storiesจากลูกค้าจริงได้
ERP ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีทำงานขององค์กรทั้งหมด — จากการทำงานแบบแยกส่วน มาเป็นการทำงานแบบบูรณาการ ที่ทุกแผนกเชื่อมโยงกัน ข้อมูลถูกต้อง ทันเวลา และตรวจสอบได้
- Saeree ERP Team
สรุป — Key Takeaways
- ERP คือระบบรวมศูนย์ — เชื่อมทุกแผนก ทุกกระบวนการ บนฐานข้อมูลเดียว ไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ไม่ต้องรวม Excel จากหลายแหล่ง
- ERP ไม่ใช่แค่ระบบAccounting — ครอบคลุมตั้งแต่จัดซื้อ คลังสินค้า การผลิต HR CRM ไปจนถึง Dashboard สำหรับผู้บริหาร
- ERP เหมาะกับทุกขนาดองค์กร — ตั้งแต่ SME 30 คน ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่และหน่วยงานรัฐ สิ่งสำคัญคือเลือกโมดูลที่เหมาะกับความต้องการ
- การเลือก ERP ต้องพิจารณารอบด้าน — ไม่ใช่แค่ราคา แต่ต้องดูความสามารถในการ Customize, Support หลังติดตั้ง, Reference Site และแผนพัฒนาระยะยาว
- Cloud vs On-premise — แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสีย เลือกตามนโยบายขององค์กร ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว
- ERP เป็นการลงทุนระยะยาว — ไม่ใช่แค่ซื้อซอฟต์แวร์ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีทำงาน ต้องมีทีม Support ดูแลต่อเนื่อง
หากคุณสนใจเริ่มต้นใช้ระบบ ERP หรืออยากเข้าใจว่า ERP จะช่วยองค์กรของคุณได้อย่างไร สามารถนัดหมาย Demo หรือติดต่อทีมที่ปรึกษาเพื่อพูดคุยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
