02-347-7730  |  Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ติดต่อเรา

DeepSeek กับความเสี่ยง AI จากจีน

DeepSeek กับความเสี่ยง AI จากจีน สิ่งที่องค์กรไทยต้องรู้ก่อนใช้งาน
  • 31
  • มีนาคม

DeepSeek Series EP.3
DeepSeek ขึ้นชื่อเรื่องราคาถูกและประสิทธิภาพสูง — โมเดล V3 Train ด้วยงบเพียง $5.6 ล้าน ราคา API ถูกกว่า GPT 10-50 เท่า ทั้งยัง Open-source ให้ดาวน์โหลดไปรันเองได้ฟรี แต่เบื้องหลังความคุ้มค่าเหล่านี้ มีด้านที่องค์กรไทยต้องคิดให้หนักก่อนนำไปใช้งานจริง — นั่นคือ ข้อมูลทุกอย่างที่คุณป้อนเข้า DeepSeek จะถูกส่งไปเซิร์ฟเวอร์ในประเทศจีน ภายใต้กฎหมายที่รัฐบาลจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องแจ้งผู้ใช้ บทความนี้จะวิเคราะห์ความเสี่ยงทุกมิติ ตั้งแต่กฎหมาย ความปลอดภัย ไปจนถึงผลกระทบต่อ PDPA ของไทย พร้อมแนวทางปฏิบัติสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ AI อย่างปลอดภัย

สรุปสั้น — ทำไม DeepSeek ถึงเป็นความเสี่ยงสำหรับองค์กร?

  • ข้อมูลผู้ใช้เก็บบนเซิร์ฟเวอร์ในจีน — Privacy Policy ของ DeepSeek ระบุชัดเจนว่าข้อมูลจะถูกจัดเก็บและประมวลผลในสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • กฎหมาย National Intelligence Law 2017 บังคับให้บริษัทจีนทุกแห่งต้องส่งมอบข้อมูลเมื่อรัฐบาลร้องขอ โดยไม่ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูล
  • ถูกแบนแล้วในหลายประเทศ: อิตาลี (แบนทั้งประเทศ), ออสเตรเลีย, ไต้หวัน, เกาหลีใต้ (หน่วยงานรัฐ)
  • เคยมีรูรั่วร้ายแรง: Wiz Research พบฐานข้อมูล ClickHouse กว่า 1 ล้าน records เปิดสาธารณะ รวมถึง Chat History, API Keys, System Logs — ไม่มี authentication ใดๆ ป้องกัน
  • ไม่มี SOC 2, ไม่มี DPA — ไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่องค์กรขนาดใหญ่ต้องการ

ความเสี่ยงด้าน Data Privacy — ข้อมูลของคุณไปอยู่ที่ไหน?

คำถามแรกที่ทุกองค์กรต้องถามก่อนใช้ AI คือ "ข้อมูลของเราจะไปอยู่ที่ไหน?" สำหรับ DeepSeek คำตอบชัดเจน — ข้อมูลทั้งหมดถูกส่งไปและจัดเก็บบน เซิร์ฟเวอร์ในประเทศจีน ตามที่ระบุใน Privacy Policy ของ DeepSeek เอง

แต่ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ว่าข้อมูลเก็บที่ไหน — ปัญหาอยู่ที่ กฎหมายของประเทศที่ข้อมูลถูกจัดเก็บ ประเทศจีนมีกฎหมายหลายฉบับที่ให้อำนาจรัฐบาลเข้าถึงข้อมูลของบริษัทเอกชนทุกแห่งที่จดทะเบียนในจีน:

กฎหมายจีนที่เกี่ยวข้อง

กฎหมาย ปีบังคับใช้ สาระสำคัญ ผลกระทบต่อผู้ใช้ DeepSeek
National Intelligence Law (NIL) 2560 (2017) องค์กรและพลเมืองจีนทุกคน ต้องสนับสนุนงานข่าวกรองแห่งชาติ เมื่อรัฐร้องขอ DeepSeek ต้องส่งมอบข้อมูลผู้ใช้ทุกคนเมื่อรัฐบาลจีนเรียก — โดยไม่ต้องแจ้งผู้ใช้
Data Security Law (DSL) 2564 (2021) ข้อมูลที่เก็บในจีนต้องอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ ข้อมูลสำคัญห้ามส่งออกนอกประเทศ ข้อมูลที่ส่งเข้า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ — รัฐสามารถตรวจสอบและเข้าถึงได้
Personal Information Protection Law (PIPL) 2564 (2021) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของจีน คล้าย GDPR แต่มี ข้อยกเว้นให้รัฐ แม้ PIPL จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่มีข้อยกเว้นชัดเจนสำหรับ "ความมั่นคงแห่งชาติ"

จุดสำคัญคือ National Intelligence Law มาตรา 7 ที่ระบุว่า "องค์กร บริษัท และพลเมืองทุกคนจะต้องสนับสนุน ช่วยเหลือ และร่วมมือกับงานข่าวกรองแห่งชาติตามกฎหมาย" นี่หมายความว่า ไม่ว่า DeepSeek จะมีนโยบายความเป็นส่วนตัวดีแค่ไหน หากรัฐบาลจีนร้องขอข้อมูล DeepSeek ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ

ตารางเปรียบเทียบ Data Privacy — DeepSeek vs ChatGPT vs Claude

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า DeepSeek แตกต่างจาก AI รายอื่นในเรื่อง Data Privacy อย่างไร:

หัวข้อ DeepSeek ChatGPT (OpenAI) Claude (Anthropic)
เก็บข้อมูลที่ จีน 🇨🇳 สหรัฐฯ 🇺🇸 สหรัฐฯ 🇺🇸
กฎหมายที่ครอบคลุม NIL 2017, DSL, PIPL CCPA, ECPA CCPA
รัฐเข้าถึงได้โดยไม่แจ้ง ได้ (ตาม NIL มาตรา 7) ต้องมีหมายศาล ต้องมีหมายศาล
GDPR Compliant ❌ ถูกแบน (อิตาลี) ✔ ผ่าน ✔ ผ่าน
SOC 2 Certified ❌ ไม่มี ✔ มี ✔ มี
Zero Data Retention (API) ❌ ไม่มี ✔ มี ✔ มี
Data Processing Agreement (DPA) ❌ ไม่มี ✔ มี ✔ มี

จากตารางจะเห็นชัดเจนว่า DeepSeek ยังไม่มีมาตรฐานด้าน Compliance ที่องค์กรขนาดใหญ่ต้องการ ไม่มี SOC 2, ไม่มี DPA, ไม่มี Zero Data Retention — และที่สำคัญที่สุด ข้อมูลอยู่ภายใต้กฎหมายจีนที่ให้รัฐเข้าถึงได้ทุกเมื่อ ซึ่งเป็นความแตกต่างเชิงโครงสร้างที่ ระบบความปลอดภัยไซเบอร์ ขององค์กรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ประเทศที่แบน DeepSeek แล้ว

ความเสี่ยงด้าน Data Privacy ของ DeepSeek ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี — หลายประเทศได้ดำเนินการแบนหรือจำกัดการใช้งาน DeepSeek อย่างเป็นทางการแล้ว:

ประเทศ ขอบเขตการแบน เหตุผล วันที่
อิตาลี 🇮🇹 แบนทั้งประเทศ (ถอดจาก App Store) DeepSeek ไม่ตอบคำถาม GDPR ของ Garante (หน่วยงานคุ้มครองข้อมูลอิตาลี) เรื่องข้อมูลไปจีน มกราคม 2568
ออสเตรเลีย 🇦🇺 ห้ามใช้ในหน่วยงานรัฐทุกแห่ง ความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ ข้อมูลราชการอาจถูกจีนเข้าถึง กุมภาพันธ์ 2568
ไต้หวัน 🇹🇼 ห้ามในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ โรงเรียน ข้อมูลอาจถูกรัฐบาลจีนเข้าถึง เป็นภัยต่อความมั่นคง กุมภาพันธ์ 2568
เกาหลีใต้ 🇰🇷 ระงับชั่วคราว (ถอดจาก App Store) PIPC (หน่วยงานคุ้มครองข้อมูล) สอบสวนเรื่อง data privacy กุมภาพันธ์ 2568
สหรัฐฯ 🇺🇸 (บางหน่วยงาน) ห้ามใช้ในอุปกรณ์รัฐบาล (กองทัพเรือ, NASA, Pentagon) ความมั่นคงแห่งชาติ ข้อมูลทหารและอวกาศ 2568

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ประเทศที่แบน DeepSeek ล้วนเป็นประเทศที่มี กฎหมายคุ้มครองข้อมูลเข้มงวด (GDPR, Privacy Act) หรือมี ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กับจีน สำหรับประเทศไทย แม้ยังไม่มีการแบนอย่างเป็นทางการ แต่องค์กรไทยก็ควรตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้ โดยเฉพาะเมื่อ AI Governance กำลังเป็นประเด็นสำคัญทั่วโลก

เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของ DeepSeek

นอกจากความเสี่ยงเชิงกฎหมายแล้ว DeepSeek ยังเคยมีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่น่ากังวลหลายครั้ง:

Wiz Security Breach — ฐานข้อมูลเปิดสาธารณะ (มกราคม 2568)

เหตุการณ์ที่สร้างความตกใจมากที่สุดคือการค้นพบของ Wiz Research บริษัทด้าน Cloud Security ชื่อดัง ในเดือนมกราคม 2568 ทีมวิจัยของ Wiz พบว่า DeepSeek มี ฐานข้อมูล ClickHouse ที่เปิดสาธารณะ บนอินเทอร์เน็ต โดยไม่มี authentication ใดๆ ป้องกัน — หมายความว่าใครก็เข้าถึงได้

ข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วย:

  • Chat History ของผู้ใช้กว่า 1 ล้าน records — ประวัติสนทนาทั้งหมดที่ผู้ใช้เคยคุยกับ DeepSeek
  • API Keys — กุญแจสำหรับเข้าถึง DeepSeek API ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด
  • System Logs และ Backend Metadata — ข้อมูลภายในระบบ
  • Plaintext Passwords ของระบบภายใน

Wiz Research ระบุว่า ฐานข้อมูลดังกล่าวสามารถเข้าถึงได้ผ่าน HTTP Interface ที่ Port 8123 และ 9000 โดยไม่ต้อง Login เลย — นี่คือระดับของช่องโหว่ที่ถือว่า ร้ายแรงมาก ในมาตรฐานด้าน ความปลอดภัยไซเบอร์ แม้ DeepSeek จะแก้ไขหลังจากถูกแจ้งเตือน แต่ไม่มีใครรู้ว่าข้อมูลเหล่านี้ถูกเข้าถึงโดยบุคคลอื่นไปแล้วหรือไม่

DDoS Attack — ล่มจนปิดรับลงทะเบียนใหม่ (มกราคม 2568)

ในช่วงเดียวกัน DeepSeek ถูกโจมตีด้วย DDoS (Distributed Denial of Service) อย่างหนัก จนต้อง ปิดรับลงทะเบียนใหม่ชั่วคราว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า Infrastructure ของ DeepSeek ยังไม่แข็งแกร่งพอสำหรับการใช้งานระดับ Enterprise ต่อมาในเดือนมีนาคม 2568 DeepSeek ก็ ล่มอีกครั้งนานถึง 7 ชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ทั่วโลก

Censorship — เมื่อ AI ถูกควบคุมโดยรัฐ

อีกประเด็นที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง DeepSeek กับรัฐบาลจีนคือ การเซ็นเซอร์เนื้อหา DeepSeek ไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับหัวข้อที่รัฐบาลจีนถือว่าเป็น "ประเด็นอ่อนไหว" เช่น:

  • เหตุการณ์สังหารหมู่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน (1989)
  • สถานะของไต้หวันในฐานะประเทศอิสระ
  • ประเด็นทิเบตและดาไลลามะ
  • ค่ายกักกันชาวอุยกูร์ในซินเจียง
  • การวิพากษ์วิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน

การเซ็นเซอร์นี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ "ข้อจำกัดเนื้อหา" แต่สะท้อนว่า DeepSeek อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีนอย่างชัดเจน — ถ้ารัฐบาลสามารถควบคุมสิ่งที่ AI ตอบได้ ก็ย่อมควบคุมสิ่งที่ AI เก็บและส่งต่อได้เช่นกัน

Supply Chain Risk — เมื่อ AI เป็นส่วนหนึ่งของ Infrastructure องค์กร

ความเสี่ยงจาก DeepSeek ไม่ได้จำกัดแค่เรื่อง "ข้อมูลรั่ว" แต่ยังรวมถึง Supply Chain Risk ที่หลายองค์กรมองข้าม เมื่อองค์กรเริ่มฝัง AI เข้าไปในกระบวนการทำงานหลัก เช่น สร้างรายงาน วิเคราะห์ข้อมูล หรือตอบลูกค้า — AI กลายเป็น Critical Dependency ที่ถ้าหยุดทำงาน ธุรกิจก็หยุดตามไปด้วย

ลองคิดสถานการณ์เหล่านี้:

  • DeepSeek ถูกแบนในไทยแบบกะทันหัน — เหมือนที่อิตาลีแบนใน 1 วัน ถ้าองค์กรใช้ DeepSeek API ในงานหลัก ระบบจะหยุดทำงานทันที
  • รัฐบาลจีนสั่งยกเลิกบริการในบางประเทศ — ในกรณีที่มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ จีนอาจตัด Access ได้ทุกเมื่อ
  • DeepSeek ปิดตัวหรือเปลี่ยนนโยบาย — บริษัทยังไม่มีรายได้ชัดเจน เป็น Startup ที่ได้ทุนจาก High-Flyer กองทุนเฮดจ์ฟันด์ หากเปลี่ยนทิศทางธุรกิจ ผู้ใช้อาจได้รับผลกระทบ
  • ถูก DDoS หรือ Outage ซ้ำ — เคยเกิดแล้วหลายครั้งในปี 2568 และ ล่มนาน 7 ชั่วโมง โดยไม่มี SLA ให้ชดเชย

สำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนใช้ AI ระยะยาว ควรมี Exit Strategy เสมอ — คือแผนสำรองในกรณีที่ต้องเปลี่ยนจาก DeepSeek ไป AI อื่น ซึ่งหมายถึงการออกแบบ Integration แบบ Abstraction Layer ที่สลับ AI Provider ได้ง่าย ไม่ผูกติดกับ DeepSeek API โดยตรง

Bias และ Propaganda — ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น

นอกจากความเสี่ยงด้าน Data Privacy แล้ว ยังมีความเสี่ยงด้าน ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ที่ DeepSeek ให้ เนื่องจาก DeepSeek ถูก Train ด้วยข้อมูลที่ผ่าน Censorship ของรัฐบาลจีน ผลลัพธ์ที่ได้อาจมี Bias ในหลายหัวข้อ:

  • ประเด็นทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ — คำตอบอาจเอนเอียงไปในทิศทางที่รัฐบาลจีนต้องการ โดยเฉพาะเรื่องจีน-ไต้หวัน ทะเลจีนใต้ และ Belt and Road Initiative
  • ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ — เมื่อถามเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์จีนกับต่างชาติ คำตอบอาจ Bias ในทางที่เป็นผลดีต่อจีน
  • ประวัติศาสตร์ — เหตุการณ์ที่จีน "แก้ไข" เช่น การปฏิวัติวัฒนธรรม หรือนโยบายลูกคนเดียว อาจให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน

สำหรับงาน ERP และธุรกิจ ผลกระทบอาจน้อย — แต่ถ้าใช้ DeepSeek ในงานที่ต้องการความเป็นกลาง เช่น วิเคราะห์ตลาดระหว่างประเทศ เปรียบเทียบ Vendor หรือ Due Diligence ควรใช้ AI หลายตัวตรวจสอบข้อมูลกัน (Cross-validation) ไม่ควรพึ่งพา DeepSeek เพียงตัวเดียว

DeepSeek กับ PDPA ของไทย — ข้อควรระวังสำคัญ

สำหรับองค์กรไทย ความเสี่ยงจาก DeepSeek ไม่ได้มีแค่เรื่อง "ข้อมูลอาจถูกรัฐบาลจีนเข้าถึง" แต่ยัง อาจผิด PDPA (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562) ของไทยด้วย

PDPA มาตรา 28-29: การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ

PDPA มาตรา 28 กำหนดว่า การส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางต้องมีมาตรฐานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงมาตรฐานเทียบเท่า GDPR หรือ APEC CBPR

ประเทศจีนมี PIPL (Personal Information Protection Law) ที่มีโครงสร้างคล้าย GDPR จริง แต่มี ข้อยกเว้นสำคัญ คือ ยกเว้นการเข้าถึงข้อมูลเพื่อ "ความมั่นคงแห่งชาติ" — ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่กว้างมากและ ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ดังนั้น การส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปจีนผ่าน DeepSeek อาจถือว่า "ไม่เพียงพอ" ตามมาตรฐาน PDPA มาตรา 28

ตัวอย่างความเสี่ยง PDPA ที่เกิดได้จริง

สถานการณ์ ข้อมูลที่ส่ง ความเสี่ยง PDPA
HR ใช้ DeepSeek สรุป Resume ผู้สมัครงาน ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทร, อีเมล, ประวัติการศึกษา สูงมาก — ข้อมูลส่วนบุคคลส่งไปจีนโดยไม่มีความยินยอม
บัญชีใช้ DeepSeek วิเคราะห์งบการเงิน รายได้, ค่าใช้จ่าย, กำไรขาดทุน, ข้อมูลลูกค้า สูง — ข้อมูลทางธุรกิจ + ข้อมูลลูกค้าอาจรั่วไหล
แพทย์ใช้ DeepSeek ช่วยวินิจฉัย ข้อมูลสุขภาพ, ประวัติการรักษา สูงมาก — ข้อมูลสุขภาพเป็น Sensitive Data ตาม PDPA
ทนายใช้ DeepSeek วิเคราะห์สัญญา ชื่อคู่สัญญา, รายละเอียดข้อตกลง สูง — ข้อมูลลูกค้า + ความลับทางธุรกิจ
Developer ใช้ DeepSeek ช่วยเขียนโค้ด (ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคล) Source code ทั่วไป, Logic ต่ำ — ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคล แต่ระวัง trade secrets

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ PDPA กับงานบัญชี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ PDPA กับงานบัญชี — สิ่งที่นักบัญชีต้องรู้ และสำหรับแนวทางการรักษาความปลอดภัยข้อมูล อ่านได้ที่ การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) สำคัญอย่างไร

แนวทางสำหรับองค์กรไทย — ใช้ DeepSeek อย่างไรให้ปลอดภัย

✔ ใช้ได้อย่างปลอดภัย ถ้า:

  • งาน Internal ที่ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคล — สรุปบทความสาธารณะ, แปลภาษา, เขียนโค้ดทั่วไป, brainstorm ไอเดีย
  • ทดสอบ/เรียนรู้ — ทดลองใช้เพื่อเรียนรู้ความสามารถของ AI โดยไม่ใส่ข้อมูลจริง
  • Self-host (รันเอง) — ดาวน์โหลด Model มารันบนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กร ข้อมูลไม่ออกนอกองค์กรเลย — วิธีนี้ ปลอดภัยที่สุด
  • งาน R&D / Prototype — ทดลองก่อนตัดสินใจลงทุน AI เต็มรูปแบบ

❌ ไม่ควรใช้ ถ้า:

  • มีข้อมูลลูกค้า / ผู้ป่วย / การเงิน — ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญ
  • ต้อง Compliance ISO 27001 / SOC 2 — DeepSeek ไม่ผ่านมาตรฐานเหล่านี้
  • หน่วยงานรัฐ / ราชการ — หลายประเทศแบนแล้ว ไทยอาจตามในอนาคต
  • ข้อมูลการทหาร / ความมั่นคง — ความเสี่ยงสูงเกินไป
  • งานที่มี SLA เข้มงวด — DeepSeek เคยล่มหลายครั้ง ไม่มี SLA guarantee

ทางเลือกสำหรับองค์กรไทย

หากต้องการใช้ AI อย่างปลอดภัยในองค์กร มีทางเลือกหลายแบบ:

ทางเลือก ข้อดี ข้อจำกัด เหมาะกับ
Self-host DeepSeek ฟรี, Open-source, ข้อมูลอยู่ในองค์กร ต้องมี GPU แรง, ต้องมีทีม IT ดูแล องค์กรที่มีทีม IT + งบ Hardware
ChatGPT / Claude API + DPA มี SOC 2, DPA, Zero Retention ราคาแพงกว่า, Closed-source องค์กรที่ต้อง Compliance
AI ในระบบ ERP Data Governance ครบ, อยู่ในระบบเดียว ต้องใช้ ERP ที่รองรับ AI องค์กรที่ใช้ ERP อยู่แล้ว

สำหรับองค์กรที่สนใจ Self-host DeepSeek สามารถอ่านรายละเอียดวิธีการ ข้อกำหนด Hardware และต้นทุนได้ใน EP.4: รัน DeepSeek ในองค์กรเอง — คุ้มไหม? และสำหรับองค์กรที่ต้องการ AI ที่มี Data Governance ครบวงจร Saeree ERP กำลังพัฒนา AI Assistant ที่ทำงานภายในระบบ ERP โดยข้อมูลไม่ต้องส่งออกนอกองค์กร

DeepSeek Series — อ่านต่อ

ราคาถูกไม่ได้หมายความว่าคุ้มค่าเสมอไป — ต้นทุนที่แท้จริงของ AI อาจไม่ใช่ค่า API แต่เป็นความเสี่ยงด้านข้อมูลที่มองไม่เห็น

- ทีมงาน Saeree ERP

แหล่งอ้างอิง

สนใจระบบ ERP สำหรับองค์กรของคุณ?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Grand Linux Solution ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอ Demo ฟรี

โทร 02-347-7730 | sale@grandlinux.com

Saeree ERP Author

เกี่ยวกับผู้เขียน

ไพฑูรย์ บุตรี

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเน็ตเวิร์คและระบบความปลอดภัยเซิร์ฟเวอร์ บริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด