02-347-7730  |  Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ติดต่อเรา

ปีงบประมาณใหม่เริ่ม 1 ตุลาคม: เช็กลิสต์ 30 วันแรกของหน่วยงานรัฐ เงินปีเก่าค้างสถานะไหน ต้องทำอะไรต่อ

ปีงบประมาณใหม่เริ่ม 1 ตุลาคม: เช็กลิสต์ 30 วันแรกของหน่วยงานรัฐ เงินปีเก่าค้างสถานะไหน ต้องทำอะไรต่อ
  • 01
  • ตุลาคม

"ปีงบประมาณใหม่เริ่ม 1 ตุลาคม: เช็กลิสต์ 30 วันแรกของหน่วยงานรัฐ เงินปีเก่าค้างสถานะไหน ต้องทำอะไรต่อ" — คำตอบสั้นที่สุดคือ เงินปี 2569 ที่ยังค้างอยู่ใน 3 สถานะ จอง ผูกพัน ค้างจ่าย ไม่ได้หายไปในวันที่ 1 ตุลาคม แต่ก็ไม่ได้ไปต่อเองทุกรายการ รายการผูกพันและค้างจ่ายไปต่อได้แน่นอน ส่วนรายการจองต้องแยกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่เข้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้วให้ไปต่อ ส่วนจองงบดำเนินงานที่ยังไม่ได้ดำเนินงานในปีที่ผ่านมาต้องยกเลิก แล้วตั้งเรื่องขอใช้งบดำเนินงานปี 2570 แทน บทความนี้แยกให้เห็นว่าเงินแต่ละสถานะในระบบงบประมาณเกิดอะไรขึ้นหลัง 1 ตุลาคม ให้เช็กลิสต์ 4 สัปดาห์พร้อมหลักฐานว่าเสร็จ และเล่าว่าระบบที่กันเงินตามสถานะช่วยตัดงานยกยอดได้อย่างไร

สรุปสั้นๆ: 30 วันแรกของปีงบประมาณใหม่ทำ 4 เรื่องตามลำดับ กระทบยอดเงินปีเก่ากับ GFMIS แยกรายการจองว่าเข้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้วหรือยัง ยกเลิกจองงบดำเนินงานที่ยังไม่ได้ทำแล้วตั้งเรื่องใหม่ ตั้งแผนปีใหม่ แล้วเร่งตั้งหนี้งานที่ตรวจรับแล้ว เพราะเงินที่ไปต่อได้ต้องมีสัญญาหรือมีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเดินอยู่แล้ว

1. วันที่ 1 ตุลาคม มีเงินสองปีซ้อนกันอยู่บนโต๊ะ

ปีงบประมาณของหน่วยงานรัฐไทยเริ่ม 1 ตุลาคม และสิ้นสุด 30 กันยายน ปีนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 30 กันยายน 2569 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท และมีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 แผนปีใหม่จึงเริ่มใช้ได้ทันที ไม่ต้องใช้งบไปพลางก่อนเหมือนบางปีที่กฎหมายออกช้า

แต่เงินปี 2569 ไม่ได้จบลงพร้อมวันสิ้นปีงบประมาณ รายการที่อนุมัติไปแล้วแต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน ยังค้างอยู่ในระบบใน 3 สถานะ คือ จอง ผูกพัน และค้างจ่าย เจ้าหน้าที่งบประมาณจึงต้องดูเงินสองก้อนพร้อมกันตลอดเดือนตุลาคม ก้อนหนึ่งคือแผนปี 2570 ที่เพิ่งเปิด อีกก้อนคือเงินปี 2569 ที่ต้องตัดสินใจทีละรายการว่าจะไปต่อหรือยกเลิก

กฎหมายวางกรอบไว้ชัด พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 43 ให้ขอเบิกเงินจากคลังได้เฉพาะภายในปีงบประมาณนั้น ยกเว้นกรณีที่หน่วยรับงบประมาณได้ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณและเบิกไม่ทัน จึงขยายเวลาขอเบิกได้อีกไม่เกิน 6 เดือนของปีงบประมาณถัดไป ถ้ายังจำเป็นต้องเบิกหลังจากนั้น ต้องทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อขยายได้อีกไม่เกิน 6 เดือน คำสำคัญของมาตรานี้คือ "ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปี" รายการที่มีสัญญาแล้วจึงไปต่อได้แน่นอน ส่วนรายการที่อนุมัติแล้วแต่ยังไม่มีสัญญา ต้องดูต่ออีกสองอย่าง คือเข้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้วหรือยัง และใช้เงินแหล่งใด

สถานะในระบบความหมายลงบัญชีแล้วหรือยังหลัง 1 ตุลาคม เกิดอะไรขึ้น
แผนเงินงบประมาณทั้งหมดในแผนนั้นยังส่วนที่ยังไม่ได้จองหรือก่อหนี้ภายใน 30 กันยายน ใช้ต่อไม่ได้ ปิดแผนปีเก่า เปิดแผนปีใหม่
จองได้รับอนุมัติให้ใช้จ่ายแล้ว แต่ยังไม่ทำสัญญาหรือเบิกจ่ายยังระบบกันเงินไว้ให้และดึงไปใช้ต่อในปีใหม่ได้ แยกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่เข้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว เช่น ประกาศจัดซื้อหรืออยู่ระหว่างคัดเลือกผู้ขาย ให้ไปต่อจนได้สัญญา ส่วนจองงบดำเนินงานที่ยังไม่ได้ดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ต้องยกเลิก แล้วตั้งเรื่องขอใช้งบดำเนินงานปี 2570 แทน
ผูกพันจากขั้นจอง ทำสัญญาหรือออกใบสั่งซื้อแล้ว แต่ยังไม่ตั้งหนี้ยังมีหนี้ผูกพันแล้ว กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้ งานที่เหลือคือติดตามส่งมอบและตรวจรับให้ทันกรอบขยายเวลา
ค้างจ่ายจากขั้นผูกพัน ตรวจรับงานผ่านและส่งเบิก (ตั้งหนี้) แล้วลงแล้วเป็นหนี้ที่บันทึกบัญชีแล้ว เร่งทำรายการจ่ายภายในกรอบที่กันเงินไว้
จ่ายแล้วทำรายการจ่ายและตัดเงินจากบัญชีแล้วลงแล้วจบ เหลือเพียงกระทบยอดกับรายงานการเงินปี 2569

นิยามและแนวปฏิบัติช่วงเปลี่ยนปีในตารางนี้คือที่ใช้ในระบบงบประมาณของเรา หน่วยงานอื่นอาจใช้คำเดียวกันในความหมายต่างกัน ก่อนไล่รายการจึงควรตกลงกับฝ่ายบัญชีและฝ่ายพัสดุให้ตรงกันก่อนว่าคำไหนหมายถึงขั้นไหน รายละเอียดการเดินของเงินแต่ละขั้นอ่านเพิ่มได้ที่ ระบบงบประมาณใน ERP วางแผน ปรับแผน โอนเปลี่ยนแปลง

หน่วยงานของท่านยังทำเรื่องนี้ด้วย Excel และกระดาษอยู่หรือไม่?

Saeree ERP ออกแบบตามระเบียบราชการไทย — งบประมาณ 3 แหล่งเงิน · จอง/ผูกพัน/ค้างจ่าย · ครุภัณฑ์ · จัดซื้อจัดจ้าง · อนุมัติแบบบันทึกข้อความ

2. เส้นลงบัญชีอยู่ตรง "ตั้งหนี้" ไม่ใช่ตรง "ทำสัญญา"

จุดที่ฝ่ายพัสดุกับฝ่ายบัญชีเห็นตัวเลขไม่ตรงกันบ่อยที่สุด คือรายการที่ทำสัญญาแล้วแต่ยังไม่ตรวจรับ ฝ่ายพัสดุนับว่าเงินก้อนนั้นใช้ไปแล้ว เพราะมีสัญญาผูกมัด แต่ในสมุดบัญชียังไม่มีรายการใดเลย เพราะหนี้จะเกิดเมื่อตรวจรับงานผ่านและส่งเบิกเท่านั้น ระบบจึงต้องแยกสองขั้นนี้ออกจากกันเป็น ผูกพัน กับ ค้างจ่าย ถ้ารวมเป็นช่องเดียว ฝ่ายบัญชีจะหาตัวเลขของตัวเองไม่พบ

ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ แผนงานหนึ่งมีวงเงิน 10 ล้านบาท ณ วันที่ 30 กันยายน มีรายการค้างอยู่ดังนี้

สถานะจำนวน (ตัวอย่าง)ฝ่ายพัสดุเห็นเป็นฝ่ายบัญชีเห็นเป็นข้ามปีได้หรือไม่
จอง1,000,000ใช้แล้ว (มีใบอนุมัติ)ไม่มีรายการได้ ถ้าเข้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ส่วนงบดำเนินงานที่ยังไม่ได้ทำ ยกเลิกแล้วตั้งเรื่องใหม่ในปี 2570
ผูกพัน3,000,000ใช้แล้ว (มีสัญญา)ไม่มีรายการ เปิดเผยเป็นภาระผูกพันในหมายเหตุได้ได้ กันเงินเหลื่อมปี
ค้างจ่าย2,000,000ใช้แล้วเจ้าหนี้ 2,000,000ได้ เบิกในกรอบขยายเวลา
จ่ายแล้ว3,500,000ใช้แล้วค่าใช้จ่าย 3,500,000จบแล้ว
เหลือใช้500,000เหลือไม่มีรายการไม่ข้ามปี

ตารางนี้อธิบายว่าทำไมรายงานจากฝ่ายพัสดุที่บอกว่า "ใช้จ่ายแล้ว 9.5 ล้าน" กับรายงานจากฝ่ายบัญชีที่บอกว่า "ค่าใช้จ่าย 3.5 ล้าน" ถูกทั้งคู่ แต่ตอบคนละคำถาม ฝ่ายแรกตอบว่าเหลือวงเงินให้อนุมัติอีกเท่าไร ฝ่ายหลังตอบว่าเกิดรายจ่ายทางบัญชีแล้วเท่าไร วิธีกระทบยอดสองมุมนี้อยู่ใน งบประมาณกับบัญชี กระทบยอดอย่างไรเมื่อใช้คนละเกณฑ์

ระวังการเรียกรวมว่า "จอง": หลายหน่วยงานพูดรวมว่า "อนุมัติแล้วยังไม่เบิก = เงินที่จองไว้" ซึ่งกว้างเกินไปสำหรับช่วงเปลี่ยนปีงบประมาณ เพราะรายการผูกพันไปต่อได้แน่นอนตามมาตรา 43 แต่รายการจองต้องไล่ดูทีละใบว่าเข้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้วหรือยัง ถ้ารายงานรวมสองขั้นเป็นช่องเดียว ผู้บริหารจะมองไม่เห็นว่ามีเงินก้อนไหนที่ต้องยกเลิกแล้วตั้งเรื่องใหม่ อ่านเพิ่มที่ งบหมดก่อนสิ้นปี ทำไมติดตามจาก Excel ไม่เวิร์ค

3. เช็กลิสต์ 30 วันแรกของปีงบประมาณใหม่

งานเดือนตุลาคมมีลำดับของมัน ถ้าตั้งแผนปีใหม่ก่อนเคลียร์เงินปีเก่า ยอดเหลือใช้จะเพี้ยนตั้งแต่ใบขอซื้อใบแรก ถ้าเคลียร์เงินปีเก่าแต่ไม่ยกเลิกรายการจองที่ไม่ไปต่อ เงินก้อนนั้นจะถูกกันไว้ทั้งปีโดยไม่มีใครใช้ เช็กลิสต์นี้จึงเรียงตามสัปดาห์ และกำหนด "หลักฐานว่าเสร็จ" ไว้ทุกข้อ เพื่อให้หัวหน้าตรวจได้โดยไม่ต้องเชื่อคำบอกเล่า

สัปดาห์งานที่ต้องทำหลักฐานว่าเสร็จ
1
1–7 ต.ค.
ดึงรายงานสถานะงบประมาณปี 2569 แยกตามแหล่งเงินและสถานะ จอง ผูกพัน ค้างจ่าย · เทียบรายการผูกพันและค้างจ่ายกับเอกสารสำรองเงินที่ขอกันไว้ใน GFMIS ก่อนสิ้นเดือนกันยายน หารายการที่มีในระบบแต่ไม่ได้กันเงิน และที่กันเงินแล้วแต่ไม่มีในระบบ · ลิสต์รายการจองทั้งหมดที่ยังไม่มีสัญญา แยกเป็น 2 กลุ่ม คือเข้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว กับยังไม่ได้เริ่ม แล้วส่งให้เจ้าของเรื่องยืนยันรายงาน 1 ชุด และตารางกระทบยอด 2 ระบบที่ยอดตรงทุกบรรทัด หรือมีคำอธิบายทุกบรรทัดที่ไม่ตรง
2
8–15 ต.ค.
ยกเลิกรายการจองงบดำเนินงานที่ยังไม่ได้ดำเนินงานในปี 2569 โดยผู้มีอำนาจอนุมัติการยกเลิก · งานที่ยังจำเป็น ให้ตั้งเรื่องขอใช้งบดำเนินงานปี 2570 แทน · รายการจองที่เข้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ปล่อยให้เดินต่อในระบบจนได้สัญญา ไม่ต้องยกเลิกและไม่ต้องตั้งใหม่ · บันทึกเหตุผลของทุกรายการที่ยกเลิกไว้ในระบบยอดจองปี 2569 เหลือเฉพาะรายการที่อยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมเลขที่ประกาศหรือขั้นตอนที่ถึงแล้ว
3
16–23 ต.ค.
ตั้งแผนงบประมาณปี 2570 ในระบบ ตามรหัสงบประมาณ แหล่งเงิน แผนงาน ผลผลิต กิจกรรม และหมวดรายจ่าย พร้อมแผนเบิกจ่ายรายเดือน 12 เดือน · ทบทวนผู้มีอำนาจอนุมัติและวงเงินอนุมัติแต่ละระดับ เพราะต้นปีงบประมาณมักมีการโยกย้ายตำแหน่งใบขอซื้อใบแรกของปี 2570 ตัดยอดจากแผนใหม่ได้ ไม่ติดลบ และไม่ไปตัดแผนปีเก่า
4
24–31 ต.ค.
ไล่รายการผูกพันที่ส่งมอบแล้วแต่ยังไม่ตรวจรับ ให้คณะกรรมการตรวจรับและส่งเบิก เพื่อให้ยอดย้ายไปค้างจ่ายและลงบัญชีในงวดที่ถูกต้อง · วางปฏิทินติดตามเงินเหลื่อมปี เส้นแรกคือครบ 6 เดือนของปีงบประมาณใหม่ รายการใดจะไม่ทันต้องเริ่มขั้นตอนขอขยายเวลาก่อนถึงวันนั้น · ทำรายงานผู้บริหารครั้งแรกของปี เงินปี 2569 ที่ยกมาแยก 3 สถานะ และแผนปี 2570 ที่เปิดแล้วรายงานผู้บริหาร 1 หน้า ที่มีวันครบกำหนดของทุกรายการเหลื่อมปี

รายงานที่ใช้ในสัปดาห์แรกและสัปดาห์สุดท้ายคือรายงานเดียวกัน คือสถานะงบประมาณแยก 6 ช่อง ต่างกันแค่ว่าครั้งแรกใช้หาปัญหา ครั้งหลังใช้ยืนยันว่าแก้แล้ว ถ้าหน่วยงานมีรายงานนี้แบบเรียลไทม์ งาน 4 สัปดาห์จะเหลืองานตัดสินใจอย่างเดียว ไม่มีงานรวบรวมตัวเลข ตัวอย่างหน้าจออยู่ใน Dashboard งบประมาณ ติดตามเงินคงเหลือแบบ Real-Time

ตัวอย่างรายงานการใช้งบประมาณ BGU-01 ของ Saeree ERP ข้อมูลสมมติ แสดง 6 ช่อง แผน จอง ผูกพัน ค้างจ่าย จ่ายแล้ว เหลือใช้ แยกตามแหล่งเงิน แผนงาน ผลผลิต และกิจกรรม ณ 30 กันยายน 2569

ตัวอย่างรายงานการใช้งบประมาณ (BGU-01) ณ 30 กันยายน 2569 — ข้อมูลสมมติชุดเดียวกับตัวอย่างในหัวข้อที่ 2 แถวจอง ① คือกรณีต้องยกเลิกแล้วตั้งเรื่องใหม่ในปี 2570 แถวจอง ② คือกรณีเข้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ไปต่อได้

สิ่งที่ได้เมื่อครบ 30 วัน: เงินปี 2569 ทุกบาทมีสถานะชัดและมีวันครบกำหนด เงินปี 2570 เริ่มตัดจากแผนที่ถูกต้องตั้งแต่ใบแรก และผู้บริหารได้รายงานหน้าเดียวที่ตอบได้ว่าเงินเหลื่อมปีก้อนไหนเสี่ยงจะเบิกไม่ทันเดือนมีนาคม การขอขยายเวลากับกระทรวงการคลังจึงเริ่มได้ล่วงหน้า ไม่ใช่ตอนเหลืออีกสองสัปดาห์

4. ฝั่ง GFMIS กับฝั่งระบบภายใน คนละหน้าที่ แต่ยอดต้องตรงกัน

New GFMIS Thai (Government Fiscal Management Information System) เป็นระบบของกรมบัญชีกลางสำหรับเบิกเงินจากคลัง การกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีทำผ่านเอกสารสำรองเงินในระบบนี้ สำหรับงบปี 2569 กรมบัญชีกลางแถลงเมื่อ 26 สิงหาคม 2569 ว่ากรณีมีหนี้ผูกพัน หน่วยงานขอกันเงินได้ทุกรายการโดยไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำ และต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันทำการสุดท้ายของเดือนกันยายน 2569 รายการที่ขอทันจึงเข้าสู่ปี 2570 พร้อมสิทธิเบิกต่อ

GFMIS ตอบคำถามว่า คลังอนุญาตให้เบิกอะไรได้บ้าง แต่ไม่ตอบว่าภายในหน่วยงาน ใบไหนค้างอยู่ที่ใคร ตรวจรับแล้วหรือยัง สัญญาไหนใกล้ครบกำหนดส่งมอบ และเงินรายได้ของหน่วยงานเองเหลือเท่าไร คำถามชุดนี้ต้องตอบจากระบบภายในของหน่วยงาน สองระบบจึงไม่ได้แทนกัน แต่ต้องกระทบยอดกันได้ทุกสิ้นเดือน

คำถามช่วงเปลี่ยนปีงบประมาณGFMIS ตอบได้ระบบภายในต้องตอบ
กันเงินเหลื่อมปีไว้เท่าไรได้ จากเอกสารสำรองเงินได้ และต้องตรงกับยอด ผูกพัน + ค้างจ่าย ของเงินงบประมาณ
รายการไหนอนุมัติแล้วแต่ยังไม่มีสัญญาไม่ได้ได้ จากสถานะจอง
สัญญาไหนส่งมอบแล้วแต่ยังไม่ตรวจรับไม่ได้ได้ จากรายการผูกพันที่มีใบส่งของแล้ว
หนี้ที่ลงบัญชีแล้วแต่ยังไม่จ่ายบางส่วน เฉพาะที่ขอเบิกแล้วได้ จากสถานะค้างจ่าย
เหลือใช้ของเงินรายได้และเงินสนับสนุนไม่ได้ ดูแลเฉพาะเงินงบประมาณได้ แยกตามแหล่งเงินทุกแหล่ง

แถวสุดท้ายสำคัญกับหน่วยงานที่มีเงินหลายก้อน เช่น องค์การมหาชนและมหาวิทยาลัย เพราะเงินรายได้ไม่มีรอบปีงบประมาณบังคับแบบเงินงบประมาณ รายการจองของเงินรายได้จึงอาจไปต่อในปีใหม่ได้ตามระเบียบของหน่วยงานเอง ความต่างของเงินแต่ละก้อนอยู่ใน เงิน 3 ก้อนของหน่วยงานราชการ

5. ของจริงใน Saeree ERP: กันเงินจากสถานะ ไม่ใช่จากเอกสารแยก

ใน Saeree ERP ทุกเอกสารการเงินแสดง 6 ช่องบนหน้าเดียวกัน คือ แผน จอง ผูกพัน ค้างจ่าย จ่ายแล้ว และเหลือใช้ แยกตามแหล่งเงินที่หน่วยงานบริหาร ทั้งเงินงบประมาณ เงินรายได้ และเงินสนับสนุน ยอดในแต่ละช่องเดินตามเอกสารจริง อนุมัติแล้วเข้าช่องจอง ทำสัญญาแล้วย้ายไปผูกพัน ตรวจรับและส่งเบิกแล้วย้ายไปค้างจ่ายพร้อมบันทึกบัญชี จ่ายแล้วจึงย้ายไปจ่ายแล้ว ไม่มีช่องไหนที่ต้องกรอกมือ

รายการที่อยู่ในสถานะ จอง ผูกพัน หรือค้างจ่าย ระบบกันเงินให้อัตโนมัติ เมื่อข้ามเข้าปีงบประมาณใหม่ ยอดเหล่านี้ยังอยู่ และดึงมาเบิกจ่ายต่อได้เลย ไม่ต้องสร้างเอกสารกันเงินแยกในระบบภายใน ไม่ต้องยกยอดด้วยมือ และไม่ต้องกังวลว่าใบที่ค้างตรวจรับอยู่จะหายไปตอนปิดปี เจ้าหน้าที่จึงใช้สัปดาห์แรกของเดือนตุลาคมไปกับการตรวจรายการ ไม่ใช่การพิมพ์ยอดยกมา

สิ่งที่ระบบไม่ทำแทนคน คือการตัดสินใจว่ารายการจองใดจะไม่ไปต่อ ระบบรู้ว่าใบไหนเข้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว แต่ไม่รู้ว่างบดำเนินงานก้อนที่จองไว้แล้วไม่ได้ทำในปีที่ผ่านมา เจ้าของเรื่องยังต้องการหรือไม่ ผู้ใช้จึงต้องยกเลิกรายการนั้นในระบบเอง แล้วตั้งเรื่องขอใช้งบดำเนินงานของปีใหม่แทน ถ้าไม่ยกเลิก เงินก้อนนั้นจะถูกกันไว้ต่อ และทำให้ยอดเหลือใช้ต่ำกว่าความจริง นี่คือเหตุผลที่สัปดาห์ที่ 2 ของเช็กลิสต์เป็นสัปดาห์ของการยกเลิก ไม่ใช่สัปดาห์ของการตั้งแผนใหม่

ระบบภายในไม่ได้ทำหน้าที่แทน GFMIS เอกสารสำรองเงินและการเบิกเงินจากคลังยังทำใน GFMIS ตามเดิม Saeree ERP ทำหน้าที่เป็นต้นทางของตัวเลขที่ใช้กรอก และเป็นที่กระทบยอดเมื่อสิ้นเดือน ส่วนกระบวนการขออนุมัติที่ไหลเป็นบันทึกข้อความและเก็บร่องรอยการอนุมัติไว้กับเอกสารทุกใบ รวมถึงรายละเอียดอื่นของระบบสำหรับหน่วยงานรัฐ อยู่ที่หน้า Saeree ERP สำหรับหน่วยงานภาครัฐ และคำศัพท์งบประมาณที่เกี่ยวข้องอยู่ใน ศัพท์งบประมาณใน ERP

สรุป

ปีงบประมาณ 2570 เริ่มตรงเวลาพร้อมวงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท แต่งานหนักของเดือนตุลาคมคือเงินปี 2569 ที่ยังค้างอยู่ใน 3 สถานะ จอง ผูกพัน และค้างจ่าย รายการผูกพันและค้างจ่ายไปต่อได้แน่นอน รายการจองที่เข้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้วก็ไปต่อได้ ส่วนจองงบดำเนินงานที่ยังไม่ได้ทำต้องยกเลิกแล้วตั้งเรื่องใหม่ในปี 2570 ส่วนรายการผูกพันและค้างจ่ายต้องมีวันครบกำหนดติดตามทุกใบ ระบบที่กันเงินตามสถานะให้อัตโนมัติช่วยตัดงานยกยอดออกไป เหลือไว้แต่งานที่ต้องใช้คนตัดสินใจจริง และเช็กลิสต์ 4 สัปดาห์ข้างบนคือลำดับที่ทำให้ตัดสินใจครบทุกรายการก่อนใบขอซื้อใบแรกของปีใหม่

"ปิดปีงบประมาณไม่ใช่การกดปุ่มเดียวในวันที่ 30 กันยายน แต่คือการตัดสินใจทีละรายการว่าเงินก้อนไหนไปต่อ ก้อนไหนคืน ระบบที่ดีกันเงินให้อัตโนมัติ ส่วนการยกเลิกต้องเป็นคนตัดสิน"

- สุรีระยา ลิ้มไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด

แหล่งอ้างอิง

ตรวจสอบแหล่งอ้างอิงล่าสุด 1 ตุลาคม 2569 · ตัวเลขในหัวข้อที่ 2 และภาพรายงานตัวอย่างในหัวข้อที่ 3 เป็นข้อมูลสมมติเพื่ออธิบายสถานะ ไม่ใช่ข้อมูลหน่วยงานใด

เริ่มปีงบประมาณ 2570 โดยเห็นเงินทุกสถานะในหน้าเดียว

Saeree ERP ออกแบบตามระเบียบราชการไทย งบประมาณหลายแหล่งเงิน สถานะ จอง ผูกพัน ค้างจ่าย กันเงินข้ามปีอัตโนมัติ และการอนุมัติแบบบันทึกข้อความ ใช้งานจริงในหน่วยงานรัฐหลายแห่ง

ดู Saeree ERP สำหรับหน่วยงานภาครัฐ

โทร 02-347-7730 | sale@grandlinux.com

Saeree ERP Author

เกี่ยวกับผู้เขียน

สุรีระยา ลิ้มไพบูลย์

กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด และผู้ก่อตั้ง Saeree ERP พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านระบบ ERP ครบวงจร