Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ติดต่อเรา

บทความ: OpenClaw vs Cowork

OpenClaw vs Cowork — เปรียบเทียบ AI Agent 2 ค่าย ตัวไหนเหมาะกับองค์กรคุณ?
  • 23
  • กุมภาพันธ์

ต้นปี 2569 กระแส AI Agent ร้อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน AI ไม่ได้เป็นแค่ Chatbot ที่ตอบคำถามอีกต่อไป แต่กลายเป็น "ตัวแทนอัจฉริยะ" ที่สามารถลงมือทำงานแทนคุณได้จริง ไม่ว่าจะอ่านอีเมล จัดการไฟล์ ท่องเว็บ รันคำสั่งบนคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ทำงานข้ามแอปพลิเคชันได้โดยอัตโนมัติ และในบรรดา AI Agent ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด มี 2 ค่ายหลักที่แนวคิด ต่างกันสิ้นเชิง:

  • OpenClaw -- AI Agent แบบ Open-Source ที่มี GitHub Stars มากกว่า 219,000+ ดาว สร้างโดย Peter Steinberger (ซึ่งปัจจุบันเข้าร่วมกับ OpenAI แล้ว) ทำงานผ่าน Chat Platform ที่คุณใช้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น WhatsApp, Telegram, Slack หรือ Discord
  • Cowork -- AI Agent จาก Anthropic (ผู้สร้าง Claude) ทำงานบน Claude Desktop App ใน Sandbox VM เปิดตัวเป็น Research Preview ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2569

ทั้งสองตัวเป็น AI Agent ที่ทรงพลัง แต่ออกแบบมาจากแนวคิดที่แตกต่างกัน บทความนี้จะเปรียบเทียบทั้งสองแบบเจาะลึกทุกมิติ เพื่อช่วยให้องค์กรของคุณเลือกได้ว่าตัวไหนเหมาะสมที่สุด

อ่านรายละเอียดแต่ละตัวได้ที่: OpenClaw คืออะไร? | Cowork คืออะไร?

สรุปคร่าวๆ ก่อนเปรียบเทียบ

ก่อนลงรายละเอียด มาดูภาพรวมแบบเทียบกันตัวต่อตัวก่อน:

หัวข้อ OpenClaw Cowork
ผู้พัฒนา Peter Steinberger (เข้า OpenAI แล้ว) Anthropic
License MIT (Open-Source) Proprietary (ต้อง Subscribe)
วิธีใช้งาน Chat Platforms (WhatsApp, Telegram, Slack, Discord ฯลฯ) Claude Desktop App
LLM ที่รองรับ หลายตัว (Claude, GPT, Gemini, Llama, DeepSeek, Mistral) Claude เท่านั้น
รันที่ไหน เครื่องของคุณเอง (Self-hosted) Sandbox VM ของ Anthropic
ราคา ฟรี (จ่ายแค่ค่า API LLM) Claude Pro $20/เดือน ขึ้นไป
เหมาะกับ นักพัฒนา / คนชอบ Customize คนทั่วไป / ไม่ต้องเขียนโค้ด
สถานะ Production-ready (แต่มีช่องโหว่ความปลอดภัย) Research Preview

สรุปง่ายๆ: OpenClaw เปรียบเสมือน มีดพับสวิส ที่ปรับแต่งได้ทุกอย่าง แต่ต้องเรียนรู้วิธีใช้ ส่วน Cowork เปรียบเสมือน ผู้ช่วยส่วนตัวสำเร็จรูป เปิดมาก็ใช้ได้เลย แต่ปรับแต่งอะไรได้น้อย

ด้านฟีเจอร์ -- เปรียบเทียบความสามารถ

มาเจาะลึกว่าทั้งสอง AI Agent ทำอะไรได้บ้าง และแต่ละตัวมีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไร:

การเข้าถึงไฟล์ (File Access)

ทั้ง OpenClaw และ Cowork สามารถเข้าถึงไฟล์บนเครื่องของคุณได้ แต่วิธีการแตกต่างกันอย่างมาก:

  • OpenClaw -- เข้าถึงไฟล์ได้โดยตรงบนเครื่องของคุณ (Full System Access) สามารถอ่าน เขียน สร้าง ลบ ย้ายไฟล์ได้ทุกที่ที่ User ที่รัน Process มีสิทธิ์ ข้อดี คือเร็วและยืดหยุ่น ข้อเสีย คือถ้า AI ถูก Compromise ผู้โจมตีจะเข้าถึงไฟล์ทั้งหมดได้
  • Cowork -- ทำงานใน Sandbox VM แยกจากเครื่องหลัก เข้าถึงได้เฉพาะโฟลเดอร์ที่ผู้ใช้อนุญาตเท่านั้น (Permission-based Model) ข้อดี คือปลอดภัยกว่ามาก ข้อเสีย คือต้องกำหนดสิทธิ์ล่วงหน้า และไม่สามารถเข้าถึงไฟล์นอกขอบเขตที่กำหนดได้

การท่องเว็บ (Web Browsing)

  • OpenClaw -- ควบคุม Chrome/Chromium ผ่าน Extension ค้นหาข้อมูล กรอกฟอร์ม ดาวน์โหลดไฟล์ สกรีนช็อตหน้าเว็บ ต้องติดตั้ง Browser Extension เพิ่มเติม
  • Cowork -- มี Browser Automation Built-in สามารถเปิดเว็บ ค้นหาข้อมูล อ่านเนื้อหาได้ทันทีโดยไม่ต้อง Config อะไรเพิ่ม แต่จำกัดอยู่ใน Sandbox VM

การเชื่อมต่อ Chat Platform

นี่คือจุดแข็งที่สุดของ OpenClaw:

  • OpenClaw -- รองรับ 10+ Chat Platforms ได้แก่ WhatsApp, Telegram, Discord, Slack, Signal, iMessage, Microsoft Teams, Matrix, Zalo และอื่นๆ คุณสามารถสั่งงาน AI Agent ผ่านแอป Chat ที่ใช้อยู่ทุกวันได้ทันที
  • Cowork -- ทำงานเฉพาะบน Claude Desktop App เท่านั้น ไม่สามารถสั่งงานผ่าน Chat Platform ภายนอกได้

ระบบ Plugin / Skills

  • OpenClaw -- มี ClawHub Marketplace ที่มี Skill สำเร็จรูปมากกว่า 3,286 รายการ ตั้งแต่ส่ง LINE, ควบคุม Smart Home, ไปจนถึง Trading Bot แต่ข้อควรระวัง: มีรายงานพบ Skill ที่มี Malicious Code ซ่อนอยู่ถึง 341 รายการ ต้องตรวจสอบ Source Code ก่อนใช้ทุกครั้ง
  • Cowork -- มี 11 Official Plugins ที่ผ่านการตรวจสอบจาก Anthropic รวมถึง Google Docs, Google Sheets, Notion, Asana, Jira, GitHub, Linear, Confluence, Trello, Zapier และ Slack จำนวนน้อยกว่า แต่ปลอดภัยกว่ามากเพราะผ่านการ Review แล้ว

MCP Support

ทั้ง OpenClaw และ Cowork รองรับ MCP (Model Context Protocol) ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิดสำหรับเชื่อมต่อ AI กับเครื่องมือภายนอก ทำให้ทั้งสองตัวสามารถเชื่อมต่อกับ Database, API, หรือระบบภายในองค์กรได้ผ่าน MCP Connectors

การรองรับ LLM หลายค่าย (Multi-LLM)

  • OpenClaw -- ใช้หลักการ Bring Your Own Model (BYOM) รองรับ LLM หลายค่าย ได้แก่ Claude, GPT, Gemini, Llama, DeepSeek, Mistral และ Local Models ผ่าน Ollama หรือ vLLM จุดเด่น: ไม่ผูกกับผู้ให้บริการรายใดรายเดียว
  • Cowork -- ใช้ Claude เท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้ LLM ค่ายอื่นได้ ข้อดี: Anthropic ปรับจูน Cowork ให้ทำงานกับ Claude ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ข้อเสีย: ถ้าวันหนึ่ง Claude ไม่ตอบโจทย์ คุณไม่มีทางเลือกอื่น

สรุปเปรียบเทียบฟีเจอร์

ฟีเจอร์ OpenClaw Cowork
เข้าถึงไฟล์ Full System Access Sandbox + Permission
ท่องเว็บ ผ่าน Extension Built-in
Chat Platform 10+ Platforms Claude Desktop เท่านั้น
Plugin/Skills ClawHub ~3,286 Skills 11 Official Plugins
MCP Support รองรับ รองรับ
Multi-LLM หลายค่าย Claude เท่านั้น
จัดการอีเมล ได้ ไม่ได้โดยตรง
จัดการปฏิทิน ได้ ไม่ได้โดยตรง
Voice / สั่งด้วยเสียง ได้ (Wake word) ไม่ได้
Cron Jobs / Automation ได้ ไม่ได้
Multi-Agent ได้ ไม่ได้

ด้านความปลอดภัย -- ใครปลอดภัยกว่า?

สำคัญ: สำหรับองค์กรที่กำลังพิจารณาใช้ AI Agent เรื่อง Security ต้องเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ในการตัดสินใจ เพราะ AI Agent มีสิทธิ์เข้าถึงไฟล์ รันคำสั่ง และท่องเว็บบนเครื่องของคุณ ถ้าถูก Compromise ความเสียหายจะรุนแรงกว่า AI Chatbot ทั่วไปมาก

ความปลอดภัยของ OpenClaw

จุดแข็งของ OpenClaw คือ Local-first Architecture ข้อมูลทั้งหมดอยู่บนเครื่องของคุณ ไม่ถูกส่งไปที่ไหน (ยกเว้นเมื่อส่งให้ LLM ประมวลผล) แต่ก็มีช่องโหว่ที่ต้องระวังอย่างยิ่ง:

  • CVE-2026-25253 (CVSS 8.8 -- ระดับ High) -- พบช่องโหว่ Remote Code Execution (RCE) ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดบนเครื่องของคุณได้จากระยะไกล เพียงแค่ส่งข้อความผ่าน Chat Platform ที่เชื่อมต่อกับ OpenClaw
  • 40,000+ Exposed Instances -- นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบว่ามี OpenClaw instances มากกว่า 40,000 ตัวที่เปิด Web UI ให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีการยืนยันตัวตน
  • Malicious ClawHub Skills -- พบ Skills ใน ClawHub ที่มี Malicious Code ซ่อนอยู่ถึง 341 รายการ ตั้งแต่ขโมย API Key ไปจนถึงติดตั้ง Cryptocurrency Miner
  • ไม่มี Sandbox โดย Default -- OpenClaw รันบนเครื่องโดยตรง ไม่มี Isolation Layer ถ้า AI ถูก Compromise ผู้โจมตีจะได้สิทธิ์เข้าถึงเครื่องทั้งหมด
  • API Keys เก็บแบบ Plaintext -- ค่า API Keys ถูกเก็บในไฟล์ JSON แบบ Plaintext ไม่มีการเข้ารหัส

ความปลอดภัยของ Cowork

Cowork ใช้แนวทาง Sandbox VM Isolation ตั้งแต่แรก ซึ่งเป็นจุดแข็งด้าน Security:

  • VM Sandbox -- Cowork รันใน Virtual Machine แยกต่างหาก ถ้า AI ทำอะไรผิดพลาดจะไม่กระทบระบบหลัก
  • Permission-based File Access -- เข้าถึงได้เฉพาะโฟลเดอร์ที่ผู้ใช้อนุญาตเท่านั้น
  • ข้อมูลส่งไป Anthropic Servers -- ข้อมูลที่ Cowork ประมวลผลจะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Anthropic ซึ่งอาจเป็นประเด็นสำหรับองค์กรที่เน้น Data Sovereignty
  • PromptArmor พบช่องโหว่ Prompt Injection -- บริษัท PromptArmor เคยค้นพบช่องโหว่ Prompt Injection ผ่านไฟล์ .docx ที่สามารถหลอก Cowork ให้ทำงานตามที่ Attacker ต้องการ

ตารางเปรียบเทียบ Security

ด้าน Security OpenClaw Cowork
ข้อมูลอยู่ที่ไหน Local เท่านั้น ส่งไป Anthropic Servers
Sandbox Isolation ไม่มีโดย Default มี (VM Sandbox)
ช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-25253 (CVSS 8.8) Prompt Injection via Files
Plugin Safety ClawHub มี Malicious Skills Official Plugins ตรวจสอบแล้ว
Permission Model Configurable Allowlists Virtualization-level Isolation
Blast Radius ถ้าถูก Compromise สูงมาก (Full System) จำกัด (Sandbox)
Zero Data Retention N/A (Data อยู่ Local) Enterprise Plan เท่านั้น

คำเตือน: ทั้ง OpenClaw และ Cowork ล้วนมีข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่ต้องตระหนัก OpenClaw เสี่ยงเรื่อง CVE และ Malicious Skills ส่วน Cowork เสี่ยงเรื่องข้อมูลส่งออกนอกองค์กร ไม่ว่าจะเลือกตัวไหน องค์กร ต้องมี AI Governance Policy ก่อนเสมอ อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ นโยบาย AI Governance ที่ต้องมี

ด้านราคา -- ใครคุ้มกว่า?

เรื่องราคาเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับองค์กรไทย มาเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายจริงๆ:

ราคาของ OpenClaw

  • ตัวซอฟต์แวร์: ฟรี 100% (MIT License)
  • ค่าใช้จ่ายจริง: ขึ้นอยู่กับ LLM API ที่เลือกใช้
    • Claude API -- ประมาณ $50-150/เดือน (ขึ้นกับปริมาณ Token)
    • GPT-4o API -- ประมาณ $30-100/เดือน
    • DeepSeek API -- ประมาณ $5-20/เดือน (ราคาถูก แต่ข้อมูลส่งไปเซิร์ฟเวอร์ในจีน)
    • Local Model (Ollama/Llama) -- $0 ฟรีสมบูรณ์ แต่ต้องมี GPU แรงพอ
  • OpenClaw Cloud (Managed): ตั้งแต่ $39/เดือน (ยังเป็น Early Access) -- ไม่ต้องติดตั้งเอง มีทีมดูแลให้

ราคาของ Cowork

  • Claude Pro: $20/เดือน -- เข้าถึง Cowork ได้ แต่จำกัด Usage ต่อวัน
  • Claude Max: $100-200/เดือน -- Usage มากขึ้น เหมาะกับการใช้งานหนัก
  • Claude Team: $30/คน/เดือน -- สำหรับองค์กร มี Admin Console
  • Claude Enterprise: ราคาตามตกลง -- มี Zero Data Retention, SSO, Admin Controls
รูปแบบการใช้งาน ค่าใช้จ่ายต่อเดือน หมายเหตุ
OpenClaw + Local Model $0 ฟรี 100% แต่ต้องมี GPU แรงพอ
OpenClaw + DeepSeek ~$5-20 ราคาถูก แต่ข้อมูลส่งไปจีน
OpenClaw + Claude API ~$50-150 คุณภาพดี แต่ราคาสูง
Cowork Pro $20 จ่ายแล้วใช้ได้เลย จำกัด Usage
Cowork Team (10 คน) $300 $30 x 10 คน + Admin Console

สรุป: OpenClaw ยืดหยุ่นกว่ามากเรื่องราคา เพราะเลือก LLM ได้หลายค่าย หรือจะใช้ Local Model ฟรีก็ได้ แต่ต้องแลกกับเวลาในการ Setup และ Maintain ส่วน Cowork เหมาะกับคนที่ต้องการ "จ่ายเงินแล้วใช้ได้เลย" ไม่อยากยุ่งกับ Infrastructure

ด้านการติดตั้ง -- ใครง่ายกว่า?

ความง่ายในการติดตั้งและเริ่มใช้งานเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับองค์กรที่ไม่มีทีม IT เฉพาะทาง:

การติดตั้ง OpenClaw

ระดับความยาก: ปานกลาง-ยาก (เหมาะกับนักพัฒนาและ IT Admin)

  • ต้องติดตั้ง Node.js 22+ บนเครื่อง
  • ติดตั้งผ่าน CLI: npm install -g openclaw@latest หรือ One-liner script
  • ต้อง Config ไฟล์ JSON เพื่อเชื่อมกับ LLM Provider (~/.openclaw/openclaw.json)
  • ต้องตั้งค่า API Key ของ LLM ที่ต้องการใช้
  • ต้องเชื่อม Chat Platform (เช่น Telegram Bot Token, WhatsApp Business API)
  • แนะนำให้รันผ่าน Docker เพื่อ Isolation ที่ดีขึ้น
  • รองรับ macOS, Linux โดยตรง ส่วน Windows ใช้ผ่าน WSL2

การติดตั้ง Cowork

ระดับความยาก: ง่ายมาก (เหมาะกับทุกคน)

  • ดาวน์โหลด Claude Desktop App จากเว็บไซต์ Anthropic
  • ติดตั้งเหมือนแอปทั่วไป -- คลิก Install แล้วเปิดใช้
  • เปิด Tab "Cowork" ในแอป
  • เลือกโฟลเดอร์ที่อนุญาตให้ Cowork เข้าถึง
  • พิมพ์คำสั่งเป็นภาษาธรรมชาติ แล้ว Cowork ทำงานให้ทันที
  • ไม่ต้อง Config อะไรเพิ่ม ไม่ต้องรู้ Command Line
  • รองรับ macOS และ Windows
ด้านการติดตั้ง OpenClaw Cowork
ระดับความยาก ปานกลาง-ยาก ง่ายมาก
ต้องใช้ CLI ใช่ ไม่ต้อง
Config ไฟล์ ต้องแก้ JSON ไม่ต้อง
เวลา Setup 15-60 นาที 5 นาที
ต้องการ Technical Knowledge ใช่ (Node.js, CLI, API) ไม่ต้อง
Docker Recommended ใช่ (เพื่อ Isolation) ไม่จำเป็น

ใครเหมาะกับอะไร?

ไม่มี AI Agent ตัวไหนที่ "ดีที่สุด" สำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับ บริบทและความต้องการ ขององค์กร ตารางด้านล่างช่วยให้คุณตัดสินใจได้ตรงจุด:

เลือก OpenClaw ถ้า...

  • เป็นนักพัฒนา / DevOps / IT Admin -- คุ้นเคยกับ CLI และต้องการ Customize ทุกอย่างได้
  • ให้ความสำคัญกับ Data Privacy -- ต้องการให้ข้อมูลอยู่บนเครื่องตัวเอง ไม่ส่งไปที่ไหน (ใช้ Local Model)
  • องค์กรต้องการควบคุมเต็มที่ -- ต้องการ Self-hosted Solution ที่ดูแลเอง ไม่พึ่งพาผู้ให้บริการ
  • ต้องการใช้ LLM หลายค่าย -- ไม่อยากผูกกับ LLM เจ้าเดียว อยากเลือกได้ตามงาน
  • ใช้ Chat Platform หลากหลาย -- ต้องการสั่งงานผ่าน WhatsApp, Telegram, LINE, Slack ฯลฯ
  • Budget จำกัด -- ต้องการใช้ฟรี หรือค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด (Local Model = $0)
  • Startup / SME ที่มีทีม Tech -- ต้องการ Flexible, Community-driven Solution

เลือก Cowork ถ้า...

  • ไม่ใช่สาย Technical -- ไม่อยากยุ่งกับ CLI, Config ไฟล์ หรือ API Key
  • ใช้ Claude อยู่แล้ว -- Subscribe Claude Pro/Max/Team อยู่แล้ว เปิด Cowork ใช้ได้เลย
  • ต้องการ Setup ง่าย -- ติดตั้ง Claude Desktop แค่คลิก ใช้ได้ทันทีใน 5 นาที
  • ให้ความสำคัญกับ Sandbox Security -- ต้องการ Isolation ที่ AI ทำงานแยกจากระบบหลัก
  • องค์กรขนาดใหญ่ -- ต้องการ Enterprise Plan, SSO, Admin Console จาก Anthropic
  • ทำงานกับ Google Workspace / Notion -- Cowork มี Official Plugins สำหรับเครื่องมือเหล่านี้
ลักษณะผู้ใช้ / ความต้องการ แนะนำ เหตุผลหลัก
นักพัฒนา / DevOps OpenClaw CLI-based, Config ได้ลึก, Multi-LLM
พนักงานทั่วไป / Non-tech Cowork GUI ง่าย, ไม่ต้อง Config อะไร
เน้น Data Privacy สูงสุด OpenClaw Local-first, ข้อมูลไม่ออกจากเครื่อง
เน้น Sandbox Security Cowork VM Isolation ตั้งแต่แรก
ใช้ WhatsApp / LINE สื่อสาร OpenClaw รองรับ 10+ Chat Platforms
Budget จำกัดมาก OpenClaw ฟรี + Local Model ได้
ต้องการ Setup ง่าย รวดเร็ว Cowork ติดตั้งแค่คลิก 5 นาที
Enterprise ขนาดใหญ่ Cowork Enterprise Plan, SSO, Admin Console
Startup / SME ที่มีทีม Tech OpenClaw ฟรี, Flexible, Community Support
ต้องการ Plugin สำเร็จรูป ทั้งคู่ ClawHub (3,286) vs Official (11) + MCP

สรุปและข้อแนะนำสำหรับองค์กรไทย

ไม่มีผู้ชนะเด็ดขาด ระหว่าง OpenClaw กับ Cowork ทั้งสองเป็น AI Agent ที่ยอดเยี่ยม แต่ออกแบบมาสำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกัน:

  • OpenClaw = ความยืดหยุ่นสูงสุด ฟรี เลือก LLM ได้ ข้อมูลอยู่บนเครื่อง แต่ต้อง Config เอง และต้องระวังเรื่อง Security มากเป็นพิเศษ
  • Cowork = ความง่ายและความปลอดภัย ติดตั้งง่าย มี Sandbox แต่ต้องจ่ายเงิน ข้อมูลส่งไป Anthropic Servers และยังอยู่ใน Research Preview

สำหรับ องค์กรไทย ที่กำลังพิจารณาใช้ AI Agent ให้คำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้:

1. Data Residency (ข้อมูลอยู่ที่ไหน)

องค์กรที่ทำงานกับข้อมูลลับหรืออยู่ภายใต้กฎระเบียบ PDPA อาจต้องพิจารณาว่าข้อมูลจะถูกส่งไปที่ไหน OpenClaw + Local Model เป็นทางเลือกที่ข้อมูลไม่ออกจากเครื่องเลย ในขณะที่ Cowork จะส่งข้อมูลไปเซิร์ฟเวอร์ของ Anthropic ในต่างประเทศ

2. งบประมาณ (Budget)

หากองค์กรมี Budget จำกัด OpenClaw + Local Model เป็นทางเลือกที่ค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด (ฟรี) แต่ต้องมีเครื่องที่แรงพอ หากต้องการจ่ายเงินแล้วใช้ได้เลย Cowork Pro เริ่มต้นที่ $20/เดือน ซึ่งไม่แพงมากสำหรับองค์กรทั่วไป

3. ความพร้อมของทีม Technical

ถ้าองค์กรมีทีม IT/DevOps ที่แข็งแกร่ง OpenClaw จะให้ความยืดหยุ่นมากกว่า แต่ถ้าองค์กรไม่มีทีม Tech เฉพาะทาง Cowork เป็นทางเลือกที่ง่ายและปลอดภัยกว่า

หมายเหตุสำคัญ: ในปัจจุบัน Saeree ERP ยังไม่มีฟีเจอร์ AI ในตัว แต่อยู่ในแผนพัฒนาเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม องค์กรที่ใช้ Saeree ERP สามารถใช้ AI Agent อย่าง OpenClaw หรือ Cowork เป็น เครื่องมือเสริม ภายนอกได้ เช่น ให้ช่วยวิเคราะห์รายงาน PDF ที่ Export จาก ERP หรือช่วยจัดการ Spreadsheet ที่ Export ออกมา

ตัวอย่างการใช้ AI Agent ร่วมกับ Saeree ERP:

  • ใช้ OpenClaw -- Export ข้อมูลจาก ERP (CSV/Excel) แล้วให้ OpenClaw Agent วิเคราะห์ ข้อมูลอยู่ Local ปลอดภัยกว่า (ถ้าใช้ Local Model)
  • ใช้ Cowork -- Export รายงาน PDF แล้วให้ Cowork สรุปเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ง่ายกว่า ไม่ต้อง Config อะไร

ข้อควรระวัง: ไม่ว่าจะเลือก AI Agent ตัวไหน ห้ามส่งข้อมูลลับขององค์กร (ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการเงิน Credentials) ให้ AI ประมวลผลโดยไม่มี AI Governance Policy ที่ชัดเจน อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ AI Governance ที่ต้องมี

ในยุคที่ AI Agent กำลังจะเปลี่ยนวิธีที่เราทำงาน สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเลือกเครื่องมือที่ "ดีที่สุด" แต่คือการเลือกเครื่องมือที่ "เหมาะสมที่สุด" กับบริบทขององค์กร เริ่มต้นด้วย AI Policy ที่ชัดเจน ทดลองใช้ในงานที่มีความเสี่ยงต่ำก่อน แล้วค่อยขยายเมื่อมั่นใจ

- ทีมพัฒนา Saeree ERP

หากองค์กรของคุณต้องการระบบ ERP ที่มีระบบ Audit Trail, Access Control และ Approval Workflow พร้อมรองรับ AI ในอนาคต สามารถนัดหมาย Demo หรือติดต่อทีมที่ปรึกษาเพื่อพูดคุยเพิ่มเติม

สนใจระบบ ERP สำหรับองค์กรของคุณ?

ปรึกษาทีมงาน Saeree ERP ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอ Demo ฟรี
image

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ ERP จากบริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านระบบ ERP ครบวงจร