02-347-7730  |  Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ติดต่อเรา

ใครรุ่ง ใครร่วง? แผนที่ประชากรโลก 5-20 ปีข้างหน้า ที่ธุรกิจไทยต้องอ่าน 2569

  • หน้าแรก
  • บทความ
  • ใครรุ่ง ใครร่วง? แผนที่ประชากรโลก 5-20 ปีข้างหน้า ที่ธุรกิจไทยต้องอ่าน 2569
ใครรุ่ง ใครร่วง? แผนที่ประชากรโลก 5-20 ปีข้างหน้า ที่ธุรกิจไทยต้องอ่าน 2569
  • 26
  • กรกฎาคม

คำตอบสั้นที่สุดคือ โลกไม่ได้แก่พร้อมกัน — ขณะที่ไทย จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้กำลังสูญเสียแรงงาน อินเดีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และแอฟริกาใต้สะฮาราจะเพิ่มคนวัยทำงานอีกหลายร้อยล้านคนในช่วง 20 ปีข้างหน้า และการแยกทางกันครั้งนี้จะเปลี่ยนทั้งตลาดปลายทาง ฐานการผลิต และคู่แข่งของธุรกิจไทย

บทความนี้เป็นตอนที่ 2 ของซีรีส์ 3 ตอน ต่อจาก การล่มสลายของประชากร: ทำไมธุรกิจไทยจะหาคนไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งเล่าถึงสถานการณ์ในประเทศ ตอนนี้เราจะซูมออกไปดูแผนที่โลกในช่วง 5, 10, 15 และ 20 ปีข้างหน้า แล้วแปลกลับมาเป็นสิ่งที่ต้องตัดสินใจในแผนธุรกิจ

สรุปบรรทัดเดียว: อินเดียจะเพิ่มประชากรวัยแรงงานอีก 128 ล้านคนภายในปี ค.ศ. 2040 และฟิลิปปินส์โต 36.6% ในช่วง 2020-2050 ขณะที่จีนจะหายไปราว 250 ล้านคนและญี่ปุ่นเหลือ 100 ล้านคนภายในปี 2050 — ธุรกิจไทยต้องเลือกว่าจะยืนอยู่ฝั่งไหนของเส้นแบ่งนี้

กติกาใหม่: โลกไม่ได้แก่พร้อมกัน

รายงาน World Population Prospects 2024 ของสหประชาชาติระบุว่า มีราว 100 ประเทศที่ประชากรวัยแรงงาน (อายุ 20-64 ปี) จะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี ค.ศ. 2054 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า "ปันผลทางประชากร" (demographic dividend) ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งราว 126 ประเทศจะมีประชากรโตต่อเนื่องไปถึงหรือเลยปี 2054 รวมถึงอินเดีย อินโดนีเซีย ไนจีเรีย ปากีสถาน และสหรัฐอเมริกา

สหประชาชาติยังประเมินว่าประชากรวัยแรงงานของทั้งโลกจะเริ่มลดลงเป็นครั้งแรกในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 2060-2100 โดยมีเอเชียตะวันออก ยุโรป ละตินอเมริกา และเอเชียใต้/ตะวันออกเฉียงใต้เป็นตัวฉุดหลัก แปลว่าช่วง 20 ปีข้างหน้าคือช่วงสุดท้ายที่โลกยังมีแรงงานเพิ่ม — และมันจะเพิ่มอยู่ในไม่กี่ภูมิภาค

ฝั่งที่ "รุ่ง" — ที่ที่คนวัยทำงานยังเพิ่ม

ประเทศ / ภูมิภาคสิ่งที่จะเกิดขึ้นช่วงเวลาที่ควรจับตา
อินเดียวัยแรงงานเพิ่ม 63 ล้านคนภายในปี ค.ศ. 2030 และ 128 ล้านคนภายในปี 2040 · สัดส่วนวัยแรงงานจะขึ้นสูงสุดราว 65% ในปี 20415-15 ปีข้างหน้าคือช่วงพีค
แอฟริกาใต้สะฮาราวัยแรงงานแตะ 1 พันล้านคนช่วงปลายทศวรรษ 2030 · ปลายทศวรรษ 2040 คองโก (DRC) เอธิโอเปีย และไนจีเรีย แต่ละประเทศจะเพิ่มแรงงานให้โลกมากกว่าอินเดีย15-20 ปีข้างหน้าขึ้นไป
ฟิลิปปินส์วัยแรงงานโต 36.6% ในช่วง ค.ศ. 2020-2050 — สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนขนาดใหญ่ตลอด 20 ปีข้างหน้า
อินโดนีเซียวัยแรงงานโต 15.5% ในช่วงเดียวกัน · Goldman Sachs ประเมินว่าจะเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลกในปี ค.ศ. 20505-20 ปีข้างหน้า
สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศพัฒนาแล้วไม่กี่ประเทศที่วัยแรงงานยังโตหลังปี 2054 โดยอาศัยการย้ายถิ่นเป็นหลักระยะยาว

ตัวเลขที่ควรจำจากตารางนี้คือ อินเดียมีสัดส่วน 23% ของการเติบโตของประชากรวัยแรงงานโลกในปัจจุบัน (ไนจีเรียอยู่ที่ 7%) แต่สัดส่วนของอินเดียจะลดเหลือเพียง 2% ภายในกลางศตวรรษ นั่นแปลว่าแม้แต่ประเทศที่ "รุ่ง" ที่สุดวันนี้ก็มีนาฬิกาจับเวลาอยู่เหมือนกัน

ฝั่งที่ "ร่วง" — และไทยอยู่ตรงไหนในนั้น

ประเทศแนวโน้มถึงปี ค.ศ. 2050อัตราเจริญพันธุ์
จีนประชากรหายไปราว 250 ล้านคน · สัดส่วนวัยแรงงานลดลงต่ำกว่า 60% จากที่เคยพีคราว 75% ในปี 20101.09
ญี่ปุ่น122 ล้าน → 100 ล้านคน · วัยแรงงาน (20-64 ปี) จะเหลือราว 60% ของระดับปี ค.ศ. 20001.37
เกาหลีใต้51.6 ล้าน → 46 ล้านคน · อัตราการเติบโต GDP ที่ 1.3% ในปี 2023 คาดว่าจะเหลือใกล้ 0% ในปี 20500.72
ไทยวัยแรงงาน 15-59 ปี ลดจาก 43.26 ล้านคน (65%) ในปี พ.ศ. 2563 เหลือ 36.5 ล้านคน (56%) ในปี พ.ศ. 2583 ตามการคาดประมาณของ สศช.0.86

ข้อแตกต่างสำคัญคือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เข้าสู่ภาวะนี้ในฐานะประเทศที่มีฐานอุตสาหกรรมและรายได้ต่อหัวสูงกว่า ส่วนไทยเข้าสู่ภาวะเดียวกันด้วยรายได้ต่อหัวระดับปานกลาง ซึ่งเป็นประเด็นที่อธิบายไว้ละเอียดใน ตอนที่ 1 ของซีรีส์นี้

อาเซียนกำลังแยกร่าง — และไทยอยู่ผิดฝั่ง

สิ่งที่หลายองค์กรยังไม่ได้ปรับความคิดคือ "อาเซียน" ไม่ใช่ก้อนเดียวกันอีกต่อไปในเชิงประชากร ตัวเลขการเติบโตของประชากรวัยแรงงานช่วง ค.ศ. 2020-2050 แยกประเทศในภูมิภาคออกเป็นสองกลุ่มชัดเจน

ประเทศการเติบโตของวัยแรงงาน ค.ศ. 2020-2050
ติมอร์-เลสเต+74.1%
ลาว+40.2%
ฟิลิปปินส์+36.6%
กัมพูชา+34.8%
มาเลเซีย+19.8%
อินโดนีเซีย+15.5%
เมียนมา+13.4%

ประเทศเพื่อนบ้านที่ไทยเคยพึ่งพาในฐานะแหล่งแรงงาน กำลังกลายเป็นทั้งตลาดผู้บริโภคที่โตและผู้แข่งขันในการดึงแรงงานกลับประเทศตัวเอง เมื่อเศรษฐกิจในบ้านเขาเติบโต แรงจูงใจในการข้ามมาทำงานในไทยจะลดลง — นี่คือความเสี่ยงที่ควรอยู่ในทะเบียนความเสี่ยงขององค์กร เช่นเดียวกับหัวข้ออื่นในบทความ การบริหารความเสี่ยงองค์กร

หมายเหตุสำคัญ: "คนเยอะ" ไม่เท่ากับ "รวยแน่นอน" ปันผลทางประชากรจะกลายเป็นการเติบโตจริงก็ต่อเมื่อประเทศนั้นมีการศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และการจ้างงานรองรับ นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่าแม้แต่อินเดียเองก็มีความเสี่ยงที่จะ "แก่ก่อนรวย" หากผลิตภาพไม่ตามทัน การอ่านแผนที่นี้จึงต้องดูควบคู่กับนโยบายและผลิตภาพของแต่ละประเทศเสมอ

ไทม์ไลน์ 5 / 10 / 15 / 20 ปีข้างหน้า

เมื่อเรียงตัวเลขจากทุกแหล่งตามช่วงเวลา ภาพที่ได้เป็นดังนี้ (ตัวเลข ค.ศ. ในวงเล็บ เพื่อให้เทียบกับรายงานต่างประเทศได้ง่าย)

ช่วงเวลาโลกไทย
5 ปี
พ.ศ. 2574 (2031)
อินเดียผ่านหลักเพิ่มวัยแรงงาน 63 ล้านคน (ปี 2030) · เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ยังอยู่ในช่วงปันผลประชากรจำนวนเกิดต่อปีมีแนวโน้มต่ำกว่า 400,000 คน · เข้าใกล้สังคมสูงวัยระดับสุดยอด
10 ปี
พ.ศ. 2579 (2036)
วัยแรงงานแอฟริกาใต้สะฮาราแตะ 1 พันล้านคน · จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หดต่อเนื่องผู้สูงอายุ 60+ เกิน 28% (super-aged เต็มตัว ราวปี 2577) · IPSR ประเมินประชากรอาจเหลือ 61.6 ล้านคนในปี 2577 หากอัตราเจริญพันธุ์ลงใกล้ 0.7
15 ปี
พ.ศ. 2584 (2041)
อินเดียถึงจุดพีคของปันผลประชากร (วัยแรงงาน ~65%) — หลังจากนี้เริ่มนับถอยหลังเข้าใกล้จุดที่ สศช. คาดว่าวัยแรงงานเหลือ 36.5 ล้านคน และผู้สูงอายุ 31.28% ในปี 2583
20 ปี
พ.ศ. 2589 (2046)
คองโก เอธิโอเปีย ไนจีเรีย แต่ละประเทศเพิ่มแรงงานให้โลกมากกว่าอินเดีย · จีนใกล้จุดที่หายไป 250 ล้านคน (2050)แรงงานที่เข้าตลาดในช่วงนี้คือเด็กที่เกิดปี 2568 จำนวน 416,574 คน — ตัวเลขที่ล็อกไว้แล้ว

สี่เรื่องที่เปลี่ยนไปสำหรับธุรกิจไทย

1. ตลาดปลายทางเปลี่ยนที่ — ธุรกิจที่พึ่งกำลังซื้อในประเทศเป็นหลักจะเจอเพดานก่อนใคร เพราะจำนวนผู้บริโภคลดลงจริง ส่วนตลาดที่ยังขยายอยู่ในรัศมีที่ไทยเข้าถึงได้คือ CLMV อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย

2. ฐานการผลิตย้ายตามแรงงาน — เมื่อค่าแรงในไทยขยับขึ้นจากการขาดแคลนคน ขณะที่เพื่อนบ้านยังมีแรงงานเหลือ การตัดสินใจตั้งโรงงานใหม่จะเอนไปทางประเทศที่มีคน ธุรกิจไทยที่รับจ้างผลิตต้องเตรียมคำตอบว่าจะแข่งด้วยอะไรถ้าไม่ใช่ค่าแรง

3. การแย่งแรงงานข้ามชาติจะยากขึ้น — ไทยพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านมานาน แต่เมื่อเศรษฐกิจของประเทศต้นทางโตขึ้นและประเทศอื่นในภูมิภาคก็ขาดแรงงานเหมือนกัน การแข่งขันเพื่อดึงคนกลุ่มนี้จะรุนแรงขึ้น

4. คู่แข่งใหม่มาจากประเทศที่มีคน — บริษัทจากอินเดีย เวียดนาม หรืออินโดนีเซียที่มีแรงงานหนุ่มสาวและต้นทุนต่ำกว่า จะเข้ามาแข่งในตลาดเดียวกับธุรกิจไทยมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าไทยต้องขยับขึ้นไปแข่งด้วยคุณภาพ ความเร็ว และระบบ ไม่ใช่ราคา

ความเสี่ยงจากการอ่านแผนที่ผิด: การย้ายฐานผลิตหรือขยายตลาดไปประเทศที่ประชากรโต โดยที่ระบบหลังบ้านยังทำงานแยกกันคนละชุด มักจบลงด้วยการที่สำนักงานใหญ่ไม่รู้ต้นทุนจริงของสาขาต่างประเทศจนกว่าจะปิดงบปลายปี ซึ่งช้าเกินไปสำหรับการตัดสินใจ

เรื่องนี้เกี่ยวกับระบบหลังบ้านอย่างไร

ถ้าข้อสรุปของแผนที่นี้คือ "ตลาดในประเทศโตยาก ต้องมองออกนอกประเทศ" คำถามถัดไปที่ตามมาทันทีคือองค์กรพร้อมบริหารหลายหน่วยธุรกิจพร้อมกันหรือยัง — หลายบริษัท หลายสาขา หลายสกุลเงิน โดยที่ผู้บริหารยังเห็นภาพรวมได้จากที่เดียว

Saeree ERP รองรับการทำงานแบบหลายบริษัทและหลายสกุลเงินซึ่งเป็นพื้นฐานของงานลักษณะนี้ แต่ขอพูดตรงๆ ว่าเรื่องภาษีและข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละประเทศเป็นงานที่ต้องประเมินเป็นรายกรณี ไม่ใช่สิ่งที่ซอฟต์แวร์ตัวใดตัวหนึ่งจะเคลมว่ารองรับทุกประเทศได้ทันที การวางแผนขยายจึงควรเริ่มจากการทำระบบในประเทศให้นิ่งก่อน ตามแนวทางที่เล่าไว้ใน คู่มือเตรียมตัวก่อน Implement ERP และ ERP สำหรับ SME

สรุป

ในอีก 20 ปีข้างหน้า โลกจะแบ่งเป็นสองฝั่งชัดเจน — ฝั่งที่ยังมีคนวัยทำงานเพิ่ม กับฝั่งที่ต้องผลิตให้ได้เท่าเดิมด้วยคนที่น้อยลง ไทยอยู่ฝั่งหลัง และนั่นไม่ได้แปลว่าแพ้ แต่แปลว่ากลยุทธ์ที่ใช้ได้ต้องเปลี่ยน

ถ้าธุรกิจของคุณ...สิ่งที่ควรทบทวนใน 5 ปีนี้
พึ่งตลาดผู้บริโภคในประเทศเป็นหลักจำนวนลูกค้าจะไม่โตเอง — ต้องเพิ่มมูลค่าต่อลูกค้า หรือหาตลาดที่ประชากรยังโต
ใช้แรงงานเข้มข้นในการผลิตเตรียมคำตอบว่าจะแข่งด้วยอะไรเมื่อค่าแรงขยับและหาคนไม่ได้
พึ่งแรงงานข้ามชาติสมมติฐานเรื่อง supply แรงงานจากเพื่อนบ้านควรถูกทบทวนทุกปี ไม่ใช่ตั้งไว้แล้วลืม
กำลังคิดขยายไปต่างประเทศทำระบบข้อมูลในประเทศให้นิ่งก่อน แล้วค่อยขยาย — ไม่ใช่ขยายแล้วค่อยตามเก็บข้อมูล

ตอนที่ 3 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของซีรีส์ จะลงรายละเอียดว่าประเทศไทยและองค์กรแต่ละแห่งควรให้ความสำคัญกับอะไรในแต่ละช่วงเวลา 5, 10, 15 และ 20 ปี — ทั้งข้อเสนอเชิงนโยบายจากสถาบันวิจัย และสิ่งที่เจ้าของธุรกิจลงมือทำเองได้โดยไม่ต้องรอใคร

"ประเทศที่มีคนเพิ่มจะแข่งด้วยจำนวน ประเทศที่คนลดต้องแข่งด้วยระบบ — ไทยไม่ได้เลือกฝั่ง แต่เลือกได้ว่าจะเตรียมตัวเร็วแค่ไหน"

- ทีมงาน Saeree ERP

แหล่งอ้างอิง

สนใจระบบ ERP สำหรับองค์กรของคุณ?

วางแผนขยายตลาดหรือปรับโครงสร้างการผลิต? ปรึกษาทีมงาน Saeree ERP เรื่องการทำระบบข้อมูลให้พร้อมก่อนขยาย ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอ Demo ฟรี

โทร 02-347-7730 | sale@grandlinux.com

Saeree ERP Author

เกี่ยวกับผู้เขียน

สุรีระยา ลิ้มไพบูลย์

กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด และผู้ก่อตั้ง Saeree ERP พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านระบบ ERP ครบวงจร