02-347-7730  |  Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ติดต่อเรา

ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตภาครัฐ คิดอย่างไร?

ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตของหน่วยงานภาครัฐ
  • 4
  • เมษายน

ทุกปีงบประมาณ หน่วยงานภาครัฐต้องตอบคำถามสำคัญ — "ผลผลิต 1 หน่วยที่หน่วยงานส่งมอบ ใช้ต้นทุนเท่าไหร่?" คำถามนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขสำหรับรายงาน แต่เป็น ตัวชี้วัดประสิทธิภาพ ที่ สตง. สำนักงบประมาณ และ ครม. ใช้ประเมินว่าเงินภาษีประชาชนถูกใช้คุ้มค่าหรือไม่ บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่นิยาม สูตร ขั้นตอน ไปจนถึงตัวอย่างจริง — พร้อมแนวทางที่ระบบ ERP ช่วยลดภาระงานได้

ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตคืออะไร?

ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต (Unit Cost of Output) คือ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่หน่วยงานใช้ในการผลิตผลผลิต 1 หน่วย ไม่ว่าจะเป็นการออกใบอนุญาต 1 ฉบับ การฝึกอบรม 1 หลักสูตร หรือการให้บริการประชาชน 1 ครั้ง

สูตรหลัก

ต้นทุนต่อหน่วย = ต้นทุนรวมทั้งหมด ÷ จำนวนผลผลิต (หน่วยนับ)

ตัวอย่าง: สำนักงานออกใบอนุญาต 10,000 ฉบับ/ปี ใช้งบ 50 ล้านบาท → ต้นทุนต่อหน่วย = 5,000 บาท/ฉบับ

ทำไมภาครัฐต้องคำนวณ?

การคำนวณต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตไม่ใช่แค่ "ดีถ้ามี" แต่เป็น ข้อกำหนดทางกฎหมาย ที่หน่วยงานต้องปฏิบัติตาม:

กฎหมาย / มติ สาระสำคัญ
พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ 2561 ม.15 หน่วยงานรัฐต้องจัดทำต้นทุนผลผลิตของงานบริการสาธารณะ เพื่อใช้ประกอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี
มติ ครม. 18 ก.ย. 2555 กำหนดให้ทุกส่วนราชการจัดทำรายงานต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตเป็นประจำทุกปี และรายงานต่อ ครม.
หลักเกณฑ์กรมบัญชีกลาง กำหนดแนวทางคำนวณต้นทุนผลผลิตและวิธีปันส่วนค่าใช้จ่ายทางอ้อม
แนวทาง สตง. สตง. ใช้ข้อมูลต้นทุนต่อหน่วยเป็นเกณฑ์ตรวจสอบความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ

นอกจากเป็นข้อกฎหมายแล้ว ต้นทุนต่อหน่วยยังช่วยให้หน่วยงาน:

  • เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างปี — ปีนี้ต้นทุนสูงหรือต่ำกว่าปีก่อน?
  • ประกอบการของบประมาณ — ขอเพิ่มหรือลดงบอย่างมีเหตุผล
  • เทียบเคียงกับหน่วยงานอื่น (Benchmarking) — ทำงานเหมือนกันแต่ต้นทุนต่างกัน ทำไม?
  • วางแผนปรับปรุงกระบวนการ — รู้ว่าต้นทุนบวมตรงไหน แก้ตรงจุด

องค์ประกอบต้นทุนของหน่วยงานภาครัฐ

ต้นทุนของภาครัฐแตกต่างจากภาคเอกชน เพราะไม่มีวัตถุดิบหรือสินค้าสำเร็จรูป แต่มี "ผลผลิต" (Output) ที่เป็นบริการหรืองานที่ส่งมอบ ต้นทุนแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:

ประเภท คำอธิบาย ตัวอย่าง
ต้นทุนทางตรง
(Direct Cost)

ระบุได้ชัดว่าเป็นของผลผลิตใด
เงินเดือน/ค่าจ้างของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานโดยตรง เจ้าหน้าที่ทะเบียน, ผู้ตรวจสอบ, วิทยากร
ค่าวัสดุที่ใช้เฉพาะงาน แบบฟอร์มใบอนุญาต, เอกสารฝึกอบรม
ค่าเดินทางเพื่อปฏิบัติงาน ค่าเดินทางไปตรวจสถานประกอบการ
ค่าจ้างเหมาเฉพาะงาน จ้างที่ปรึกษาโครงการเฉพาะ
ต้นทุนทางอ้อม
(Indirect Cost)

ระบุไม่ได้ว่าเป็นของผลผลิตใด ต้อง "ปันส่วน"
เงินเดือนผู้บริหาร/ฝ่ายสนับสนุน ผอ. สำนัก, ฝ่ายบุคคล, ฝ่ายการเงิน
ค่าสาธารณูปโภค ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าอินเทอร์เน็ตของสำนักงาน
ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ อาคาร คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ ยานพาหนะ
ค่าซ่อมบำรุง/ค่าเช่า ค่าเช่าอาคาร ค่าบำรุงรักษาระบบ IT

จุดที่ภาครัฐมักทำพลาด: ลืมนับ ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร เป็นต้นทุน เพราะ "ไม่ได้จ่ายเงินจริง" ในปีนั้น — แต่ตามหลักบัญชีคงค้าง ต้องนับเป็นต้นทุน เพราะสินทรัพย์เหล่านี้ถูกใช้ในการสร้างผลผลิต

ขั้นตอนการคำนวณ 6 ขั้น

ตามแนวทางของกรมบัญชีกลาง การคำนวณต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตมี 6 ขั้นตอนหลัก:

ขั้นที่ 1: กำหนดผลผลิตและหน่วยนับ

ระบุให้ชัดว่าหน่วยงาน "ผลิต" อะไร และนับอย่างไร:

หน่วยงาน (ตัวอย่าง) ผลผลิต หน่วยนับ
สำนักงานที่ดิน การจดทะเบียนสิทธิ ราย (คำขอ)
กรมการปกครอง การออกบัตรประชาชน ใบ
สถาบันฝึกอบรม หลักสูตรฝึกอบรม หลักสูตร หรือ คน-วัน
กรมทางหลวง การก่อสร้าง/บำรุงทาง กิโลเมตร
โรงพยาบาลรัฐ การรักษาผู้ป่วยนอก ครั้ง (Visit)

ขั้นที่ 2: รวบรวมต้นทุนทั้งหมด

รวบรวมค่าใช้จ่ายทุกประเภทที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณ ตามหลัก บัญชีคงค้าง (Accrual Basis) — ไม่ใช่ดูแค่เงินสดจ่าย:

  • ค่าใช้จ่ายบุคลากร (เงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ)
  • ค่าใช้สอย (ค่าเดินทาง ค่าจ้างเหมา ค่าซ่อมบำรุง)
  • ค่าวัสดุ (วัสดุสำนักงาน วัสดุคอมพิวเตอร์ วัสดุงานบ้าน)
  • ค่าสาธารณูปโภค (ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต)
  • ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร (อาคาร ครุภัณฑ์ ยานพาหนะ)

ขั้นที่ 3: แยกต้นทุนทางตรง vs ทางอ้อม

จำแนกว่าค่าใช้จ่ายไหน ระบุได้ตรง ว่าเป็นของผลผลิตใด (ทางตรง) และค่าใช้จ่ายไหน ต้องปันส่วน (ทางอ้อม)

ขั้นที่ 4: ปันส่วนต้นทุนทางอ้อม

นี่คือขั้นตอนที่ยากที่สุดและมักเป็นจุดที่ตัวเลขคลาดเคลื่อน ต้องเลือก เกณฑ์ปันส่วน (Allocation Base) ที่เหมาะสม:

เกณฑ์ปันส่วน วิธีคิด เหมาะกับ
จำนวนบุคลากร (FTE) เฉลี่ยตามสัดส่วนคนที่ทำงานแต่ละผลผลิต หน่วยงานที่ใช้แรงงานเป็นหลัก
ชั่วโมงการทำงาน เฉลี่ยตามเวลาที่ใช้จริงของแต่ละผลผลิต แม่นยำที่สุด แต่ต้องมีระบบบันทึกเวลา
พื้นที่ใช้สอย (ตร.ม.) เฉลี่ยตามพื้นที่ที่แต่ละหน่วยงานย่อยใช้ ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค ค่าทำความสะอาด
ต้นทุนทางตรง เฉลี่ยตามสัดส่วนต้นทุนทางตรงของแต่ละผลผลิต วิธีง่ายที่สุด ใช้เมื่อไม่มีข้อมูลละเอียด

ขั้นที่ 5: คำนวณต้นทุนต่อหน่วย

นำต้นทุนทางตรง + ต้นทุนทางอ้อมที่ปันส่วนแล้ว หารด้วยจำนวนผลผลิต

ขั้นที่ 6: วิเคราะห์และจัดทำรายงาน

เปรียบเทียบกับปีก่อน วิเคราะห์สาเหตุที่ต้นทุนเพิ่มหรือลด จัดทำรายงานเสนอ ครม. และ สตง.

ตัวอย่างจริง — เปรียบเทียบ 2 หน่วยงาน

สมมติหน่วยงาน ก. (สำนักงานออกใบอนุญาต) และหน่วยงาน ข. (สถาบันฝึกอบรม) ในปีงบประมาณ 2568:

ตัวอย่าง: หน่วยงาน ก. — สำนักงานออกใบอนุญาต

  • ผลผลิต: ใบอนุญาตที่ออก 12,000 ฉบับ/ปี
  • ต้นทุนทางตรง: เงินเดือนเจ้าหน้าที่ 15 คน + ค่าวัสดุ = 18,000,000 บาท
  • ต้นทุนทางอ้อม (ปันส่วนแล้ว): ค่าสาธารณูปโภค + ค่าเสื่อม + ฝ่ายบริหาร = 6,000,000 บาท
  • ต้นทุนรวม = 24,000,000 บาท
  • ต้นทุนต่อหน่วย = 24,000,000 ÷ 12,000 = 2,000 บาท/ฉบับ

ตัวอย่าง: หน่วยงาน ข. — สถาบันฝึกอบรม

  • ผลผลิต: หลักสูตรฝึกอบรม 50 หลักสูตร/ปี (เฉลี่ย 30 คน/หลักสูตร)
  • ต้นทุนทางตรง: ค่าวิทยากร + ค่าเอกสาร + ค่าสถานที่ = 15,000,000 บาท
  • ต้นทุนทางอ้อม (ปันส่วนแล้ว): ฝ่ายบริหาร + ค่าเสื่อม = 5,000,000 บาท
  • ต้นทุนรวม = 20,000,000 บาท
  • ต้นทุนต่อหน่วย = 20,000,000 ÷ 50 = 400,000 บาท/หลักสูตร
  • หรือคิดเป็น = 400,000 ÷ 30 = 13,333 บาท/คน-หลักสูตร

วิเคราะห์เปรียบเทียบย้อนหลัง

ปีงบประมาณ หน่วยงาน ก.
(บาท/ฉบับ)
เพิ่ม/ลด หน่วยงาน ข.
(บาท/หลักสูตร)
เพิ่ม/ลด
2566 2,200 - 450,000 -
2567 2,100 -4.5% 420,000 -6.7%
2568 2,000 -4.8% 400,000 -4.8%

ต้นทุนลดลงทุกปี — แสดงว่าหน่วยงานมี ประสิทธิภาพดีขึ้น อาจเกิดจากปรับกระบวนการ ลดขั้นตอน หรือนำระบบ IT มาช่วย ข้อมูลแบบนี้คือสิ่งที่ สตง. และสำนักงบประมาณอยากเห็น

ปัญหาที่หน่วยงานภาครัฐพบบ่อย

ปัญหา ผลกระทบ
ข้อมูลกระจัดกระจาย เงินเดือนอยู่ระบบหนึ่ง ค่าวัสดุอยู่อีกระบบ ค่าเสื่อมอยู่ใน Excel — รวบรวมไม่ทัน
ไม่มีระบบบันทึกเวลางาน ปันส่วนตามชั่วโมงทำงานไม่ได้ ต้องใช้วิธี "ประมาณ" ซึ่งแม่นยำน้อย
ไม่นับค่าเสื่อมราคา ต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริง — สินทรัพย์ถาวรที่ใช้งานไม่ถูกนับ
เปลี่ยนเกณฑ์ปันส่วนทุกปี เปรียบเทียบข้ามปีไม่ได้ ต้นทุนขึ้นลงเพราะเปลี่ยนวิธีคิด ไม่ใช่เพราะประสิทธิภาพจริง
คำนวณด้วย Excel สูตรซับซ้อน ตรวจสอบยาก พึ่งพาคนเดียวที่ทำไฟล์ — ถ้าย้าย/เกษียณ ความรู้หายไปด้วย

ERP ช่วยคำนวณต้นทุนต่อหน่วยได้อย่างไร?

ระบบ ERP สำหรับภาครัฐสามารถ รวมศูนย์ข้อมูลทุกประเภทต้นทุน ไว้ในระบบเดียว และคำนวณต้นทุนต่อหน่วยได้อัตโนมัติ:

ความต้องการ ระบบ ERP ทำอย่างไร
รวมศูนย์ข้อมูลต้นทุน เงินเดือน ค่าวัสดุ ค่าสาธารณูปโภค ค่าเสื่อม — ทุกอย่างอยู่ในระบบเดียว ไม่ต้องรวบรวมจากหลายแหล่ง
ผังบัญชีตามผลผลิต ตั้ง ผังบัญชี (Cost Center) แยกตามผลผลิต/กิจกรรม ทำให้ต้นทุนทางตรงเข้าถูกที่ตั้งแต่บันทึก
ปันส่วนอัตโนมัติ ตั้งเกณฑ์ปันส่วนครั้งเดียว ระบบจัดสรรให้ทุกงวด — ไม่ต้องคิดใหม่ทุกปี ลดความผิดพลาด
คำนวณค่าเสื่อมอัตโนมัติ ระบบ ทะเบียนสินทรัพย์ คำนวณค่าเสื่อมทุกเดือนและจัดสรรเข้า Cost Center
รายงานเปรียบเทียบ ดูต้นทุนต่อหน่วยเปรียบเทียบข้ามปี ข้ามผลผลิต แยกตามประเภทต้นทุน — พร้อมส่ง สตง.
Audit Trail ทุกรายการตรวจสอบย้อนกลับได้ — สตง. ตรวจทีไร ตอบได้ทุกคำถาม

ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตไม่ใช่แค่ตัวเลขสำหรับรายงาน — แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจว่า ควรลงทุนเพิ่มตรงไหน ปรับปรุงกระบวนการอะไร และทรัพยากรถูกใช้คุ้มค่าหรือยัง

สรุป — สิ่งที่หน่วยงานต้องทำ

ลำดับ สิ่งที่ต้องทำ หมายเหตุ
1 กำหนดผลผลิตและหน่วยนับให้ชัด ต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์
2 รวบรวมต้นทุนทุกประเภท อย่าลืมค่าเสื่อมราคา!
3 เลือกเกณฑ์ปันส่วนและใช้สม่ำเสมอ เปลี่ยนเกณฑ์ = เปรียบเทียบข้ามปีไม่ได้
4 ใช้ระบบ ERP แทน Excel ลดข้อผิดพลาด ตรวจสอบได้ ไม่พึ่งคนเดียว
5 วิเคราะห์เปรียบเทียบทุกปี ต้นทุนขึ้น/ลง เพราะอะไร? ปรับปรุงตรงไหน?
6 จัดทำรายงานเสนอ ครม. / สตง. ตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินฯ 2561

แหล่งอ้างอิง

หากหน่วยงานของคุณกำลังหาระบบ ERP ที่รองรับการคำนวณต้นทุนผลผลิตตามมาตรฐานกรมบัญชีกลาง สามารถนัดหมาย Demo หรือติดต่อทีมที่ปรึกษาเพื่อประเมินความพร้อมขององค์กร

สนใจระบบ ERP สำหรับหน่วยงานภาครัฐ?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Grand Linux Solution ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอ Demo ฟรี

โทร 02-347-7730 | sale@grandlinux.com

Saeree ERP Author

เกี่ยวกับผู้เขียน

สุรีระยา ลิ้มไพบูลย์

กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด และผู้ก่อตั้ง Saeree ERP พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านระบบ ERP ครบวงจร