02-347-7730  |  Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ติดต่อเรา

การล่มสลายของประชากร คืออะไร? ทำไมธุรกิจไทยจะหาคนไม่ได้อีกต่อไป 2569

  • หน้าแรก
  • บทความ
  • การล่มสลายของประชากร คืออะไร? ทำไมธุรกิจไทยจะหาคนไม่ได้อีกต่อไป 2569
การล่มสลายของประชากร คืออะไร? ทำไมธุรกิจไทยจะหาคนไม่ได้อีกต่อไป 2569
  • 26
  • กรกฎาคม

การล่มสลายของประชากร (Population Collapse) คือภาวะที่จำนวนประชากรของประเทศลดลงต่อเนื่อง เพราะอัตราการเกิดต่ำกว่าระดับทดแทน (2.1 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน) ติดต่อกันนานจนโครงสร้างอายุพลิกกลับไม่ทัน — และสำหรับประเทศไทย เรื่องนี้ไม่ใช่การคาดการณ์อนาคตอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นแล้วมาห้าปีติด

บทความนี้เป็นตอนที่ 1 ของซีรีส์ 3 ตอน ว่าด้วยวิกฤตประชากรกับธุรกิจไทย ตอนแรกนี้จะตอบคำถามเดียวให้ชัด — ตัวเลขจริงบอกอะไร และทำไมเจ้าของธุรกิจจะเป็นกลุ่มแรกที่รู้สึกถึงมันผ่านการ "หาคนไม่ได้" ซึ่งเป็นอาการเดียวกับที่เคยเล่าไว้ในบทความ ไทยขาดบุคลากร AI 80,000 คน แต่คราวนี้ไม่ได้ขาดเฉพาะสายเทคโนโลยี

สรุปบรรทัดเดียว: ปี 2568 คนไทยเกิด 416,574 คน แต่เสียชีวิต 559,684 คน — ติดลบ 143,110 คน เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน แปลว่าฐานแรงงานของประเทศกำลังหดลงจริง ไม่ใช่แค่ "โตช้าลง"

ตัวเลขที่บอกว่าวิกฤตเกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่กำลังจะเกิด

คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่า "สังคมสูงวัย" เป็นปัญหาของอีก 10-20 ปีข้างหน้า แต่สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองบอกอีกอย่าง — ประเทศไทยมีคนตายมากกว่าคนเกิดมาแล้ว 5 ปีติดต่อกัน และช่องว่างกำลังถ่างขึ้นทุกปี

ตัวชี้วัดค่าล่าสุดความหมายต่อธุรกิจ
เด็กเกิดใหม่ ปี 2568416,574 คน — ต่ำสุดในรอบ 75 ปีคือขนาดของแรงงานที่จะเข้าตลาดในปี 2586-2590
ผู้เสียชีวิต ปี 2568559,684 คนส่วนใหญ่คือคนที่ออกจากตลาดแรงงานไปแล้ว
ส่วนต่าง เกิด-ตายติดลบ 143,110 คน (ปีที่ 5)ฐานประชากรหดจริง ไม่ใช่แค่โตช้า
ประชากรรวม ปี 256965.8 ล้านคนIPSR คาดเหลือ 61.6 ล้านในปี 2577 หากอัตราเจริญพันธุ์ลงใกล้ 0.7
กำลังแรงงาน (มี.ค. 2569)42.14 ล้านคนผู้มีงานทำ 41.29 ล้านคน — เหลือ "คนว่าง" ให้จ้างน้อยมาก
ผู้สูงอายุ 60+จะเกิน 28% ภายใน 10 ปีไทยเข้าสู่ super-aged society เต็มตัว

ตัวเลข 416,574 คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด เด็กที่เกิดในปี 2568 จะเริ่มทำงานราวปี 2590 นั่นแปลว่าขนาดของแรงงานไทยในอีก 20 ปีข้างหน้าถูกล็อกไว้แล้ววันนี้ ไม่ว่านโยบายส่งเสริมการมีบุตรจะสำเร็จแค่ไหนก็เปลี่ยนตัวเลขช่วงนั้นไม่ได้ นี่คือสิ่งที่นักประชากรศาสตร์เรียกว่า "แรงเฉื่อยประชากร" (population momentum) — เมื่อฐานพีระมิดแคบลงแล้ว มันจะแคบต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งชั่วอายุคน

ไทยไม่ได้ "กำลังจะเป็นญี่ปุ่น" — เราแซงไปแล้ว

ภาพจำที่ติดอยู่ในหัวผู้บริหารไทยหลายคนคือ "อีกหน่อยเราจะเป็นเหมือนญี่ปุ่น" ความจริงคือเราแซงญี่ปุ่นไปแล้วในด้านที่ไม่ควรแซง สารประชากรของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2569 รายงานอัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR) ของไทยที่ 0.86 ลดจาก 1.0 ในปี 2567

ประเทศอัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR)สถานะ
เกาหลีใต้0.72ต่ำที่สุดในโลก — ประชากร 51.6 ล้าน จะเหลือ 46 ล้านในปี 2593
ไทย0.86อยู่ในกลุ่มต่ำที่สุดของโลก แต่รายได้ต่อหัวต่ำกว่าทุกประเทศในตารางนี้
จีน1.09ประชากรจะหายไปราว 250 ล้านคนภายในปี 2593
ญี่ปุ่น1.37122 ล้าน จะเหลือ 100 ล้านในปี 2593
ระดับทดแทน2.10ระดับที่ประชากรจะคงตัวโดยไม่ต้องพึ่งการย้ายถิ่น

หมายเหตุเรื่องตัวเลข: TFR ของแต่ละประเทศคำนวณจากฐานข้อมูลและปีที่ต่างกัน ตัวเลข 0.86 ของไทยมาจากสารประชากร ม.มหิดล ปี 2569 ซึ่งอิงการเกิดที่จดทะเบียน ขณะที่บางแหล่งยังรายงานไทยที่ราว 1.0 ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ทศนิยม แต่คือทุกแหล่งตรงกันว่าไทยอยู่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของระดับทดแทน

ความต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างไทยกับญี่ปุ่น เกาหลี หรือสิงคโปร์ ไม่ใช่ตัวเลข TFR แต่คือรายได้ต่อหัวตอนที่ประเทศเข้าสู่ภาวะนี้ ญี่ปุ่นแก่ตอนที่เป็นประเทศรายได้สูงแล้ว เกาหลีใต้ก็เช่นกัน ส่วนไทยกำลังแก่ในขณะที่ยังเป็นประเทศรายได้ปานกลาง — ในวงวิชาการเรียกภาวะนี้ว่า "แก่ก่อนรวย" และมันแปลตรงๆ ว่าเรามีเวลาและงบประมาณสำหรับแก้ปัญหาน้อยกว่าประเทศที่เดินทางนี้มาก่อน

The Great Mismatch — ตำแหน่งว่างเต็มไปหมด แต่ไม่มีคนสมัคร

สำหรับเจ้าของธุรกิจ วิกฤตประชากรไม่ได้มาถึงในรูปข่าวสถิติ แต่มาถึงในรูปประกาศรับสมัครงานที่แขวนไว้สามเดือนแล้วยังไม่มีคนที่ใช่ ข้อมูลตลาดแรงงานยืนยันความรู้สึกนี้ตรงๆ

ข้อมูลตลาดแรงงานตัวเลข
ตำแหน่งว่างที่จดทะเบียน (ก.พ. 2569)33,187 ตำแหน่ง (เพิ่มจาก 31,172 ในเดือน ม.ค.)
ความขาดแคลนรวมในภาคหลักของประเทศกว่า 300,000 ตำแหน่ง — ก่อสร้างได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ภาคการผลิต ต้นปี 2567ตำแหน่งว่าง ~87,000 แต่ผู้สมัครที่ลงทะเบียนมีเพียง ~25,000
ตำแหน่งที่ขาดหนักที่สุดระดับกลาง — ช่างเทคนิค หัวหน้างาน ซ่อมบำรุง วิศวกรการผลิต
นายจ้างในเอเชียแปซิฟิกที่หาคนทักษะไม่ได้77% (ผลสำรวจ ManpowerGroup ปี 2568)

สังเกตบรรทัดที่สาม — ตำแหน่งว่างในภาคผลิตมีมากกว่าผู้สมัครที่ลงทะเบียนราว 3.5 เท่า นี่ไม่ใช่ปัญหาค่าจ้างอย่างเดียว และไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยการโพสต์ประกาศเพิ่ม เพราะคนที่จะมาสมัครนั้น "ไม่มีอยู่จริง" ในเชิงประชากรศาสตร์

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เจ็บกว่าที่คิดคือ ตำแหน่งที่ขาดหนักที่สุดเป็นตำแหน่งระดับกลาง — ช่างเทคนิค หัวหน้างาน คนคุมไลน์ผลิต คนดูแลระบบซ่อมบำรุง กลุ่มนี้คือคนที่ต้องใช้เวลาสร้างหลายปี ไม่ใช่จ้างวันนี้แล้วพรุ่งนี้ทำงานได้ และเป็นกลุ่มเดียวกับที่ถือ "ความรู้ที่ไม่ได้อยู่ในเอกสาร" ของบริษัทไว้มากที่สุด ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เคยเล่าไว้ในบทความ คนเก่าลาออก ระบบก็ล่มตาม

ความเสี่ยงที่ประเมินต่ำเกินไป: องค์กรจำนวนมากวางแผนกำลังคนโดยสมมติว่า "ถ้าคนลาออก เดี๋ยวก็หาใหม่ได้" สมมติฐานนี้ใช้ได้ในตลาดที่มีคนเหลือ แต่ในตลาดที่ตำแหน่งว่างมากกว่าผู้สมัคร 3.5 เท่า การสูญเสียหัวหน้างานหนึ่งคนอาจหมายถึงไลน์ผลิตเดินไม่เต็มกำลังนานหลายเดือน

ทำไมเจ้าของธุรกิจจะรู้สึกก่อนใคร

ประชากรลดลงส่งผลกระทบเป็นลำดับ และภาคธุรกิจอยู่ต้นแถวเสมอ เพราะบริษัทต้องจ้างคนทุกเดือน ขณะที่ผลกระทบด้านงบประมาณภาครัฐหรือระบบบำนาญจะปรากฏชัดช้ากว่าหลายปี อาการที่เจ้าของธุรกิจไทยเริ่มเจอแล้วมีดังนี้

  • เวลาในการปิดตำแหน่งยาวขึ้น — ตำแหน่งเดิมที่เคยหาคนได้ใน 3-4 สัปดาห์ กลายเป็นหลายเดือน
  • ค่าจ้างขยับขึ้นโดยที่ผลิตภาพเท่าเดิม — แย่งคนกันในสระที่เล็กลง ต้นทุนขึ้นแต่ผลผลิตต่อคนไม่ได้ขึ้นตาม
  • อายุเฉลี่ยของทีมสูงขึ้นทุกปี — โดยไม่มีรุ่นถัดไปมารับช่วง
  • งานกระจุกที่คนไม่กี่คน — เพราะไม่มีคนใหม่มาแบ่ง ทำให้ความเสี่ยงเรื่อง งานเร่งด่วนที่ต้องรอคนคนเดียว รุนแรงขึ้น
  • ตลาดในประเทศเริ่มไม่โต — จำนวนผู้บริโภคที่ลดลงกระทบธุรกิจที่พึ่งตลาดในประเทศเป็นหลักก่อนธุรกิจส่งออก

ต้นทุนที่มองไม่เห็น: เส้นกราฟการเติบโตที่ลาดลงเรื่อยๆ

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เผยแพร่การวิเคราะห์โครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ที่ชี้ว่าอัตราการเติบโตของ GDP ไทยลดลงเป็นขั้นบันไดมาตลอดสามทศวรรษ และคาดว่า "จะลดลงต่อเนื่องเป็นช่วงๆ อย่างน้อยจนถึงปี ค.ศ. 2080"

ช่วงเวลาอัตราการเติบโต GDP เฉลี่ย
พ.ศ. 2536-25397.3%
พ.ศ. 2542-25505.3%
พ.ศ. 2553-2562 (ก่อนโควิด)3.2%
พ.ศ. 2565-2567 (หลังโควิด)2.3%

ประชากรไม่ใช่สาเหตุเดียว TDRI ระบุจุดอ่อนเชิงโครงสร้างไว้สิบด้าน แต่ด้านแรงงานอยู่ในลำดับต้น ร่วมกับผลิตภาพการผลิตรวม (TFP) ที่ตกจาก 2.0% ต่อปีในช่วง 2558-2562 เหลือ 1.34% หลังโควิด และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับ 90% ของ GDP ซึ่งกดกำลังซื้อในประเทศอีกชั้นหนึ่ง

ตรงนี้คือประเด็นที่ควรจำ: เมื่อจำนวนแรงงานหดลง ทางเดียวที่เศรษฐกิจ (และบริษัทหนึ่งบริษัท) จะไม่หดตามคือผลผลิตต่อคนต้องเพิ่มขึ้น ไม่มีทางเลือกที่สาม ถ้าคนน้อยลง 10% แล้วผลิตภาพเท่าเดิม ผลผลิตก็ลดลง 10% — เลขคณิตง่ายๆ ที่แผนธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่ได้ใส่เข้าไป

เรื่องนี้เกี่ยวกับระบบ ERP อย่างไร (แบบตรงไปตรงมา)

ขอพูดให้ชัดก่อน: ระบบ ERP ไม่ได้เพิ่มจำนวนคนในตลาดแรงงาน และไม่ได้ทำให้คนที่ลาออกกลับมา ใครที่เสนอขายซอฟต์แวร์โดยบอกว่าจะแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานให้ได้ทั้งหมด คือการขายเกินจริง

สิ่งที่ระบบทำได้จริงคือลดจำนวนคนที่ต้องใช้ต่อหนึ่งธุรกรรม และเก็บกระบวนการทำงานไว้ในระบบแทนที่จะอยู่ในหัวคน ตัวอย่างที่จับต้องได้:

  • งานคีย์ซ้ำหายไป — ข้อมูลใบสั่งซื้อที่เคยถูกคีย์ใหม่ในฝ่ายจัดซื้อ คลัง และบัญชี กลายเป็นการคีย์ครั้งเดียว ปัญหานี้เป็นเรื่องเดียวกับที่เล่าไว้ในบทความ ความเสี่ยงของการบริหารด้วย Excel
  • สิทธิ์และขั้นตอนอยู่ในระบบ ไม่ใช่ในตัวบุคคล — ผู้ดูแลระบบเพิ่มผู้ใช้ กำหนดสิทธิ์ ตั้ง valid from-to หรือ inactive ผู้ใช้ที่ลาออกได้เอง เมื่อคนเปลี่ยน งานไม่หยุด
  • รายงานที่เคยรอคนทำ กลายเป็นดึงเองได้ — ลดภาระของทีมที่เหลือน้อยลง
  • ความรู้เรื่องกระบวนการถูกบันทึกไว้ — เมื่อพนักงานอาวุโสเกษียณ ขั้นตอนการทำงานยังอยู่ ซึ่งจะสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุเฉลี่ยของทีมสูงขึ้น

สำหรับ Saeree ERP เอง ส่วนของ AI Assistant ยังอยู่ในช่วงพัฒนาและฝึกระบบ เราจึงไม่เคลมว่ามีผู้ช่วย AI ที่ใช้งานได้เต็มรูปแบบแล้ว สิ่งที่ระบบทำได้วันนี้คือส่วนที่เป็นพื้นฐาน — ทำให้ข้อมูลอยู่ที่เดียว ลดงานซ้ำ และทำให้กระบวนการเดินต่อได้แม้คนเปลี่ยน ถ้าองค์กรยังไม่มีฐานนี้ การพูดถึง AI ก็ยังเร็วเกินไป เรื่องนี้เชื่อมกับที่เคยเขียนไว้ใน AI จะแทนที่คนทำงานบัญชีหรือไม่

สรุป

วิกฤตประชากรของไทยไม่ใช่หัวข้อสัมมนาเชิงวิชาการอีกต่อไป มันคือเหตุผลเชิงโครงสร้างว่าทำไมประกาศรับสมัครงานของคุณถึงเงียบ และทำไมมันจะเงียบกว่านี้ในอีกห้าปีข้างหน้า

สมมติฐานเดิมที่ใช้ไม่ได้แล้วสิ่งที่ต้องเปลี่ยนเป็น
"คนลาออก เดี๋ยวก็หาใหม่ได้"วางแผนโดยสมมติว่าหาแทนไม่ได้ — รักษาคนที่มี และกระจายความรู้ออกจากตัวบุคคล
"โตด้วยการเพิ่มคน"โตด้วยผลผลิตต่อคนที่สูงขึ้น เพราะจำนวนคนจะไม่เพิ่มอีกแล้ว
"ตลาดในประเทศยังโตได้เรื่อยๆ"จำนวนผู้บริโภคกำลังลด — ต้องมองตลาดที่ประชากรยังโต
"ปัญหานี้เป็นเรื่องของอีก 20 ปี"เกิดขึ้นแล้ว 5 ปี และตัวเลขของ 20 ปีข้างหน้าถูกล็อกไว้ตั้งแต่วันนี้

ตอนที่ 2 ของซีรีส์นี้จะพาไปดูแผนที่ประชากรโลกในอีก 5, 10, 15 และ 20 ปีข้างหน้า — ประเทศไหนที่แรงงานยังโต ประเทศไหนที่หดเร็วกว่าไทย และเรื่องนี้เปลี่ยนโจทย์เรื่องตลาด ฐานผลิต และคู่แข่งของธุรกิจไทยอย่างไร ส่วนตอนที่ 3 จะลงรายละเอียดว่าประเทศและองค์กรควรทำอะไรในแต่ละช่วงเวลา

"คลื่นการทำงานอัตโนมัติรอบก่อนๆ ขับเคลื่อนด้วยการลดต้นทุน รอบนี้ขับเคลื่อนด้วยการไม่มีคนให้จ้าง — และนั่นทำให้มันเป็นเรื่องที่เลื่อนออกไปไม่ได้"

- ทีมงาน Saeree ERP

แหล่งอ้างอิง

สนใจระบบ ERP สำหรับองค์กรของคุณ?

ปรึกษาทีมงาน Saeree ERP ว่าองค์กรของคุณลดงานซ้ำซ้อนและเก็บกระบวนการทำงานไว้ในระบบได้ตรงจุดไหนบ้าง ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอ Demo ฟรี

โทร 02-347-7730 | sale@grandlinux.com

Saeree ERP Author

เกี่ยวกับผู้เขียน

สุรีระยา ลิ้มไพบูลย์

กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด และผู้ก่อตั้ง Saeree ERP พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านระบบ ERP ครบวงจร