02-347-7730  |  Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ติดต่อเรา

เงิน 3 ก้อนของหน่วยงานราชการ

เงิน 3 ก้อนของหน่วยงานราชการ งบประมาณ นอกงบ รายได้แผ่นดิน
  • 04
  • พฤษภาคม

นักบัญชีในองค์กรเอกชนจะคุ้นกับการแบ่งเงินเพียง 2 ก้อน — เงินรายได้ กับ เงินค่าใช้จ่าย — สลับหมุนเวียนกันในบัญชีบริษัท แต่หน่วยงานราชการไทยมี เงิน 3 ก้อน ที่กฎหมายแยกให้ชัด ใช้แทนกันไม่ได้ บันทึกในระบบบัญชีคนละแบบ และมีระเบียบควบคุมคนละฉบับ

หากผู้บริหารเข้าใจ "เงิน 3 ก้อน" นี้ผิด — เช่น คิดว่าเงินค่าธรรมเนียมที่หน่วยงานเก็บได้ใช้ได้เลย หรือคิดว่าเงินสนับสนุนจาก ITC ใช้ได้ตามใจ — จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ขัดต่อระเบียบและพบกับความเสี่ยงทางวินัยการเงิน

บทความนี้ตามมาจากบทความก่อนหน้าเรื่อง งบประมาณ (ภาครัฐ) กับ งบประมาณ (ทางบัญชี) เข้าใจให้ตรงกันก่อน เพื่อขยายความเข้าใจให้ลึกอีกหนึ่งระดับ

สรุปสั้น: เงิน 3 ก้อน = (1) เงินงบประมาณ (ได้จากพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ใช้ตามวัตถุประสงค์ที่อนุมัติ) (2) เงินนอกงบประมาณ (เงินที่หน่วยงานหามาเอง เช่น ค่าธรรมเนียม เงินกองทุน เงินบริจาค ใช้ได้ตามระเบียบของแต่ละประเภท) (3) เงินรายได้แผ่นดิน (เงินที่ต้องนำส่งคลังทันที ใช้เองไม่ได้) — ทั้ง 3 ก้อนใช้คนละบัญชีในระบบ GFMIS และคนละ control account

ทำไมต้องแยก 3 ก้อน — เหตุผลทางกฎหมายและการบริหาร

ตามรัฐธรรมนูญและพรบ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 กำหนดว่า "เงินทุกบาทของรัฐต้องอยู่ในการควบคุม" แต่เงินของรัฐมาจากแหล่งต่างกัน ใช้ตามกฎหมายต่างกัน และต้องการการควบคุมต่างกัน — จึงต้องแบ่งเป็นประเภท ๆ อย่างชัดเจน

ก้อน ที่มา ใครเป็นเจ้าของ ใช้ได้อย่างไร
1. งบประมาณพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีรัฐ (ผ่านสภาฯ)ตามวัตถุประสงค์ในเล่มงบ
2. นอกงบประมาณรายได้/เงินบริจาค/เงินกองทุนของหน่วยงานหน่วยงาน (ภายใต้กฎหมายเฉพาะ)ตามระเบียบของกองทุน/ประเภทเงิน
3. รายได้แผ่นดินภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าปรับที่กฎหมายให้ส่งคลังรัฐ (เงินคงคลัง)นำส่งคลังก่อน ใช้ผ่านงบประมาณเท่านั้น

ก้อนที่ 1 — เงินงบประมาณ

นี่คือเงินที่ผู้คนนึกถึงเมื่อพูดถึง "งบของหน่วยงาน" — ได้รับการจัดสรรจากพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่สภาผ่าน ใช้ตาม 5 หมวด (บุคลากร / ดำเนินงาน / ลงทุน / อุดหนุน / รายจ่ายอื่น)

คุณลักษณะ

  • มีรอบปีงบประมาณ 1 ต.ค. – 30 ก.ย. ใช้ภายในปีงบ
  • เหลือต้องคืนคลัง (เว้นได้รับอนุมัติให้กันไว้ใช้ปีถัดไป — เรียกว่า "กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี")
  • ใช้ผิดวัตถุประสงค์ไม่ได้ — ต้องขอโอนงบก่อน
  • เบิกผ่าน GFMIS — ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง พ.ศ. 2562

ตัวอย่างที่มา

  • งบบุคลากร — เงินเดือน ค่าตอบแทน
  • งบดำเนินงาน — ค่าวัสดุ ค่าน้ำ ค่าไฟ
  • งบลงทุน — ครุภัณฑ์ ก่อสร้าง
  • งบอุดหนุน — เงินช่วยเหลือผ่านโครงการของรัฐ
ข้อสังเกต: เงินงบประมาณคือเงินที่ "ผูกพันเร็วที่สุด" — เริ่มผูกพันงบ (Encumbrance) ตั้งแต่ออก PO ก่อนเบิกเงินจริง — ทำให้การควบคุมงบเข้มงวดมาก

ก้อนที่ 2 — เงินนอกงบประมาณ

เงินนอกงบประมาณคือเงินที่หน่วยงานได้รับมา โดยไม่ผ่านพรบ.งบประมาณ — แต่ก็ไม่ใช่เงินส่วนตัวของหน่วยงานเสรีภาพ — ยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะของแต่ละประเภท

ประเภทเงินนอกงบประมาณ

ประเภท ตัวอย่าง กฎหมายควบคุม
เงินกองทุนกองทุน สสส. กองทุนหมุนเวียนต่าง ๆพรบ.จัดตั้งกองทุนเฉพาะแต่ละกองทุน
เงินรับฝากเงินค่าประกันสัญญา เงินรอตรวจรับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินรับฝาก
เงินอุดหนุนจากภายนอกเงินจากองค์กรระหว่างประเทศ ผู้บริจาคเงื่อนไขผู้บริจาค + ระเบียบหน่วยงาน
เงินช่วยเหลือพิเศษเงินจากภัยพิบัติ เงินสงเคราะห์มติ ครม. + ระเบียบเฉพาะ
เงินรายได้พิเศษเงินค่าวิจัยที่ได้รับมาในโครงการระเบียบหน่วยงาน + เงื่อนไขสัญญาวิจัย

คุณลักษณะ

  • ไม่มีรอบปีงบประมาณบังคับ (เว้นกฎหมายเฉพาะกำหนด)
  • เหลือก็เก็บไว้ใช้ต่อได้ ไม่ต้องส่งคลัง (เว้นกฎหมายกำหนด)
  • มีระเบียบควบคุมเฉพาะของแต่ละประเภท — ใช้ผิดประเภทไม่ได้
  • ต้องรายงานการใช้ ให้หน่วยงานควบคุม + สตง. ตรวจ
คำเตือน: เงินนอกงบประมาณ ไม่ใช่ "เงินใช้ได้ตามใจ" — ทุกประเภทมีระเบียบควบคุม การใช้นอกระเบียบยังเป็นการผิดวินัยการเงินเช่นเดียวกับเงินงบประมาณ

ก้อนที่ 3 — เงินรายได้แผ่นดิน

นี่คือก้อนที่หลายคนสับสนมากที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่คุ้นเคยกับงบประมาณทางบัญชี — เงินที่หน่วยงานเก็บได้ในนามรัฐ ต้องนำส่งคลังทันที เพราะเป็นรายได้ของแผ่นดินไม่ใช่ของหน่วยงาน

ตัวอย่างเงินรายได้แผ่นดิน

  • ค่าธรรมเนียม ตามกฎหมายเฉพาะ (เช่น ค่าจดทะเบียน)
  • ค่าปรับ ตามกฎหมายต่าง ๆ
  • เงินภาษี ที่กรมสรรพากร / กรมศุลฯ จัดเก็บ
  • ดอกเบี้ยจากเงินคงคลัง
  • เงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินภาครัฐ ที่ไม่ได้กฎหมายให้เก็บไว้ใช้

คุณลักษณะ

  • ต้องนำส่งคลังทุกวัน หรือทุกสัปดาห์ตามระเบียบ
  • หน่วยงานเก็บไว้ใช้เองไม่ได้ เว้นกฎหมายกำหนด
  • หากต้องการใช้ ต้องตั้งงบประมาณขออนุมัติ → กลายเป็นก้อนที่ 1
ตัวอย่างความเข้าใจผิด: หน่วยงานออกบริการ A ที่เก็บค่าธรรมเนียม 5 ล้านบาทต่อปี — ผู้บริหารจากเอกชนอาจคิดว่า "ใช้ค่าธรรมเนียมนี้เป็นทุนพัฒนาบริการเลย" — ทำไม่ได้ ต้องนำส่งคลังก่อน หากต้องการใช้ ต้องตั้งงบประมาณปีถัดไป (~12-18 เดือน)

เปรียบเทียบ 3 ก้อน — สรุปแบบจำง่าย

มิติ งบประมาณ นอกงบประมาณ รายได้แผ่นดิน
ที่มาพรบ.งบฯรายได้/บริจาค/กองทุนค่าธรรมเนียม/ภาษี
ใช้รอบปีใช้ในปีงบตามระเบียบนำส่งคลังทันที
เหลือทำอะไรคืนคลังเก็บใช้ต่อไม่มี (ส่งหมด)
Encumbranceมี — ผูกพันตั้งแต่ออก POบางกองทุนมี บางอันไม่มีไม่มี (ไม่ใช่เงินใช้)
เบิกผ่านGFMISระบบของกองทุน + GFMISไม่เบิก — นำส่งคลัง
สตง.ตรวจเน้นมากตรวจ + เน้นการใช้ตามวัตถุประสงค์ตรวจการนำส่ง

ตัวอย่างจริง — กรณีหน่วยงานวิจัย

ขอยกตัวอย่างหน่วยงานวิจัยภาครัฐ เพื่อเห็นภาพ 3 ก้อนพร้อมกันในชีวิตจริง:

รายการ เป็นเงินก้อนที่ เพราะ
เงินเดือนนักวิจัย1 (งบประมาณ)มาจากงบบุคลากรในพรบ.งบฯ
ค่าธรรมเนียมตรวจสอบ ที่หน่วยงานเก็บ3 (รายได้แผ่นดิน)เก็บในนามรัฐ ต้องส่งคลัง
เงินวิจัยจากผู้บริจาค ABC ระบุใช้โครงการ X2 (นอกงบประมาณ)เงินรับฝากตามวัตถุประสงค์
เงินกองทุนวิจัย ตามพรบ.จัดตั้ง2 (นอกงบประมาณ)เงินกองทุน
ค่าครุภัณฑ์เครื่องวิจัย1 (งบประมาณ)งบลงทุนในพรบ.งบฯ
รายได้จากการขาย publication3 (รายได้แผ่นดิน)รายได้ที่กฎหมายไม่ให้เก็บ

ดังนั้นหน่วยงานวิจัยจะมีระบบบัญชีที่ ติดตามแยก 3 ก้อน ในระบบเดียวกัน — ทุกก้อนต้องมี ledger แยก, control account แยก, รายงานแยก

คำถามที่พบบ่อยจากผู้บริหาร

Q: เงินเหลือจากปีก่อนใช้ได้ไหม

ตอบ: ขึ้นกับว่าเป็นก้อนไหน

  • ก้อน 1 (งบประมาณ): ปกติคืนคลัง เว้นได้รับอนุมัติ "กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี"
  • ก้อน 2 (นอกงบ): เก็บใช้ต่อได้ตามระเบียบของกองทุน
  • ก้อน 3 (รายได้แผ่นดิน): ไม่มีปัญหา — ต้องส่งคลังทุกวันอยู่แล้ว

Q: หน่วยงานหารายได้ได้เอง ใช้ได้ไหม

ขึ้นกับ กฎหมายเฉพาะ ที่ให้อำนาจหน่วยงาน — บางหน่วยงานมีพรบ.จัดตั้งให้เก็บรายได้ใช้เองได้ (ก้อน 2) บางหน่วยงานต้องส่งคลังทุกบาท (ก้อน 3) — ตรวจสอบกฎหมายจัดตั้งเป็นคำตอบที่ชัดที่สุด

Q: ใช้เงินก้อนหนึ่งจ่ายให้อีกก้อนได้ไหม

โดยปกติ ไม่ได้ — แต่ละก้อนมี control account แยก ใช้ผ่านบัญชีคนละตัว — ผู้บริหารที่ "ขอยืม" ข้ามก้อนเป็น red flag ทาง สตง. ทันที

Q: ระบบ ERP รองรับ 3 ก้อนนี้ได้ไหม

ระบบที่ออกแบบมาสำหรับเอกชน ไม่รองรับ เพราะคิดเป็นเงินเดียวแบบบริษัท — ระบบที่ออกแบบสำหรับภาครัฐโดยเฉพาะจะต้องมี:

  • Chart of Accounts ที่แยก ledger ตาม fund type
  • Budget control แยกตามก้อน
  • Bank account mapping ตามก้อน
  • Report ที่แยกผลตามก้อน + รายงาน consolidated

ผลกระทบในการเลือก ERP

การที่ระบบ ERP ต้องรองรับ 3 ก้อนพร้อมกัน — แยกบัญชี แยก control แยก report — ทำให้:

  • ระบบเอกชน "ปรับ" มาใช้ภาครัฐมักล้มเหลว — เพราะ Architecture ไม่รองรับ multi-fund accounting
  • ต้องตั้งโครงสร้างตั้งแต่ Day 1 — ภายหลังแก้ยากมาก
  • Integration กับ GFMIS — เพราะ GFMIS มี control account แยก 3 ก้อนเช่นกัน
  • Audit trail ต้องตรวจสอบที่มา/ปลายทางของเงินทุกก้อน — สตง.ตรวจสอบการเบลอข้ามก้อน

เกี่ยวกับ Saeree ERP

Saeree ERP ของ Grand Linux Solution พัฒนาสำหรับหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะ — รองรับ Multi-Fund Accounting ตั้งแต่ระดับโครงสร้าง:

  • Chart of Accounts แยกตาม fund type (งบประมาณ / นอกงบประมาณ / รายได้แผ่นดิน) ตามมาตรฐานกรมบัญชีกลาง
  • Budget control แยกตามก้อน + รายงาน consolidated
  • Encumbrance accounting รองรับเฉพาะก้อน 1 และก้อน 2 (ตามระเบียบ)
  • Integration กับ GFMIS schema ที่กรมบัญชีกลางกำหนด

ลูกค้าหน่วยงานวิจัยที่ใช้อยู่: TGO (กองทุนสิ่งแวดล้อม), NVI (สถาบันวัคซีน), ARDA, MHESI

3 ประโยคที่อยากให้จำ

  1. เงิน 3 ก้อน ใช้คนละกฎหมาย คนละบัญชี คนละ report
  2. เงินที่หน่วยงาน "เก็บ" ได้ ส่วนใหญ่เป็นรายได้แผ่นดิน ใช้เองไม่ได้
  3. ระบบ ERP ภาครัฐต้องแยก 3 ก้อนตั้งแต่ระดับโครงสร้าง — แก้ภายหลังยาก

การเก็บเงินไม่ใช่การมีเงิน — รัฐมีเงินรายได้ แต่หน่วยงานยังไม่มีงบใช้ จนกว่าจะผ่านพรบ.งบประมาณ

- ทีมงาน Saeree ERP

บทความที่เกี่ยวข้องในซีรีส์ปรับพื้นฐานงบภาครัฐ:

บทความนี้จัดทำขึ้นจากประสบการณ์การ implement ระบบ ERP ให้หน่วยงานราชการของทีม Grand Linux Solution หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการบริหารเงิน 3 ก้อน ติดต่อได้ที่ sale@grandlinux.com หรือ 02-347-7730

สนใจระบบ ERP สำหรับหน่วยงานราชการของคุณ?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน Government ERP จาก Grand Linux Solution ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอ Demo ฟรี

โทร 02-347-7730 | sale@grandlinux.com

สุรีระยา ลิ้มไพบูลย์

เกี่ยวกับผู้เขียน

สุรีระยา ลิ้มไพบูลย์

กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด และผู้ก่อตั้ง Saeree ERP พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านระบบ ERP ครบวงจร