- 18
- February
ผังAccounting (Chart of Accounts) คือรากฐานที่สำคัญที่สุดของระบบAccountingทุกองค์กร การตั้งผังAccountingที่ดีไม่เพียงช่วยให้การบันทึกรายการAccountingเป็นระเบียบ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การปิดงบการเงินรวดเร็ว แม่นยำ และสอดคล้องกับมาตรฐานการAccounting
ผังAccountingคืออะไร?
ผังAccounting (Chart of Accounts - COA) คือรายการAccountingทั้งหมดที่องค์กรใช้ในการบันทึกธุรกรรมทางการเงิน โดยจัดเรียงอย่างเป็นระบบตามCategories แต่ละAccountingจะมีรหัส (Account Code) และชื่อAccounting (Account Name) ที่ชัดเจน ทำให้สามารถจำแนกรายการทางการเงินได้อย่างถูกต้อง
ผังAccountingแบ่งออกเป็น 5 หมวดหลัก ตามมาตรฐานการAccounting:
- หมวด 1 - สินทรัพย์ (Assets) - เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์
- หมวด 2 - หนี้สิน (Liabilities) - เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ยืม ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
- หมวด 3 - ส่วนของเจ้าของ (Equity) - ทุนจดทะเบียน กำไรสะสม
- หมวด 4 - รายได้ (Revenue) - รายได้จากการขาย รายได้อื่น
- หมวด 5 - ค่าใช้จ่าย (Expenses) - ต้นทุนขาย ค่าจ้าง ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค
ทำไมผังAccountingถึงสำคัญ?
หลายธุรกิจมักมองข้ามความสำคัญของผังAccounting โดยใช้ผังAccountingสำเร็จรูปโดยไม่ได้ปรับให้เหมาะกับธุรกิจของตนเอง ผลที่ตามมาคือปัญหาต่างๆ ที่สะสมมาเรื่อยๆ จนเมื่อถึงเวลาปิดงบ กลับพบว่า:
- ยอดAccountingไม่ตรงกัน ต้องเสียเวลาไล่หาความผิดพลาด
- รายการบันทึกผิดCategories ทำให้งบการเงินบิดเบือน
- ไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินได้ละเอียดตามต้องการ
- ผู้สอบAccountingตั้งข้อสังเกตและต้องแก้ไขย้อนหลัง
หลักการตั้งผังAccountingที่ดี
การออกแบบผังAccountingที่ดีควรคำนึงถึงหลักการสำคัญดังนี้:
1. ออกแบบรหัสAccountingให้เป็นระบบ
ใช้ระบบรหัสตัวเลขที่มีความหมาย เช่น หลักแรกแทนCategoriesหลัก หลักถัดไปแทนหมวดย่อย ตัวอย่าง:
- 1100 - สินทรัพย์หมุนเวียน
- 1110 - เงินสดและเงินฝากธนาคาร
- 1111 - เงินสดในมือ
- 1112 - เงินฝากธนาคาร - ออมทรัพย์
- 1113 - เงินฝากธนาคาร - กระแสรายวัน
การตั้งรหัสแบบนี้ทำให้สามารถเพิ่มAccountingย่อยได้ในอนาคต โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างทั้งหมด
2. เว้นช่องว่างรหัสสำหรับการขยายในอนาคต
อย่ากำหนดรหัสAccountingติดกันเกินไป เช่น 1101, 1102, 1103 ควรเว้นเป็น 1110, 1120, 1130 เพื่อให้สามารถเพิ่มAccountingย่อยได้ในภายหลัง โดยไม่ต้องรื้อระบบรหัสใหม่ทั้งหมด
3. จัดกลุ่มให้สอดคล้องกับงบการเงิน
ลำดับAccountingควรเรียงตามลำดับที่ปรากฏในงบการเงิน เช่น งบแสดงฐานะการเงิน (หมวด 1-3) และงบกำไรขาดทุน (หมวด 4-5) ทำให้เมื่อถึงเวลาจัดทำงบ สามารถดึงข้อมูลได้ตรงตามรายการ
4. แยกAccountingให้ละเอียดเพียงพอ แต่อย่ามากเกินไป
ผังAccountingที่ดีต้องมีความสมดุล - ละเอียดพอสำหรับการวิเคราะห์ แต่ไม่ซับซ้อนจนยากต่อการใช้งาน หากมีAccountingย่อยมากเกินไป พนักงานAccountingอาจบันทึกผิดAccounting ส่งผลให้งบไม่ถูกต้อง
5. กำหนดคำอธิบายAccountingให้ชัดเจน
แต่ละAccountingควรมีคำอธิบาย (Account Description) ที่ระบุว่าAccountingนี้ใช้บันทึกอะไร ใช้ในกรณีไหน เพื่อให้ทุกคนในทีมAccountingเข้าใจตรงกัน ลดปัญหาการบันทึกรายการผิดAccounting
ผังAccountingที่ดีเปรียบเสมือนแผนที่ของระบบAccounting หากแผนที่ชัดเจน ไม่ว่าใครเดินตามก็ถึงจุดหมายได้ถูกต้อง
- Saeree ERP Team
ผังAccountingที่ดีช่วยปิดงบง่ายขึ้นอย่างไร?
การตั้งผังAccountingที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น จะส่งผลดีอย่างมากเมื่อถึงรอบปิดงบการเงิน:
ลดเวลาในการจัดทำงบการเงิน
เมื่อAccountingจัดกลุ่มตามCategoriesของงบการเงินอย่างถูกต้อง ระบบ ERP สามารถดึงข้อมูลมาจัดทำงบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสดได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลาจัดรูปแบบใหม่ทุกเดือน
ลดข้อผิดพลาดจากการบันทึกAccounting
ผังAccountingที่มีคำอธิบายชัดเจนและจัดCategoriesดี ช่วยให้พนักงานAccountingบันทึกรายการได้ถูกAccountingตั้งแต่แรก ไม่ต้องมาแก้ไขปรับปรุงรายการ (Adjusting Entries) มากมายตอนปิดงบ
การกระทบยอดทำได้รวดเร็ว
เมื่อAccountingแยกย่อยอย่างเหมาะสม การกระทบยอด (Reconciliation) ระหว่างAccountingย่อยกับAccountingแยกประเภท จะทำได้ง่ายและรวดเร็ว ผิดพลาดตรงไหนก็หาเจอได้ทันที
รองรับการตรวจสอบจากผู้สอบAccounting
ผู้สอบAccountingสามารถเข้าใจโครงสร้างAccountingขององค์กรได้ง่าย การตรวจสอบเป็นไปอย่างราบรื่น ลดจำนวนข้อสังเกตและประเด็นที่ต้องแก้ไข
วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินได้ทันที
ผังAccountingที่ออกแบบมาอย่างดีช่วยให้ผู้บริหารสามารถดูรายงานทางการเงินแบบสรุปหรือลงรายละเอียดได้ตามต้องการ เช่น ต้นทุนแยกตามแผนก ค่าใช้จ่ายแยกตามโครงการ ช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีข้อมูลสนับสนุน
ตัวอย่างโครงสร้างผังAccounting
ต่อไปนี้คือตัวอย่างโครงสร้างผังAccountingสำหรับธุรกิจ SME ที่เหมาะสมและครอบคลุม:
หมวด 1: สินทรัพย์ (1000-1999)
- 1110 เงินสดในมือ
- 1120 เงินฝากธนาคาร
- 1200 ลูกหนี้การค้า
- 1300 สินค้าคงเหลือ
- 1400 สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น
- 1500 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
- 1600 สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
หมวด 2: หนี้สิน (2000-2999)
- 2100 เจ้าหนี้การค้า
- 2200 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
- 2300 ภาษีค้างจ่าย
- 2400 เงินกู้ยืมระยะสั้น
- 2500 เงินกู้ยืมระยะยาว
หมวด 3: ส่วนของเจ้าของ (3000-3999)
- 3100 ทุนจดทะเบียน
- 3200 ส่วนเกินมูลค่าหุ้น
- 3300 กำไร(ขาดทุน)สะสม
หมวด 4: รายได้ (4000-4999)
- 4100 รายได้จากการขายสินค้า
- 4200 รายได้จากการให้Services
- 4300 รายได้อื่น
หมวด 5: ค่าใช้จ่าย (5000-5999)
- 5100 ต้นทุนขาย
- 5200 ค่าใช้จ่ายในการขาย
- 5300 ค่าใช้จ่ายในManagement
- 5400 ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย
- 5500 ค่าใช้จ่ายทางการเงิน
Saeree ERP กับการจัดการผังAccounting
Saeree ERP มาพร้อมฟีเจอร์การจัดการผังAccountingที่ครบครัน:
- ผังAccountingสำเร็จรูป - มีเทมเพลตผังAccountingสำหรับธุรกิจหลายประเภท สามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ
- รองรับAccountingหลายระดับ - สร้างโครงสร้างAccountingแบบต้นไม้ (Tree Structure) ได้หลายระดับ ตั้งแต่หมวดหลักไปจนถึงAccountingย่อยที่สุด
- ผูกกับงบการเงินอัตโนมัติ - แต่ละAccountingจะถูกผูกกับรายการในงบการเงินโดยอัตโนมัติ ทำให้ปิดงบได้ทันทีโดยไม่ต้องจัดรูปแบบเอง
- ป้องกันการบันทึกผิดAccounting - ระบบตรวจสอบประเภทรายการอัตโนมัติ หากบันทึกไม่ตรงกับประเภทAccounting จะแจ้งเตือนทันที
- รายงานอัตโนมัติ - สร้างงบทดลอง งบกำไรขาดทุน งบแสดงฐานะการเงิน และงบกระแสเงินสดได้โดยอัตโนมัติ
สรุป
ผังAccountingเป็นรากฐานของระบบAccountingที่ดี การลงทุนเวลาในการออกแบบผังAccountingให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยประหยัดเวลาและลดปัญหาอย่างมหาศาลในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อถึงรอบปิดงบการเงิน
Saeree ERP ช่วยให้คุณจัดการผังAccountingได้อย่างมืออาชีพ พร้อมผังAccountingสำเร็จรูปที่ปรับแต่งได้ และระบบออกงบการเงินอัตโนมัติ ทำให้ปิดงบง่าย รวดเร็ว และแม่นยำ หากสนใจติดต่อทีมงานของเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
