02-347-7730  |  Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ติดต่อเรา

ลดหย่อนภาษี 200% ค่าซอฟต์แวร์ดิจิทัล 2570

ลดหย่อนภาษี 200% ค่าซอฟต์แวร์ดิจิทัลและ Cloud ERP สำหรับ SME ไทย
  • 19
  • สิงหาคม

SME ไทยที่กำลังจะลงทุนซอฟต์แวร์ดิจิทัล — รวมถึง cloud ERP และระบบบัญชี — มีโอกาสนำค่าใช้จ่ายมา "หักรายจ่ายได้ 200%" เพื่อลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามพระราชกฤษฎีกาส่งเสริม digital transformation ของ SME ที่อนุมัติเมื่อ 24 มิถุนายน 2568 — โดยหักได้ สูงสุด 300,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นถึง 31 ธันวาคม 2570 เงื่อนไขสำคัญคือต้องเป็นซอฟต์แวร์ที่ขึ้นทะเบียนกับ DEPA และผู้ใช้สิทธิ์ต้องเข้าเกณฑ์ SME — บทความนี้สรุปเงื่อนไข ประเภทค่าใช้จ่ายที่เข้า/ไม่เข้าเกณฑ์ ตัวอย่างการคำนวณ และวิธีเตรียมเอกสาร โดยเชื่อมกับการวางแผนเลือก ระบบ ERP สำหรับ SME และการตัดสินใจ On-premise vs Cloud ให้ถูกตั้งแต่ต้น

สรุปง่ายๆ: รัฐออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อเร่ง digital transformation ของ SME ให้สิทธิ์ "หักรายจ่ายเป็น 2 เท่า (200%)" ของค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลที่เข้าเกณฑ์ — ครอบคลุมซอฟต์แวร์ที่ขึ้นทะเบียนกับ DEPA เช่น cloud ERP ระบบบัญชี และ CRM รวมถึงบริการดิจิทัลที่ช่วยปรับปรุงกระบวนการธุรกิจ — เพดานการหักอยู่ที่ 300,000 บาท ต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วง 24 มิถุนายน 2568 – 31 ธันวาคม 2570 ผู้ใช้สิทธิ์ต้องเป็น SME ที่มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท ณ วันสิ้นรอบบัญชี และมีรายได้จากการขายสินค้า/บริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี — ก่อนใช้สิทธิ์ควรตรวจสอบรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ขึ้นทะเบียนล่าสุดและเงื่อนไขกับ DEPA/กรมสรรพากร และปรึกษาผู้สอบบัญชีของกิจการ

มาตรการนี้คืออะไร — หักรายจ่าย 200% เพื่ออะไร

รัฐบาลออก พระราชกฤษฎีกาส่งเสริม digital transformation ของ SME ซึ่งได้รับอนุมัติเมื่อ 24 มิถุนายน 2568 โดยมีเจตนาเร่งให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางลงทุนในเครื่องมือดิจิทัลจริง ไม่ใช่แค่มีหน้าร้านออนไลน์ — เพราะปัญหาที่พบบ่อยคือ SME มีระบบอยู่บ้างแต่ไม่ได้นำดิจิทัลเข้าไปในกระบวนการหลังบ้าน เช่น บัญชี สต๊อก และการออกเอกสารภาษี ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงและตรวจสอบย้อนหลังได้ยาก

กลไกของมาตรการคือการให้ หักรายจ่ายได้ 200% — หมายความว่าค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลที่เข้าเกณฑ์ 1 บาท สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายเพื่อคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีได้ 2 บาท เป้าหมายคือลดภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลของ SME ที่ตัดสินใจลงทุน ทำให้ "การลงทุนวางระบบ" คุ้มค่ายิ่งขึ้นในเชิงภาษี และจูงใจให้ SME กระโดดจากการทำงานด้วยกระดาษ/Excel ไปสู่ระบบกลางอย่าง ระบบ ERP ที่ข้อมูลเชื่อมโยงกัน

มาตรการนี้ ใช้ได้ทั้ง SME สัญชาติไทยและ SME ต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ ตามที่กำหนด — ขอเพียงนิติบุคคลนั้นเข้าเงื่อนไขด้านทุนจดทะเบียนและรายได้ และค่าใช้จ่ายที่นำมาใช้สิทธิ์เป็นไปตามประเภทที่กฎหมายครอบคลุม

สรุปสิทธิ์ — เพดาน อัตรา ช่วงเวลา และเกณฑ์ SME

ตารางด้านล่างสรุปสาระสำคัญของมาตรการในมุมที่ฝ่ายบัญชีและผู้บริหารต้องรู้ก่อนตัดสินใจลงทุน:

หัวข้อ รายละเอียด
อัตราการหักรายจ่าย หักได้ 200% ของค่าใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์ (1 บาท หักได้ 2 บาท)
เพดานการหัก สูงสุด 300,000 บาท
ช่วงเวลาที่ค่าใช้จ่ายต้องเกิดขึ้น 24 มิถุนายน 2568 – 31 ธันวาคม 2570
เกณฑ์ทุนจดทะเบียน (SME) ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ไม่เกิน 5 ล้านบาท ณ วันสิ้นรอบบัญชี
เกณฑ์รายได้ (SME) รายได้จากการขายสินค้า/บริการ ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
ผู้มีสิทธิ์ SME ทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ข้างต้น
เงื่อนไขซอฟต์แวร์ ต้องเป็นซอฟต์แวร์/โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ ขึ้นทะเบียนกับ DEPA

จะเห็นว่าเกณฑ์ SME ของมาตรการนี้ค่อนข้าง "เล็ก" คือเน้นกลุ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี — เป็นกลุ่มที่มักยังไม่มีระบบกลางและได้ประโยชน์จากการวางระบบมากที่สุด สำหรับกิจการที่กำลังพิจารณาวางระบบบัญชีให้แน่นก่อนขยาย แนะนำให้อ่านแนวทางใน บทความระบบบัญชีสำหรับธุรกิจ ประกอบ

ค่าใช้จ่ายแบบไหนเข้าเกณฑ์ — แบบไหนไม่เข้า

หัวใจของการใช้สิทธิ์อย่างถูกต้องคือ "ค่าใช้จ่ายที่นำมาหัก 200% ต้องเป็นประเภทที่กฎหมายครอบคลุม" — ตารางต่อไปนี้ช่วยให้ฝ่ายบัญชีจัดหมวดได้ชัดขึ้น (แต่ยังต้องยืนยันรายละเอียดกับแหล่งทางการเสมอ):

ประเภทค่าใช้จ่าย เข้าเกณฑ์? หมายเหตุ
ซอฟต์แวร์ดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียน DEPA (เช่น cloud ERP, ระบบบัญชี, CRM) เข้าเกณฑ์ ต้องตรวจว่าซอฟต์แวร์อยู่ในทะเบียน DEPA
บริการดิจิทัลที่ช่วยปรับปรุงกระบวนการธุรกิจ เข้าเกณฑ์ ต้องเป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงกระบวนการ
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จดทะเบียนกับ DEPA เข้าเกณฑ์ ดูสถานะการจดทะเบียนกับ DEPA
Smart devices ที่เข้าข่ายมาตรการ เข้าเกณฑ์ ไม่รวมคอมพิวเตอร์ทั่วไป
คอมพิวเตอร์/ฮาร์ดแวร์ทั่วไป ไม่เข้าเกณฑ์ ระบุชัดว่าไม่รวมคอมพิวเตอร์ทั่วไป
ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน DEPA ไม่เข้าเกณฑ์ การขึ้นทะเบียน DEPA เป็นเงื่อนไขสำคัญ

ประเด็นที่ต้องเน้นคือคำว่า "ขึ้นทะเบียน DEPA" — มาตรการนี้ไม่ได้ให้สิทธิ์กับซอฟต์แวร์ทุกตัวในตลาด แต่ผูกกับรายชื่อที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ดังนั้นก่อนเซ็นสัญญาซื้อหรือเช่าใช้ซอฟต์แวร์ใด ๆ ควรขอให้ผู้จัดจำหน่ายยืนยันสถานะการขึ้นทะเบียน และเก็บหลักฐานไว้ประกอบการใช้สิทธิ์

ข้อควรระวัง: สิทธิ์หัก 200% ใช้ได้เฉพาะกับ ซอฟต์แวร์/โปรแกรมที่ขึ้นทะเบียนกับ DEPA เท่านั้น — หากซื้อซอฟต์แวร์ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือซื้อคอมพิวเตอร์/ฮาร์ดแวร์ทั่วไป จะไม่เข้าเกณฑ์ และต้องมี เอกสารครบถ้วน ได้แก่ ใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี สัญญา และหลักฐานยืนยันสถานะการขึ้นทะเบียน DEPA ของซอฟต์แวร์นั้น — ถ้าเอกสารไม่ครบหรือซอฟต์แวร์ไม่ได้ขึ้นทะเบียน อาจถูกปฏิเสธสิทธิ์ในชั้นตรวจสอบภาษี

ตัวอย่างการคำนวณผลประหยัดภาษี (ตัวอย่างสมมติ)

เพื่อให้เห็นภาพว่าสิทธิ์ "หัก 200%" ทำงานอย่างไร ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ — ขอย้ำว่าเป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น ไม่ใช่ราคาของ Saeree ERP หรือข้อเสนอใด ๆ และอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ใช้จริงขึ้นกับขนาดกำไรและสถานะของกิจการ ควรให้ผู้สอบบัญชีคำนวณตามตัวเลขจริงของท่าน:

รายการ (ตัวอย่างสมมติ) กรณีไม่ใช้สิทธิ์ กรณีใช้สิทธิ์ 200%
ค่าซอฟต์แวร์ดิจิทัลที่จ่ายจริง 100,000 บาท 100,000 บาท
รายจ่ายที่นำมาหักทางภาษี 100,000 บาท (100%) 200,000 บาท (200%)
รายจ่ายส่วนเพิ่มที่หักได้ +100,000 บาท
ผลต่อกำไรสุทธิทางภาษี ลดกำไร 100,000 บาท ลดกำไรเพิ่มอีก 100,000 บาท

หลักการคือ ค่าใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์จะถูกนำไปหักออกจากกำไรทางภาษี เป็นสองเท่า โดยมีเพดานการหักส่วนนี้อยู่ที่ 300,000 บาท ดังนั้นยิ่งกิจการมีกำไรและเสียภาษีในอัตราที่สูง การหักส่วนเพิ่มยิ่งช่วยลดภาระภาษีได้มาก — แต่ตัวเลขประหยัดจริงต้องคำนวณจากอัตราภาษีของกิจการแต่ละราย จึงควรให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบก่อนวางแผนการลงทุน การวางระบบให้ปิดงบได้เร็วและถูกต้องยังช่วยลดความเสี่ยงตอนตรวจสอบ — ดูแนวทางใน บทความเรื่องการปิดบัญชี ประกอบ

หมายเหตุสำคัญ — ตรวจสอบก่อนใช้สิทธิ์: รายชื่อซอฟต์แวร์ที่ขึ้นทะเบียนและเงื่อนไขของมาตรการอาจมีการปรับปรุงได้ — ก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้สิทธิ์ ควร ตรวจสอบรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ขึ้นทะเบียนล่าสุดและเงื่อนไขกับ DEPA และกรมสรรพากร และ ปรึกษาผู้สอบบัญชี/ที่ปรึกษาภาษี ของกิจการก่อนนำมาใช้สิทธิ์ทุกครั้ง บทความนี้สรุปสาระสำคัญเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีรายกรณี

ขั้นตอนการใช้สิทธิ์แบบเข้าใจง่าย

สำหรับ SME ที่จะวางแผนใช้สิทธิ์ ขั้นตอนหลักโดยสรุปมีดังนี้ (รายละเอียดเชิงปฏิบัติยึดตามแนวทางของกรมสรรพากรและ DEPA เป็นหลัก):

  1. ตรวจว่ากิจการเข้าเกณฑ์ SME หรือไม่ — ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท ณ วันสิ้นรอบบัญชี และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
  2. เลือกซอฟต์แวร์/บริการที่ขึ้นทะเบียน DEPA — ขอให้ผู้จัดจำหน่ายยืนยันสถานะการขึ้นทะเบียนเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. ทำให้ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในกรอบเวลา — ระหว่าง 24 มิถุนายน 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2570
  4. เก็บเอกสารให้ครบ — ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จ สัญญา และหลักฐานการขึ้นทะเบียน DEPA
  5. บันทึกบัญชีและคำนวณรายจ่ายส่วนเพิ่ม — ให้ผู้สอบบัญชีคำนวณการหัก 200% ภายในเพดาน 300,000 บาท
  6. ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล — แสดงสิทธิ์ตามแบบและเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับองค์กรที่ใช้ Saeree ERP

Saeree ERP โดย บริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น ทำงานกับ ลูกค้า SME และ Enterprise ในไทย มาต่อเนื่อง — มาตรการหักภาษี 200% นี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการตัดสินใจวางระบบของ SME หลายแง่:

  • Saeree มี 2 product line — Standard สำหรับ SME และ Enterprise สำหรับองค์กรใหญ่ — ทำให้กิจการเลือกขนาดระบบให้พอดีกับงบและความพร้อม
  • รองรับทั้ง On-premise และ Cloud — SME ที่ต้องการ cloud ERP เลือกได้ ส่วนองค์กรที่ต้องการเก็บข้อมูลในองค์กรเองก็เลือก on-prem ได้ (ดู เปรียบเทียบ On-premise vs Cloud)
  • ออก e-Tax Invoice ตามมาตรฐาน ETDA — ระบบบัญชีออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามมาตรฐาน (ดู คู่มือ e-Tax Invoice)
  • Admin จัดการ master data เองได้ — เพิ่ม / inactive / กำหนด valid from-to ของ ผู้จัดจำหน่าย สินค้า และราคา ได้เองโดยไม่ต้องรอ vendor patch — ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการตั้งระบบ
  • วางรากฐานข้อมูลให้พร้อมขยาย — เริ่มจากบัญชี/สต๊อก แล้วต่อยอดได้ (ดูแนวทางการ วางระบบ ERP)

ในส่วนของการใช้สิทธิ์ 200% ที่ผูกกับการขึ้นทะเบียน DEPA — สามารถสอบถามทีม Saeree เพื่อตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนกับ DEPA และการจัดเตรียมเอกสารประกอบการใช้สิทธิ์ ได้โดยตรง ทั้งนี้การยืนยันสิทธิ์ทางภาษีขั้นสุดท้ายควรผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีและอ้างอิงเงื่อนไขทางการของ DEPA/กรมสรรพากร เราจะไม่กล่าวอ้างเกินกว่าที่ตรวจสอบได้

สิทธิ์ภาษีเป็นแรงจูงใจที่ดี แต่หัวใจของการลงทุนระบบยังคงเป็น "ระบบที่ทำให้ข้อมูลคุยกันได้จริง" — SME ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากมาตรการนี้ คือคนที่เลือกซอฟต์แวร์ตามความเหมาะสมของธุรกิจก่อน แล้วจึงใช้สิทธิ์ภาษีเป็นโบนัส ไม่ใช่เลือกซอฟต์แวร์เพียงเพราะอยากได้สิทธิ์

- ทีมงาน Saeree ERP

สรุป — เช็กลิสต์ก่อนใช้สิทธิ์ 200%

  1. ตรวจเกณฑ์ SME ของตัวเอง — ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
  2. ตรวจการขึ้นทะเบียน DEPA ของซอฟต์แวร์ — ขอหลักฐานยืนยันจากผู้จัดจำหน่ายก่อนเซ็นสัญญา
  3. คุมกรอบเวลา — ทำให้ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในช่วง 24 มิ.ย. 2568 – 31 ธ.ค. 2570
  4. เก็บเอกสารให้ครบ — ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จ สัญญา และหลักฐานการขึ้นทะเบียน DEPA
  5. ปรึกษาผู้สอบบัญชี/ที่ปรึกษาภาษี — ให้คำนวณการหัก 200% ภายในเพดาน 300,000 บาท ตามตัวเลขจริง
  6. เลือกซอฟต์แวร์ที่ fit กับธุรกิจก่อน — สิทธิ์ภาษีเป็นโบนัส ไม่ใช่เหตุผลหลักในการเลือกระบบ

หากองค์กรของคุณเป็น SME ที่กำลังวางแผนลงทุน ระบบ ERP สำหรับ SME ระบบบัญชี หรือ cloud ERP และต้องการคำปรึกษาเรื่องการเลือกระบบให้เหมาะกับธุรกิจ พร้อมตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียน DEPA และการจัดเตรียมเอกสารประกอบการใช้สิทธิ์ — ทีม Saeree พร้อมให้คำปรึกษา สามารถติดต่อทีมที่ปรึกษาได้โดยตรง

แหล่งอ้างอิง

สนใจระบบ ERP สำหรับองค์กรของคุณ?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Grand Linux Solution

ขอ Demo ฟรี

โทร 02-347-7730 | sale@grandlinux.com

Saeree ERP Author Sureeraya Limpaibul

เกี่ยวกับผู้เขียน

สุรีระยา ลิ้มไพบูลย์

กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด และผู้ก่อตั้ง Saeree ERP พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านระบบ ERP ครบวงจร