- 25
- เมษายน
Competency คืออะไร
Competency (สมรรถนะ) คือ ชุดของความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skill) และพฤติกรรม (Attribute/Behavior) ที่ทำให้คนๆ หนึ่งทำงานในตำแหน่งที่ตนรับผิดชอบได้ สำเร็จในระดับมาตรฐานหรือดีกว่ามาตรฐาน — ไม่ใช่แค่ "รู้" หรือ "ทำได้" แต่ต้อง "ทำให้สำเร็จได้" ในสถานการณ์จริงของงาน
ตอบเร็ว
Competency = K + S + A — Knowledge (รู้อะไร), Skill (ทำอะไรได้), Attribute (มีพฤติกรรม/ทัศนคติแบบไหน) รวมกันแล้ววัดเป็น "ระดับ 1-5" ของแต่ละหัวข้อ ใช้คู่กับ KPI เพื่อประเมินผลการทำงาน — KPI วัด "ผลลัพธ์ทำได้กี่เปอร์เซ็นต์" Competency วัด "ทำได้ด้วยมาตรฐานพฤติกรรมแบบไหน"
ที่มาของแนวคิด Competency
แนวคิด Competency เริ่มต้นจาก David McClelland นักจิตวิทยาจาก Harvard ในปี 1973 ที่ตีพิมพ์บทความ "Testing for Competence Rather Than Intelligence" โดยเสนอว่า IQ และวุฒิการศึกษาไม่สามารถทำนายความสำเร็จในงานได้ดีเท่ากับการวัด "พฤติกรรมที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี" จากนั้นแนวคิดนี้ถูกพัฒนาต่อโดย Spencer & Spencer (1993) ในหนังสือ Competence at Work ซึ่งกลายเป็นรากฐานของ Competency Model ที่องค์กรทั่วโลกใช้กันในปัจจุบัน
ทำไมองค์กรต้องมี Competency Model
ลองนึกภาพองค์กรที่ ไม่มี Competency Model — เวลาประเมินผล หัวหน้าแต่ละคนใช้เกณฑ์ของตัวเอง คนหนึ่งให้คะแนนสูงเพราะ "พนักงานคุยเก่ง" อีกคนให้คะแนนต่ำเพราะ "ไม่ค่อยพูด" ทั้งที่ทำผลงานเหมือนกัน นี่คือปัญหาที่ Competency Model ถูกออกแบบมาแก้
| ปัญหาที่เกิดเมื่อไม่มี Competency Model | ผลกระทบ |
|---|---|
| หัวหน้าแต่ละคนใช้เกณฑ์ประเมินคนละมาตรฐาน | พนักงานรู้สึกไม่ยุติธรรม ขวัญกำลังใจตก |
| JD (Job Description) บอกแค่ "หน้าที่" ไม่บอก "ระดับฝีมือที่ต้องมี" | รับคนผิดสเปก เลื่อนตำแหน่งผิดคน |
| ไม่มีเกณฑ์ Promotion ที่ชัดเจน | คนเก่งลาออก (เห็นว่าไม่ก้าวหน้าตามผลงาน) |
| วางแผน Training ไม่ตรงจุด | เสียงบอบรมไปแบบไม่เกิดประโยชน์ |
| วัดผลแค่ KPI อย่างเดียว | ได้คนที่ "ทำตัวเลขได้" แต่พฤติกรรมไม่ดี ทีมแตก |
3 ประเภทของ Competency
Competency ที่ใช้ในองค์กรส่วนใหญ่แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ตามขอบเขตและกลุ่มเป้าหมาย
| ประเภท | ใช้กับใคร | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| 1. Core Competency (สมรรถนะหลักองค์กร) |
ทุกคนในองค์กร — ตั้งแต่ CEO ถึงพนักงานทำความสะอาด | Service Mind, Teamwork, Integrity, Customer Focus |
| 2. Functional/Technical Competency (สมรรถนะเฉพาะสายงาน) |
เฉพาะตำแหน่งหรือสายงาน เช่น บัญชี, IT, ขาย | การปิดงบการเงิน, การเขียน SQL, การวิเคราะห์ตลาด |
| 3. Managerial/Leadership Competency (สมรรถนะการบริหาร) |
หัวหน้างาน ผู้จัดการ ผู้บริหาร | Strategic Thinking, Coaching, Decision Making |
บางองค์กรเพิ่มประเภทที่ 4 — Behavioral Competency (สมรรถนะเชิงพฤติกรรม) เช่น Resilience, Adaptability — แต่ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะรวมไว้ใน Core Competency
โครงสร้างของ Competency 1 ตัว
Competency แต่ละตัวประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ซึ่งทำให้ "วัดได้จริง" ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู
- ชื่อ Competency — เช่น "Service Mind"
- คำนิยาม (Definition) — อธิบายว่าหมายถึงอะไรในบริบทขององค์กร
- ระดับ (Proficiency Level) — มักแบ่งเป็น 1-5 (Basic → Expert)
- Behavioral Indicator — พฤติกรรมที่สังเกตได้ในแต่ละระดับ (สำคัญที่สุด เพราะคือสิ่งที่ทำให้ผู้ประเมินกาคะแนนได้)
ตัวอย่าง: Competency "Service Mind" ระดับ 1-5
- 1Basic — ตอบคำถามลูกค้าตามคู่มือ ไม่ทำเกินหน้าที่
- 2Developing — รับฟังลูกค้าได้ ดูแลให้บริการครบตามมาตรฐาน
- 3Proficient — เข้าใจความต้องการที่ไม่ได้พูด แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
- 4Advanced — สร้างความประทับใจเหนือความคาดหวัง สอนน้องในทีมได้
- 5Expert — ออกแบบมาตรฐานบริการขององค์กร เป็น Role Model
Competency Dictionary 15 ตัว — พร้อมใช้งานได้ทันที
ด้านล่างคือ Competency Dictionary ที่ เลือกใช้ได้กับองค์กรไทยทั่วไป แบ่งเป็น 5 Core + 5 Functional + 5 Managerial รวม 15 ตัว — คุณสามารถนำไป Customize ตามอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมองค์กรของคุณได้
A. Core Competency (5 ตัว — ใช้กับทุกตำแหน่ง)
| Competency | คำนิยาม | Behavioral Indicator (ระดับ 3 — Proficient) |
|---|---|---|
| 1. Service Mind (จิตบริการ) |
ความตั้งใจเข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้า (ทั้งภายในและภายนอกองค์กร) อย่างเต็มใจ | เข้าใจความต้องการที่ลูกค้าไม่ได้พูดออกมา แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยไม่ต้องรอคำสั่ง |
| 2. Teamwork (การทำงานเป็นทีม) |
ความสามารถในการประสานความร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน | ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมโดยไม่ต้องรอร้องขอ ปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ของทีมได้ |
| 3. Integrity (ความซื่อสัตย์) |
ปฏิบัติงานด้วยความซื่อตรง โปร่งใส รักษาคำพูดและจรรยาบรรณ | กล้ายอมรับความผิดพลาด รายงานข้อมูลตรงไปตรงมา ไม่ปกปิดข้อมูลที่อาจกระทบงาน |
| 4. Creativity (ความคิดสร้างสรรค์) |
ความสามารถในการคิดวิธีการใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงงานหรือสร้างคุณค่าเพิ่ม | เสนอแนวทางใหม่ในการแก้ปัญหาที่เคยติด พร้อมประเมินผลและปรับปรุงได้ |
| 5. Organization Support (การสนับสนุนองค์กร) |
การเข้าใจเป้าหมายขององค์กรและพร้อมปรับงานของตนให้สอดคล้อง | ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเมื่อทิศทางองค์กรเปลี่ยน ช่วยอธิบายเป้าหมายให้คนในทีมเข้าใจ |
หมายเหตุ: 4 ตัวแรก (Service Mind, Creativity, Teamwork, Organization Support) ตรงกับ Core Competency ที่ Saeree ERP ใช้ในโมดูลประเมินผลงาน โดยให้น้ำหนัก Competency 30% คู่กับ KPI 70%
B. Functional Competency (5 ตัว — ตัวอย่างจากสายงาน Back Office/IT)
| Competency | คำนิยาม | Behavioral Indicator (ระดับ 3 — Proficient) |
|---|---|---|
| 6. Financial Reporting (การจัดทำรายงานการเงิน) |
ความสามารถในการจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานบัญชี ปิดงบได้ตามกำหนด | ปิดงบเดือนได้ภายใน 5 วันทำการ จัดทำหมายเหตุประกอบงบได้โดยไม่ต้องให้หัวหน้าตรวจซ้ำ |
| 7. Data Analysis (การวิเคราะห์ข้อมูล) |
ความสามารถในการรวบรวม วิเคราะห์ และสรุปผลข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ | ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ได้คล่อง (Excel/Power BI) ตีความตัวเลขเป็นข้อเสนอแนะที่นำไปปฏิบัติได้ |
| 8. Process Management (การบริหารกระบวนการ) |
ความสามารถในการออกแบบ ปรับปรุง และควบคุมกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ | เขียน Flow chart ของกระบวนการได้ ระบุจุดที่เป็นคอขวดและเสนอวิธีลดเวลา/ต้นทุน |
| 9. IT Literacy (ความเข้าใจระบบ IT) |
ความสามารถในการใช้งานระบบสารสนเทศพื้นฐานขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ | ใช้ระบบ ERP/CRM ได้คล่อง แก้ปัญหาเบื้องต้นได้เอง ใช้ Shortcut/Report Template เพื่อลดเวลา |
| 10. Compliance Awareness (ความเข้าใจข้อบังคับ) |
ความสามารถในการปฏิบัติงานตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง | รู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานของตน (เช่น PDPA, ภาษี) ตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องก่อนส่ง |
Functional Competency จะแตกต่างกันมากตามสายงาน — ฝ่ายขายอาจมี "Negotiation" "Customer Insight"; ฝ่ายผลิตอาจมี "Quality Control" "Lean Manufacturing"; ฝ่าย HR อาจมี "Recruitment" "Compensation Design"
C. Managerial Competency (5 ตัว — สำหรับหัวหน้างานขึ้นไป)
| Competency | คำนิยาม | Behavioral Indicator (ระดับ 3 — Proficient) |
|---|---|---|
| 11. Strategic Thinking (การคิดเชิงกลยุทธ์) |
ความสามารถในการมองภาพใหญ่ คาดการณ์อนาคต และวางแผนระยะยาว | เชื่อมโยงงานในแผนกกับเป้าหมายองค์กร ตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบ 1-3 ปีข้างหน้า |
| 12. People Development (การพัฒนาบุคลากร) |
ความสามารถในการสอนงาน ให้ Feedback และพัฒนาทีมงานให้เติบโต | มี 1:1 กับลูกน้องสม่ำเสมอ ระบุจุดแข็ง/จุดที่ต้องพัฒนาของแต่ละคน วาง IDP ให้ลูกน้อง |
| 13. Decision Making (การตัดสินใจ) |
ความสามารถในการตัดสินใจบนข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ภายใต้ข้อจำกัดเวลา | ตัดสินใจได้ทันเวลาแม้ข้อมูลไม่ครบ 100% รับผิดชอบผลของการตัดสินใจ และทบทวนเพื่อปรับปรุง |
| 14. Change Management (การบริหารการเปลี่ยนแปลง) |
ความสามารถในการนำพาทีมผ่านการเปลี่ยนแปลง ลดแรงต้าน เพิ่มการยอมรับ | สื่อสารเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงได้ชัด รับฟังความกังวลของทีม วางแผน Transition เป็นขั้นตอน |
| 15. Resource Management (การบริหารทรัพยากร) |
ความสามารถในการจัดสรรคน เวลา และงบประมาณให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด | วางแผนงบประจำปีของแผนกได้สอดคล้องกับเป้าหมาย จัดลำดับงานเร่งด่วนได้ ไม่ให้ทีม Burnout |
Managerial Competency เกี่ยวข้องโดยตรงกับ การบริหารการเปลี่ยนแปลง และ การ Implement ERP ซึ่งหัวหน้างานต้องใช้ทุกตัวข้างต้นเพื่อนำพาทีมผ่านโครงการ
KPI vs Competency — ต่างกันอย่างไร
คนมักสับสนระหว่าง KPI กับ Competency ทั้งที่ทั้งสองอย่างเป็น "เครื่องมือคนละชิ้น" ที่ใช้คู่กันในการประเมินผล
| มิติ | KPI | Competency |
|---|---|---|
| วัดอะไร | ผลลัพธ์ (What) | วิธีการ/พฤติกรรม (How) |
| หน่วยวัด | ตัวเลขเชิงปริมาณ (เปอร์เซ็นต์, จำนวน, บาท) | ระดับ 1-5 ตาม Behavioral Indicator |
| ตัวอย่าง | ยอดขายเดือนนี้ 10 ล้านบาท (ทำได้ 105% ของเป้า) | Service Mind: ระดับ 4 (สร้างความประทับใจเหนือความคาดหวัง) |
| เปลี่ยนทุกปี | เปลี่ยน — ตามเป้าหมายธุรกิจปีนั้น | ค่อนข้างคงที่ — สะท้อนค่านิยมขององค์กร |
| ใช้ตอนไหน | วัดผลงาน (Performance) | ประเมินศักยภาพ (Potential), การพัฒนา, Promotion |
| ความเสี่ยง | ได้คนทำตัวเลขแต่พฤติกรรมแย่ ทีมแตก | ได้คนพฤติกรรมดีแต่ผลงานไม่ถึงเป้า |
สรุปประโยคเดียว
KPI ตอบว่า "ทำได้ไหม" — Competency ตอบว่า "ทำด้วยมาตรฐานพฤติกรรมแบบไหน" ใช้คู่กันถึงจะได้ภาพครบ
สัดส่วนการให้น้ำหนัก KPI : Competency
ไม่มีสูตรตายตัว แต่ที่นิยมใช้กันในองค์กรไทยและสากล มี 3 รูปแบบ
| สัดส่วน KPI : Competency | เหมาะกับ | เหตุผล |
|---|---|---|
| 80 : 20 | ฝ่ายขาย, ฝ่ายผลิต ที่เน้นตัวเลข | ผลลัพธ์ชัดเจน วัดเป็นตัวเลขได้ตรง |
| 70 : 30 ⭐ | พนักงานทั่วไป Back Office (ที่นิยมใช้กันมากที่สุด) | สมดุลระหว่างผลงานและพฤติกรรม |
| 60 : 40 หรือ 50 : 50 | ผู้บริหารระดับสูง, สายงาน HR/CSR | พฤติกรรมและการเป็น Role Model สำคัญพอๆ กับผลงาน |
Saeree ERP รองรับสัดส่วน KPI 70% + Competency 30% เป็นค่าเริ่มต้น และสามารถปรับเป็นสัดส่วนใดก็ได้ตามนโยบายขององค์กร พร้อมระบบ Bubble Rating 1-5 จากผู้ประเมินหลายคน (Multi-Rater) เพื่อลดอคติของหัวหน้าคนเดียว
การประเมิน Competency แบบ Multi-Rater (360 Degree)
การให้หัวหน้าคนเดียวประเมินอาจเกิดอคติได้ง่าย — โดยเฉพาะกับ Soft Skill อย่าง Teamwork หรือ Service Mind ที่หัวหน้าอาจไม่เห็นการทำงานจริงในทุกมุม การประเมินแบบ Multi-Rater หรือ 360 Degree Feedback จึงเป็นทางออกที่นิยม โดยรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง
- Self-Assessment — พนักงานประเมินตัวเอง (ดูช่องว่างระหว่างการรับรู้ตัวเองกับมุมมองคนอื่น)
- Manager — หัวหน้าโดยตรง (น้ำหนักมากที่สุด เพราะใกล้ชิดงาน)
- Peer — เพื่อนร่วมทีม (เห็นการทำงานเป็นทีมจริง)
- Subordinate — ลูกน้อง (สำหรับประเมินหัวหน้า — ดู Leadership)
- Customer — ลูกค้า (สำหรับสายงานบริการ — ดู Service Mind)
ตัวอย่างการให้คะแนนและการคิดคะแนน — กรณีจริง
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูตัวอย่างการประเมิน คุณสมศรี — เจ้าหน้าที่บัญชีอาวุโส ขององค์กรที่ใช้ สัดส่วน KPI 70% + Competency 30% และระบบ Multi-Rater (Self 10% + Manager 60% + Peer 30%)
ขั้นที่ 1 — รวบรวมคะแนน Competency จากผู้ประเมินหลายคน
ผู้ประเมินแต่ละคนให้คะแนน 1-5 ตาม Behavioral Indicator ที่กำหนดไว้ จากนั้น คำนวณค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ตามน้ำหนักของแต่ละ Rater
| Competency | Self (10%) |
Manager (60%) |
Peer (30%) |
การคำนวณ | คะแนน (จาก 5) |
|---|---|---|---|---|---|
| Service Mind | 4 | 3 | 3 | (4×0.10) + (3×0.60) + (3×0.30) | 3.10 |
| Teamwork | 4 | 4 | 4 | (4×0.10) + (4×0.60) + (4×0.30) | 4.00 |
| Integrity | 5 | 5 | 5 | (5×0.10) + (5×0.60) + (5×0.30) | 5.00 |
| Financial Reporting (Functional) |
4 | 4 | — | (4×0.143) + (4×0.857)* | 4.00 |
| Compliance Awareness (Functional) |
3 | 3 | — | (3×0.143) + (3×0.857)* | 3.00 |
* Functional Competency มักใช้ Self+Manager เท่านั้น (Peer อาจไม่เห็นงาน Technical) จึงต้อง normalize น้ำหนัก ใหม่: Self 10% → 10/(10+60) = 14.3%, Manager 60% → 60/(10+60) = 85.7%
ขั้นที่ 2 — คำนวณคะแนน Competency รวม
= 19.10 / 5 = 3.82 จาก 5
= 3.82 / 5 × 100 = 76.40%
หมายเหตุ: บางองค์กรกำหนด น้ำหนักไม่เท่ากันสำหรับแต่ละ Competency (เช่น Service Mind สำคัญกว่า ก็ให้น้ำหนัก 30% ขณะที่ตัวอื่นๆ คนละ 17.5%) ในตัวอย่างนี้ใช้น้ำหนักเท่ากันเพื่อความง่าย
ขั้นที่ 3 — คำนวณคะแนน KPI
| KPI | น้ำหนัก | เป้า | ผลที่ทำได้ | % สำเร็จ | คะแนนถ่วงน้ำหนัก |
|---|---|---|---|---|---|
| ปิดงบเดือนภายในกำหนด | 40% | วันที่ 5 | วันที่ 6 (เฉลี่ย) | 95% | 38.0 |
| Error rate ≤ 2 entries/เดือน | 30% | ≤ 2 | 1.5 | 100% | 30.0 |
| รายงาน Management Report ภายใน 5 วัน | 30% | 5 วัน | 6.5 วัน | 80% | 24.0 |
| คะแนน KPI รวม | 92.0% | ||||
ขั้นที่ 4 — รวมคะแนนตามสัดส่วน 70 : 30
= (92.00 × 0.70) + (76.40 × 0.30)
= 64.40 + 22.92
= 87.32%
ขั้นที่ 5 — แปลคะแนนเป็นเกรด
| ช่วงคะแนน | เกรด | ความหมาย | การปรับเงินเดือน (ตัวอย่าง) |
|---|---|---|---|
| 90-100% | A | ดีเด่น (Outstanding) | +8% ถึง +10% |
| 80-89% | B ⭐ | ดีกว่ามาตรฐาน (Exceeds Expectations) — คุณสมศรี 87.32% | +5% ถึง +7% |
| 70-79% | C | ตามมาตรฐาน (Meets Expectations) | +3% ถึง +4% |
| 60-69% | D | ต้องปรับปรุง (Needs Improvement) | +0% ถึง +2% |
| < 60% | E | ไม่เป็นที่น่าพอใจ (Unsatisfactory) | 0% หรือ PIP |
สิ่งที่อ่านได้จากผลการประเมินคุณสมศรี
- เกรด B (87.32%) — ผลงานดีกว่ามาตรฐาน เหมาะปรับเงินเดือน 5-7%
- KPI 92% > Competency 76.4% — ทำตัวเลขได้ดี แต่พฤติกรรมยังพัฒนาได้
- จุดที่ควร Develop: Service Mind (3.1) และ Compliance Awareness (3.0) — ใส่ใน IDP (Individual Development Plan) ปีถัดไป
- Self > Manager ใน Service Mind (4 vs 3): มีช่องว่างการรับรู้ตัวเองกับมุมมองหัวหน้า — ควรพูดคุยใน 1:1
- ยังไม่พร้อม Promotion เป็นหัวหน้าทีม — ต้องประเมิน Managerial Competency เพิ่ม (Strategic Thinking, People Development) ซึ่งยังไม่ได้วัดในรอบนี้
5 ขั้นตอนการออกแบบ Competency Model สำหรับองค์กร
- กำหนดวิสัยทัศน์และค่านิยมองค์กร — Core Competency ต้องสะท้อนค่านิยมที่องค์กรอยากให้เกิด
- สัมภาษณ์ Top Performer — หาคนที่ทำงานดีที่สุดในแต่ละตำแหน่ง 3-5 คน วิเคราะห์ว่าพวกเขามีพฤติกรรมร่วมกันอะไร
- เขียน Competency Dictionary — กำหนดชื่อ คำนิยาม และระดับ 1-5 พร้อม Behavioral Indicator
- Map ตำแหน่ง → Competency ที่ต้องมี — แต่ละตำแหน่งต้องมี Competency อะไรบ้าง ระดับขั้นต่ำเท่าไร
- นำเข้าระบบประเมินผล — ใช้กับการประเมินประจำปี ระบบ Recruitment การ Promotion และ IDP (Individual Development Plan)
ขั้นตอนนี้ไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ — ควร ทบทวนทุก 2-3 ปี เพราะค่านิยมและธุรกิจขององค์กรเปลี่ยนได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเริ่มใช้ Competency
- เขียน Competency เยอะเกินไป — มากกว่า 15 ตัวต่อตำแหน่ง = ผู้ประเมินไม่มีเวลาพิจารณา ควรอยู่ที่ 8-12 ตัว (Core 4-5 + Functional 3-5 + Managerial 3-5 ถ้าจำเป็น)
- Behavioral Indicator คลุมเครือ — เขียนว่า "ทำงานดี" "เป็นมืออาชีพ" จะไม่มีใครให้คะแนนตรงกัน — ต้องเขียนพฤติกรรมที่สังเกตได้จริง
- ไม่ Train ผู้ประเมิน — หัวหน้าหลายคนไม่เคยใช้ Competency Model มาก่อน ต้องมี Workshop ก่อนใช้งานจริงปีแรก
- ใช้ Competency แทน KPI — Competency ไม่สามารถแทน KPI ได้ ต้องใช้คู่กัน
- ไม่เชื่อมโยงกับ IDP — ประเมินแล้วเก็บใส่แฟ้ม ไม่นำไปวางแผนพัฒนาบุคคล = เสียเวลา
บทความที่เกี่ยวข้องจากศูนย์ความรู้
- คำศัพท์ HR ที่ผู้บริหารควรรู้ ผู้บริหาร
- Change Management — การบริหารการเปลี่ยนแปลง ผู้บริหาร
- ERP Implementation Checklist ทีม Implement
- ERP ROI — วัดผลตอบแทนการลงทุน ผู้บริหาร
แหล่งอ้างอิง
- McClelland, D. C. (1973). Testing for Competence Rather Than for Intelligence. American Psychologist, 28(1), 1–14.
- Spencer, L. M., & Spencer, S. M. (1993). Competence at Work: Models for Superior Performance. John Wiley & Sons.
- SHRM — Developing an Organizational Competency Model
- สำนักงาน ก.พ. — Competency Framework สำหรับข้าราชการพลเรือนไทย
