- 25
- กุมภาพันธ์
ทุกต้นปี นักบัญชีต้องตรวจสอบว่ามีมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS) ฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้หรือไม่ เพราะมาตรฐานบัญชีไม่ได้หยุดนิ่ง — มีการปรับปรุงแก้ไขทุกปีเพื่อให้สอดคล้องกับ IFRS ระดับสากล
ปี 2569 มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายรายการ ที่ส่งผลกระทบต่อการบันทึกบัญชีและการจัดทำงบการเงิน ตั้งแต่เรื่องสัญญาเช่า การจัดประเภทหนี้สิน ไปจนถึงมาตรฐานสำหรับกิจการ SME
ถ้าระบบบัญชียังเป็นแบบเก่า — ใช้ Excel จัดการ ปรับผังบัญชีทีหนึ่งต้องรอ developer เป็นสัปดาห์ — อาจจะปรับตัวไม่ทันการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมา
TFRS คืออะไร — สรุปสั้นๆ
TFRS (Thai Financial Reporting Standards) คือมาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทย กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC) ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลวิชาชีพบัญชีทั้งหมดในประเทศไทย
TFRS อิงตาม IFRS (International Financial Reporting Standards) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่ใช้กันทั่วโลก เพื่อให้งบการเงินของบริษัทไทยสามารถเปรียบเทียบกับบริษัทในต่างประเทศได้
- กำหนดโดย: สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC)
- อิงตาม: IFRS (International Financial Reporting Standards) ระดับสากล
- มีผลบังคับใช้: กับทุกกิจการที่ต้องจัดทำงบการเงินตามกฎหมาย
- แบ่งเป็น 2 ชุด: TFRS เต็มรูปแบบ (สำหรับ PAEs) และ TFRS for NPAEs (สำหรับกิจการขนาดเล็ก)
การทำความเข้าใจ TFRS เริ่มจากพื้นฐาน — ผังบัญชี (Chart of Accounts) ที่ถูกต้องคือจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะมาตรฐานใหม่อาจกำหนดให้ต้องเพิ่มหรือแก้ไขรหัสบัญชีบางรายการ
ทำไม TFRS ถึงเปลี่ยนบ่อย
หลายคนสงสัยว่าทำไมมาตรฐานบัญชีต้องเปลี่ยนทุกปี ในเมื่อหลักการบัญชีเดิมก็ใช้ได้อยู่ คำตอบคือ:
- IFRS ระดับสากลปรับปรุงทุกปี — IASB (International Accounting Standards Board) ออก Amendment และ Improvement อย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาที่พบจากการนำมาตรฐานไปใช้จริง
- TFAC ต้องปรับ TFRS ให้สอดคล้อง — เพื่อให้งบการเงินไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ และรองรับการค้าระหว่างประเทศ
- ธุรกรรมทางธุรกิจซับซ้อนขึ้น — สัญญาเช่ารูปแบบใหม่ เครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อน สินทรัพย์ดิจิทัล Cryptocurrency — มาตรฐานเก่าไม่ครอบคลุม
- ปัญหาจากการตีความ — เมื่อนักบัญชีในแต่ละประเทศตีความต่างกัน IASB ต้องออกแนวทางชี้แจงเพิ่มเติม
การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย — กระทบตั้งแต่ผังบัญชี วิธีคำนวณ รูปแบบรายงาน ไปจนถึงหมายเหตุประกอบงบการเงิน องค์กรที่ไม่เตรียมตัว อาจต้องเร่งแก้ไขในช่วงปิดงบ ซึ่งเป็นช่วงที่กดดันอยู่แล้ว
TFRS สำคัญที่นักบัญชีต้องรู้
ก่อนจะพูดถึงสิ่งที่เปลี่ยนในปี 2569 มาทบทวนมาตรฐานหลักที่มีผลกระทบมากที่สุดต่อการทำงานของนักบัญชี:
| มาตรฐาน | เรื่อง | ผลกระทบหลัก |
|---|---|---|
| TFRS 9 | เครื่องมือทางการเงิน | การจัดประเภทสินทรัพย์ทางการเงิน, Expected Credit Loss (ECL) model |
| TFRS 15 | รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า | 5-Step Model ในการรับรู้รายได้ — ต้องวิเคราะห์ Performance Obligation |
| TFRS 16 | สัญญาเช่า | ต้องรับรู้ Right-of-Use Asset และ Lease Liability ในงบดุล |
| TAS 12 | ภาษีเงินได้ | การคำนวณ Deferred Tax Asset/Liability — กระทบกำไรสุทธิ |
| TAS 36 | การด้อยค่าของสินทรัพย์ | ต้องทดสอบ Impairment เมื่อมีข้อบ่งชี้ — กระทบมูลค่าสินทรัพย์ในงบดุล |
แต่ละมาตรฐานข้างต้นมีรายละเอียดซับซ้อน และมีการปรับปรุงเพิ่มเติมเป็นระยะ สิ่งที่นักบัญชีต้องทำคือ ติดตามว่ามาตรฐานไหนมีการแก้ไขในปีที่กำลังจะมาถึง และประเมินผลกระทบต่อกิจการของตน
สิ่งที่เปลี่ยนในปี 2569 — 3 ประเด็นสำคัญ
สำหรับปี 2569 มี 3 ประเด็นหลักที่นักบัญชีต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ:
1. การปรับปรุง TFRS 16 สัญญาเช่า — Sale-and-Leaseback Transaction
TFRS 16 ที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2563 เปลี่ยนวิธีบันทึกสัญญาเช่าอย่างมหาศาล — จากเดิมที่สัญญาเช่าดำเนินงาน (Operating Lease) ไม่ต้องแสดงในงบดุล กลายเป็นต้องรับรู้เป็นสินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-Use Asset) และหนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liability)
สิ่งที่เปลี่ยนในปี 2569:
- ปรับปรุงเรื่อง Sale-and-Leaseback Transaction: ธุรกรรมที่กิจการขายสินทรัพย์แล้วเช่ากลับคืน มีแนวทางใหม่ในการวัดมูลค่าหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เกิดจากธุรกรรมนี้
- ผลกระทบ: ต้องทบทวนสัญญา Sale-and-Leaseback ที่มีอยู่ทั้งหมด ตรวจสอบว่าการวัดมูลค่าเดิมยังถูกต้องตามมาตรฐานใหม่หรือไม่
- ใครได้รับผลกระทบ: กิจการที่มีธุรกรรมขายแล้วเช่ากลับ เช่น บริษัทที่ขายอาคารสำนักงานแล้วเช่ากลับมาใช้ หรือขายเครื่องจักรแล้วเช่าคืน
2. การจัดประเภทหนี้สินระยะยาว (TAS 1 การนำเสนองบการเงิน)
TAS 1 มีการปรับปรุงเกณฑ์การจัดประเภทหนี้สินเป็น หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) และ หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non-current Liabilities) ซึ่งเป็นเรื่องที่ดูเหมือนง่าย แต่มีผลกระทบมากกว่าที่คิด
- เกณฑ์ใหม่: การจัดประเภทหนี้สินตอนสิ้นรอบระยะเวลารายงาน ต้องพิจารณาว่ากิจการมี "สิทธิ" ในการเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือนหรือไม่ — ไม่ใช่แค่ดูว่า "ตั้งใจ" จะชำระเมื่อไหร่
- เงื่อนไขการปฏิบัติตาม (Covenants): ถ้าสัญญาเงินกู้มีเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตาม และกิจการต้องปฏิบัติตามภายใน 12 เดือนหลังวันสิ้นรอบ ต้องเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม
- ผลกระทบ: หนี้สินบางรายการที่เคยจัดเป็น "ไม่หมุนเวียน" อาจต้องจัดเป็น "หมุนเวียน" แทน — ส่งผลต่อ Current Ratio และสภาพคล่องที่แสดงในงบ
เรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปิดงบ เพราะการจัดประเภทหนี้สินที่เปลี่ยนไปจะกระทบงบแสดงฐานะการเงิน
3. TFRS for NPAEs ฉบับปรับปรุง — ลดภาระ SME
NPAEs (Non-Publicly Accountable Entities) คือกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ — พูดง่ายๆ คือบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นกิจการส่วนใหญ่ในประเทศไทย
- ปรับปรุงหลายเรื่องให้ง่ายขึ้น: ลดข้อกำหนดที่ซับซ้อนเกินไปสำหรับกิจการขนาดเล็ก เช่น เรื่องเครื่องมือทางการเงิน และการเปิดเผยข้อมูล
- ลดภาระการจัดทำรายงาน: กิจการ SME ไม่ต้องปฏิบัติตาม TFRS เต็มรูปแบบทุกข้อ แต่ยังต้องจัดทำงบการเงินที่มีคุณภาพ
- ใครได้ประโยชน์: กิจการขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน — ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในระบบเศรษฐกิจไทย
ผลกระทบต่อการทำงานจริง — นักบัญชีต้องทำอะไร
เมื่อมาตรฐานเปลี่ยน สิ่งที่นักบัญชีต้องดำเนินการมีหลายขั้นตอน:
1. ทบทวนผังบัญชี (Chart of Accounts)
มาตรฐานใหม่อาจกำหนดให้ต้องรับรู้รายการบัญชีที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น Right-of-Use Asset หรือ Lease Liability — ต้องเพิ่มรหัสบัญชีใหม่ในผังบัญชี การตั้งผังบัญชีให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่น
2. ปรับรูปแบบงบการเงิน
การจัดประเภทหนี้สินที่เปลี่ยนไปตาม TAS 1 ฉบับปรับปรุง อาจทำให้ต้องแก้ไขรูปแบบงบแสดงฐานะการเงิน รวมถึงหมายเหตุประกอบงบที่ต้องเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม
3. ตรวจสอบสัญญาเช่า
ถ้ากิจการมีธุรกรรม Sale-and-Leaseback ต้องทบทวนการวัดมูลค่าใหม่ตาม TFRS 16 ฉบับปรับปรุง ตัวเลขที่เคยบันทึกไว้อาจต้องปรับปรุง
4. อัปเดตนโยบายบัญชี (Accounting Policy)
ทุกครั้งที่มาตรฐานเปลี่ยน กิจการต้องพิจารณาว่านโยบายบัญชีเดิมยังเหมาะสมหรือไม่ และต้องเปิดเผยการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
5. ฝึกอบรมทีมบัญชี
การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานไม่มีประโยชน์ถ้าทีมบัญชีไม่เข้าใจ ต้องจัดฝึกอบรมหรืออย่างน้อยสรุปประเด็นที่เปลี่ยนให้ทีมรับทราบ การเข้าใจธรรมชาติของงานบัญชีจะช่วยให้เห็นว่าทำไมการเตรียมความพร้อมจึงสำคัญมาก
มาตรฐานบัญชีเปลี่ยนทุกปี แต่ถ้าระบบของคุณยืดหยุ่นพอ การเปลี่ยนแปลงจะไม่ใช่วิกฤต — แต่เป็นแค่การอัปเดต
ERP ช่วยรองรับ TFRS ใหม่ได้อย่างไร
จากประสบการณ์ที่เราทำงานกับหลายองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน ระบบ ERP ที่ดีช่วยลดภาระการปรับตัวตามมาตรฐานบัญชีใหม่ได้อย่างมาก:
- ผังบัญชียืดหยุ่น: เพิ่มหรือแก้ไขรหัสบัญชีได้ทันที ไม่ต้องรอ developer แก้โปรแกรม — มาตรฐานใหม่กำหนดให้ต้องมีบัญชี Right-of-Use Asset? เพิ่มได้เลยภายในไม่กี่นาที
- รูปแบบรายงานปรับได้: ออกแบบงบการเงินตามมาตรฐานใหม่ได้โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมใหม่ — ปรับการจัดกลุ่มรายการ เปลี่ยนหัวคอลัมน์ เพิ่มบรรทัดรายการได้ตามต้องการ
- การคำนวณอัตโนมัติ: Right-of-Use Asset, Lease Liability, Deferred Tax — การคำนวณเหล่านี้ซับซ้อนมากถ้าทำด้วยมือ แต่ระบบ ERP คำนวณได้อัตโนมัติตามสูตรที่กำหนด
- Audit Trail: ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าปรับปรุงรายการอะไร เมื่อไหร่ ใครทำ — สำคัญมากเมื่อผู้สอบบัญชีถามว่า "ทำไมตัวเลขเปลี่ยน"
- Multi-standard Support: ระบบ บัญชีที่ดีรองรับทั้ง TFRS เต็มรูปแบบ และ TFRS for NPAEs — กิจการเลือกใช้มาตรฐานที่เหมาะสมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบ
- การกระทบยอดอัตโนมัติ: งบประมาณกับบัญชีกระทบยอดได้ทันที — ลดข้อผิดพลาดจากการทำมือ
เปลี่ยนมาตรฐานบัญชี = เปลี่ยนวิธีบันทึก + เปลี่ยนรูปแบบรายงาน — ถ้าระบบปรับตัวไม่ได้ นักบัญชีก็ต้องทำมือ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อผิดพลาดและเสียเวลามหาศาล
สรุป
TFRS เปลี่ยนทุกปี — นี่คือความจริงที่นักบัญชีทุกคนต้องเผชิญ แต่การเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องน่ากลัว ถ้ามีเครื่องมือที่เหมาะสม
ระบบ ERP ที่ดีช่วยให้การเปลี่ยนผ่านเป็นเรื่องง่าย — ปรับผังบัญชีได้ทันที ออกรายงานตามรูปแบบใหม่ได้ คำนวณค่าที่ซับซ้อนได้อัตโนมัติ และตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกรายการ
หากองค์กรของท่านกำลังเตรียมตัวรับมาตรฐานบัญชีใหม่ หรือต้องการระบบที่ยืดหยุ่นพอจะปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Grand Linux Solution ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
แหล่งอ้างอิง
- สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC). "มาตรฐานการรายงานทางการเงิน." https://www.tfac.or.th
- IFRS Foundation. "International Financial Reporting Standards." https://www.ifrs.org
