- 20
- กุมภาพันธ์
การจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) เป็น หัวใจสำคัญของทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน เพราะทุกหน่วยงานต้องซื้อสินค้าและบริการเพื่อดำเนินงาน ถ้าระบบจัดซื้อดี องค์กรจะได้สินค้าที่ถูกต้อง ราคาเหมาะสม ส่งมอบตรงเวลา และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน แต่ถ้าจัดซื้อไม่มีระบบ จะเจอปัญหาซ้ำซ้อน ตั้งแต่ซื้อแพง ซื้อซ้ำ ซื้อผิด ไปจนถึงทุจริตที่ตรวจสอบไม่ได้ บทความนี้จะอธิบายทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับระบบจัดซื้อจัดจ้างใน ERP
Procurement คืออะไร?
Procurement หรือ การจัดซื้อจัดจ้าง คือ กระบวนการทั้งหมดในการจัดหาสินค้าและบริการให้กับองค์กร ตั้งแต่เริ่มต้นระบุความต้องการ ไปจนถึงชำระเงินให้ผู้ขาย โดยครอบคลุมกิจกรรมหลักดังนี้:
- ระบุความต้องการ (Identify Need) — หน่วยงานภายในแจ้งว่าต้องการซื้ออะไร จำนวนเท่าไหร่ ใช้ทำอะไร
- ขอซื้อ (Purchase Requisition - PR) — จัดทำเอกสารคำขอซื้อเข้าระบบอย่างเป็นทางการ
- เปรียบเทียบราคา (Request for Quotation - RFQ) — ขอใบเสนอราคาจากผู้ขายหลายราย แล้วเปรียบเทียบ
- สั่งซื้อ (Purchase Order - PO) — ออกใบสั่งซื้อให้ผู้ขายที่ได้รับคัดเลือก
- รับสินค้า (Goods Receipt - GR) — ตรวจรับสินค้าตามที่สั่งซื้อ ตรวจสอบจำนวนและคุณภาพ
- ตรวจสอบใบแจ้งหนี้ (Invoice Verification) — เปรียบเทียบใบแจ้งหนี้กับ PO และ GR
- ชำระเงิน (Payment) — จ่ายเงินให้ผู้ขายตามเงื่อนไขที่ตกลง
กระบวนการทั้งหมดนี้เรียกรวมว่า Procure-to-Pay (P2P) ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการหลักที่ระบบ ERP ออกแบบมารองรับโดยเฉพาะ
ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement Cycle)
Procurement Cycle ที่สมบูรณ์ประกอบด้วย 7 ขั้นตอนหลัก โดยแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญและเชื่อมโยงกัน:
ขั้นตอนที่ 1: Purchase Requisition (PR) — ใบขอซื้อ
PR คือจุดเริ่มต้นของทุกการจัดซื้อ เป็นเอกสารที่ หน่วยงานผู้ใช้ จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการ โดย PR ที่ดีต้องระบุ:
- รายการสินค้า/บริการที่ต้องการ พร้อมรายละเอียดและ Specification
- จำนวนที่ต้องการ
- วันที่ต้องการใช้งาน
- งบประมาณหรือแหล่งเงิน
- เหตุผลความจำเป็น
สำคัญ: ถ้าไม่มี PR — แปลว่าไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นคนขอซื้อ ซื้อเพื่ออะไร องค์กรจำนวนมากยังใช้วิธี "ขอปากเปล่า" หรือ "โทรบอก" ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้เลย
ขั้นตอนที่ 2: อนุมัติ PR
PR ต้องผ่านการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ ซึ่งอาจมีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับวงเงินและนโยบายขององค์กร เช่น:
- วงเงินไม่เกิน 10,000 บาท — หัวหน้าแผนกอนุมัติได้
- วงเงิน 10,001 - 100,000 บาท — ต้องผ่านผู้จัดการฝ่าย
- วงเงินเกิน 100,000 บาท — ต้องผ่านผู้อำนวยการหรือกรรมการผู้จัดการ
ระบบ ERP สามารถกำหนด Approval Workflow ให้ PR วิ่งไปหาผู้อนุมัติโดยอัตโนมัติตามวงเงินที่ตั้งไว้
ขั้นตอนที่ 3: RFQ / เปรียบเทียบราคา
เมื่อ PR ได้รับอนุมัติแล้ว ฝ่ายจัดซื้อจะดำเนินการ ขอใบเสนอราคา (Request for Quotation - RFQ) จากผู้ขายหลายราย เพื่อเปรียบเทียบ:
- ราคา — รวมค่าขนส่ง ภาษี ส่วนลด
- เงื่อนไขการชำระเงิน — เครดิต 30 วัน, 60 วัน, หรือเงินสด
- ระยะเวลาส่งมอบ — กี่วันหลังจากสั่งซื้อ
- คุณภาพ — ได้มาตรฐานตาม Specification หรือไม่
- การรับประกัน — เงื่อนไขการรับประกันและบริการหลังการขาย
ขั้นตอนที่ 4: Purchase Order (PO) — ใบสั่งซื้อ
PO คือเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เมื่อออก PO แล้ว แปลว่าองค์กร ยืนยันที่จะซื้อ สินค้าตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ PO ที่ดีต้องระบุ:
- เลขที่ PO (สำหรับอ้างอิง)
- รายการสินค้า จำนวน ราคาต่อหน่วย
- เงื่อนไขการชำระเงินและการส่งมอบ
- สถานที่ส่งมอบ
- อ้างอิง PR ต้นทาง
ขั้นตอนที่ 5: Goods Receipt (GR) — การรับสินค้า
เมื่อผู้ขายส่งสินค้ามา ฝ่ายคลังสินค้าหรือหน่วยงานผู้ใช้จะ ตรวจรับสินค้า โดยเปรียบเทียบกับ PO ว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ทั้งจำนวน คุณภาพ และรายละเอียดอื่นๆ GR จะเป็นหลักฐานว่า สินค้าถึงมือองค์กรแล้วจริง
ขั้นตอนที่ 6: 3-Way Matching — ตรวจสอบ 3 ทาง
นี่คือขั้นตอนสำคัญที่สุดก่อนจ่ายเงิน — รายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไป
ขั้นตอนที่ 7: Payment — การชำระเงิน
เมื่อ 3-Way Matching ผ่านแล้ว ฝ่ายบัญชีจะดำเนินการชำระเงินตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ใน PO
3-Way Matching คืออะไร?
3-Way Matching คือกระบวนการ เปรียบเทียบเอกสาร 3 ฉบับ ก่อนอนุมัติจ่ายเงิน ได้แก่:
| เอกสาร | บอกอะไร | ออกโดย |
|---|---|---|
| Purchase Order (PO) | สั่งซื้ออะไร จำนวนเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ | ฝ่ายจัดซื้อ |
| Goods Receipt (GR) | ได้รับสินค้าอะไร จำนวนเท่าไหร่ | ฝ่ายคลังสินค้า/ผู้ตรวจรับ |
| Invoice (ใบแจ้งหนี้) | เรียกเก็บเงินเท่าไหร่ สำหรับสินค้าอะไร | ผู้ขาย (Vendor) |
หลักการ 3-Way Matching
ตรวจสอบว่า: สิ่งที่สั่งซื้อ (PO) = สิ่งที่ได้รับจริง (GR) = สิ่งที่ถูกเรียกเก็บเงิน (Invoice)
ถ้า 3 ฉบับตรงกัน = จ่ายเงินได้ ถ้าไม่ตรง = ต้องตรวจสอบก่อน ห้ามจ่าย
ทำไม 3-Way Matching ถึงสำคัญ?
- ป้องกันการจ่ายเกิน — ผู้ขายเรียกเก็บ 100 ชิ้น แต่ส่งมาจริงแค่ 80 ชิ้น ถ้าไม่ match จะจ่ายเงินเกินไป 20 ชิ้น
- ป้องกันการจ่ายซ้ำ — Invoice เดียวกันถูกส่งมา 2 ครั้ง ถ้าไม่มีระบบตรวจสอบ อาจจ่ายซ้ำ
- ป้องกันการทุจริต — สร้าง Invoice ปลอม หรือสมรู้ร่วมคิดกับผู้ขาย ระบบจะตรวจจับได้เพราะไม่มี GR มารองรับ
- ตรวจสอบได้ — ทุกการจ่ายเงินมีหลักฐานครบ 3 ฉบับ ผู้ตรวจสอบภายในหรือ สตง. ตรวจสอบย้อนหลังได้
ปัญหาจัดซื้อที่พบบ่อยในองค์กร
จากประสบการณ์การวางระบบ ERP ให้กับองค์กรต่างๆ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในงานจัดซื้อมีดังนี้:
| ปัญหา | สาเหตุ | ผลกระทบ |
|---|---|---|
| ไม่มี PR (ขอปากเปล่า) | ไม่มีระบบ หรือเห็นว่ายุ่งยาก | ไม่รู้ใครเป็นคนขอซื้อ ซื้อเพื่ออะไร ตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้ |
| ไม่เปรียบเทียบราคา | ซื้อจากร้านประจำเสมอ ไม่มีเวลาหาเจ้าอื่น | ซื้อแพงกว่าที่ควร ไม่ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด |
| PO ไม่ผ่านการอนุมัติ | ออก PO เองได้โดยไม่ต้องขออนุมัติ | ไม่มีการควบคุม เปิดช่องให้เกิดการใช้จ่ายเกินงบประมาณ |
| ไม่ match Invoice กับ GR | จ่ายเงินตามใบแจ้งหนี้โดยไม่ตรวจสอบกับการรับสินค้าจริง | จ่ายเกิน จ่ายซ้ำ จ่ายสำหรับสินค้าที่ไม่ได้รับ |
| ไม่ track ประวัติ Vendor | ไม่มีฐานข้อมูลผู้ขาย ข้อมูลกระจายอยู่ตามคนแต่ละคน | ไม่รู้ว่า Vendor ไหนส่งช้า คุณภาพไม่ดี ราคาแพง |
| ไม่มีรายงานสรุป | ข้อมูลจัดซื้ออยู่ใน Excel หลายไฟล์ หรือเป็นกระดาษ | ผู้บริหารไม่เห็นภาพรวมการใช้จ่าย วางแผนงบประมาณไม่ได้ |
ประโยชน์ของระบบจัดซื้อใน ERP
เมื่อนำระบบจัดซื้อจัดจ้างใน ERP มาใช้ องค์กรจะได้รับประโยชน์หลายประการ:
1. ความโปร่งใส (Transparency)
ทุกขั้นตอนตั้งแต่ PR จนถึง Payment ถูกบันทึกในระบบเดียวกัน ใครทำอะไร เมื่อไหร่ มีหลักฐานครบถ้วน ลดความเสี่ยงเรื่องทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน
2. ตรวจสอบได้ (Auditability)
ระบบเก็บ Audit Trail ทุกรายการ สามารถ trace ย้อนกลับได้ว่า PO นี้มาจาก PR ไหน ใครเป็นคนอนุมัติ ใบเสนอราคาเปรียบเทียบกี่ราย เหมาะกับองค์กรที่ต้องรับการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบภายใน หรือ สตง.
3. ลดข้อผิดพลาด (Error Reduction)
ระบบจะดึงข้อมูลจาก PR มาสร้าง PO อัตโนมัติ ไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ ลดการผิดพลาดจากการ key ข้อมูล และระบบจะ validate ข้อมูลให้ เช่น จำนวนสั่งซื้อต้องไม่เกินจำนวนที่ขอ ราคาต้องไม่เกินเพดานที่กำหนด
4. อนุมัติออนไลน์ (Online Approval)
ผู้อนุมัติสามารถตรวจสอบและอนุมัติ PR/PO ได้จากทุกที่ ไม่ต้องรอเซ็นเอกสารกระดาษ ลดเวลาในการรออนุมัติจากหลายวันเหลือไม่กี่ชั่วโมง
5. ประวัติผู้ขาย (Vendor Management)
ระบบเก็บประวัติผู้ขายทั้งหมด — เคยซื้ออะไร ราคาเท่าไหร่ ส่งตรงเวลาหรือไม่ คุณภาพเป็นอย่างไร ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อตัดสินใจเลือกผู้ขายได้ดีขึ้นทุกครั้ง
6. รายงานและการวิเคราะห์ (Reporting & Analytics)
ผู้บริหารเห็นภาพรวมการจัดซื้อทั้งองค์กร เช่น ยอดจัดซื้อรายเดือน สัดส่วนการซื้อแต่ละหมวด ผู้ขายหลัก เปรียบเทียบงบประมาณกับการใช้จ่ายจริง
จัดซื้อภาครัฐ vs ภาคเอกชน
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐและภาคเอกชนมีความแตกต่างกันหลายประการ:
| ประเด็น | ภาครัฐ | ภาคเอกชน |
|---|---|---|
| กฎหมาย | ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 | ใช้ระเบียบภายในองค์กร ยืดหยุ่นกว่า |
| ระบบ | ต้องใช้ระบบ e-GP (Electronic Government Procurement) ของกรมบัญชีกลาง | ใช้ระบบ ERP ภายใน หรือระบบจัดซื้อที่องค์กรเลือก |
| วิธีจัดซื้อ | ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding), สอบราคา, เฉพาะเจาะจง, คัดเลือก | เปรียบเทียบราคา, ต่อรองโดยตรง, ประมูล |
| ความโปร่งใส | ต้องเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อต่อสาธารณะ ตรวจสอบโดย สตง. | ตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบภายในและผู้ถือหุ้น |
| ระยะเวลา | ใช้เวลานาน เพราะต้องตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด | เร็วกว่า เพราะลดขั้นตอนได้ตามความเหมาะสม |
| สัญญา | ต้องทำสัญญาตามแบบที่กำหนด มีหลักประกันสัญญา | ใช้ PO หรือสัญญาตามที่ตกลงกัน |
ภาครัฐ — วิธีจัดซื้อตามวงเงิน
- วิธีเฉพาะเจาะจง — วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท สามารถซื้อจากผู้ขายรายเดียวได้
- วิธีคัดเลือก — เชิญผู้ขายไม่น้อยกว่า 3 ราย มายื่นข้อเสนอ
- วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) — ประกาศเชิญชวนทั่วไป เปิดให้ผู้ขายทุกรายเข้าร่วมเสนอราคาผ่านระบบ e-GP
ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน หลักการจัดซื้อที่ดียังคงเหมือนกัน คือ โปร่งใส ตรวจสอบได้ แข่งขันเป็นธรรม และคุ้มค่า
Saeree ERP กับการจัดซื้อจัดจ้าง
Saeree ERP มี โมดูลจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement Module) ที่รองรับกระบวนการจัดซื้อครบวงจร ตั้งแต่ขอซื้อจนถึงชำระเงิน:
| ฟีเจอร์ | รายละเอียด |
|---|---|
| PR / PO Management | สร้าง PR, แปลง PR เป็น PO ได้โดยอัตโนมัติ รองรับ PR หลายใบรวมเป็น PO ใบเดียว หรือแยก PR ใบเดียวเป็นหลาย PO ตามผู้ขาย |
| อนุมัติหลายระดับ (Multi-level Approval) | กำหนด Workflow อนุมัติตามวงเงิน ตามแผนก หรือตามประเภทสินค้า รองรับผู้อนุมัติหลายลำดับ |
| เปรียบเทียบราคา (Quotation Comparison) | รับใบเสนอราคาจากผู้ขายหลายราย เปรียบเทียบราคา เงื่อนไข และระยะเวลาส่งมอบในหน้าจอเดียว |
| 3-Way Matching | ตรวจสอบ PO vs GR vs Invoice อัตโนมัติ แจ้งเตือนเมื่อไม่ตรงกัน ป้องกันการจ่ายเงินผิดพลาด |
| Vendor Management | ฐานข้อมูลผู้ขายครบถ้วน ประวัติการซื้อ ประเมินผลผู้ขาย (Vendor Rating) ติดตามประสิทธิภาพการส่งมอบ |
| เชื่อมโยงกับโมดูลอื่น | เชื่อมกับ คลังสินค้า (รับเข้าสต็อกอัตโนมัติ), บัญชี (บันทึกบัญชีอัตโนมัติ), งบประมาณ (ตรวจสอบยอดคงเหลือ) |
| รายงานจัดซื้อ | รายงานสรุปยอดจัดซื้อ, PO ที่ยังค้าง, สถานะ PR/PO, เปรียบเทียบงบประมาณกับยอดจัดซื้อจริง |
ระบบจัดซื้อจัดจ้างที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของการซื้อของถูก — แต่คือการสร้างกระบวนการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดความเสี่ยงให้กับองค์กร ทุกบาทที่จ่ายออกไปต้องมีหลักฐาน มีเหตุผล และมีคนรับผิดชอบ
- ทีมงาน Saeree ERP
สรุป — Checklist ระบบจัดซื้อที่ดีต้องมีอะไรบ้าง
ก่อนเลือกระบบจัดซื้อจัดจ้าง หรือก่อนปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อในองค์กร ลองตรวจสอบด้วย Checklist นี้:
- มีระบบ PR เป็นทางการ — ทุกการขอซื้อต้องเข้าระบบ ไม่รับคำสั่งปากเปล่า
- มี Approval Workflow — PR/PO ต้องผ่านการอนุมัติตามลำดับขั้นและวงเงิน
- มีการเปรียบเทียบราคา — ต้องขอใบเสนอราคาอย่างน้อย 3 รายก่อนตัดสินใจ (ตามความเหมาะสม)
- มี PO ทุกครั้งที่สั่งซื้อ — ไม่ซื้อโดยไม่มี PO ห้ามซื้อก่อนออก PO ทีหลัง
- มี 3-Way Matching ก่อนจ่ายเงิน — PO = GR = Invoice ถ้าไม่ตรง ต้องตรวจสอบก่อน
- มีฐานข้อมูล Vendor — ประวัติผู้ขาย ประเมินผล ติดตามประสิทธิภาพ
- มีรายงานสรุปให้ผู้บริหาร — ยอดจัดซื้อรายเดือน สัดส่วนตามหมวด เปรียบเทียบกับงบประมาณ
- เชื่อมโยงกับระบบบัญชีและคลังสินค้า — ข้อมูลไหลต่อเนื่องไม่ต้อง key ซ้ำ ลดข้อผิดพลาด
หากองค์กรของคุณกำลังเจอปัญหาเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการที่ไม่มีระบบ ตรวจสอบไม่ได้ หรือต้องการเพิ่มความโปร่งใส สามารถนัดหมาย Demo หรือติดต่อทีมที่ปรึกษาเพื่อประเมินความต้องการขององค์กร
