- 19
- สิงหาคม
SME ไทยที่กำลังจะลงทุนซอฟต์แวร์ดิจิทัล — รวมถึง cloud ERP และระบบบัญชี — มีโอกาสนำค่าใช้จ่ายมา "หักรายจ่ายได้ 200%" เพื่อลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามพระราชกฤษฎีกาส่งเสริม digital transformation ของ SME ที่อนุมัติเมื่อ 24 มิถุนายน 2568 — โดยหักได้ สูงสุด 300,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นถึง 31 ธันวาคม 2570 เงื่อนไขสำคัญคือต้องเป็นซอฟต์แวร์ที่ขึ้นทะเบียนกับ DEPA และผู้ใช้สิทธิ์ต้องเข้าเกณฑ์ SME — บทความนี้สรุปเงื่อนไข ประเภทค่าใช้จ่ายที่เข้า/ไม่เข้าเกณฑ์ ตัวอย่างการคำนวณ และวิธีเตรียมเอกสาร โดยเชื่อมกับการวางแผนเลือก ระบบ ERP สำหรับ SME และการตัดสินใจ On-premise vs Cloud ให้ถูกตั้งแต่ต้น
สรุปง่ายๆ: รัฐออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อเร่ง digital transformation ของ SME ให้สิทธิ์ "หักรายจ่ายเป็น 2 เท่า (200%)" ของค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลที่เข้าเกณฑ์ — ครอบคลุมซอฟต์แวร์ที่ขึ้นทะเบียนกับ DEPA เช่น cloud ERP ระบบบัญชี และ CRM รวมถึงบริการดิจิทัลที่ช่วยปรับปรุงกระบวนการธุรกิจ — เพดานการหักอยู่ที่ 300,000 บาท ต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วง 24 มิถุนายน 2568 – 31 ธันวาคม 2570 ผู้ใช้สิทธิ์ต้องเป็น SME ที่มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท ณ วันสิ้นรอบบัญชี และมีรายได้จากการขายสินค้า/บริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี — ก่อนใช้สิทธิ์ควรตรวจสอบรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ขึ้นทะเบียนล่าสุดและเงื่อนไขกับ DEPA/กรมสรรพากร และปรึกษาผู้สอบบัญชีของกิจการ
มาตรการนี้คืออะไร — หักรายจ่าย 200% เพื่ออะไร
รัฐบาลออก พระราชกฤษฎีกาส่งเสริม digital transformation ของ SME ซึ่งได้รับอนุมัติเมื่อ 24 มิถุนายน 2568 โดยมีเจตนาเร่งให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางลงทุนในเครื่องมือดิจิทัลจริง ไม่ใช่แค่มีหน้าร้านออนไลน์ — เพราะปัญหาที่พบบ่อยคือ SME มีระบบอยู่บ้างแต่ไม่ได้นำดิจิทัลเข้าไปในกระบวนการหลังบ้าน เช่น บัญชี สต๊อก และการออกเอกสารภาษี ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงและตรวจสอบย้อนหลังได้ยาก
กลไกของมาตรการคือการให้ หักรายจ่ายได้ 200% — หมายความว่าค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลที่เข้าเกณฑ์ 1 บาท สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายเพื่อคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีได้ 2 บาท เป้าหมายคือลดภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลของ SME ที่ตัดสินใจลงทุน ทำให้ "การลงทุนวางระบบ" คุ้มค่ายิ่งขึ้นในเชิงภาษี และจูงใจให้ SME กระโดดจากการทำงานด้วยกระดาษ/Excel ไปสู่ระบบกลางอย่าง ระบบ ERP ที่ข้อมูลเชื่อมโยงกัน
มาตรการนี้ ใช้ได้ทั้ง SME สัญชาติไทยและ SME ต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ ตามที่กำหนด — ขอเพียงนิติบุคคลนั้นเข้าเงื่อนไขด้านทุนจดทะเบียนและรายได้ และค่าใช้จ่ายที่นำมาใช้สิทธิ์เป็นไปตามประเภทที่กฎหมายครอบคลุม
สรุปสิทธิ์ — เพดาน อัตรา ช่วงเวลา และเกณฑ์ SME
ตารางด้านล่างสรุปสาระสำคัญของมาตรการในมุมที่ฝ่ายบัญชีและผู้บริหารต้องรู้ก่อนตัดสินใจลงทุน:
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| อัตราการหักรายจ่าย | หักได้ 200% ของค่าใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์ (1 บาท หักได้ 2 บาท) |
| เพดานการหัก | สูงสุด 300,000 บาท |
| ช่วงเวลาที่ค่าใช้จ่ายต้องเกิดขึ้น | 24 มิถุนายน 2568 – 31 ธันวาคม 2570 |
| เกณฑ์ทุนจดทะเบียน (SME) | ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ไม่เกิน 5 ล้านบาท ณ วันสิ้นรอบบัญชี |
| เกณฑ์รายได้ (SME) | รายได้จากการขายสินค้า/บริการ ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี |
| ผู้มีสิทธิ์ | SME ทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ข้างต้น |
| เงื่อนไขซอฟต์แวร์ | ต้องเป็นซอฟต์แวร์/โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ ขึ้นทะเบียนกับ DEPA |
จะเห็นว่าเกณฑ์ SME ของมาตรการนี้ค่อนข้าง "เล็ก" คือเน้นกลุ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี — เป็นกลุ่มที่มักยังไม่มีระบบกลางและได้ประโยชน์จากการวางระบบมากที่สุด สำหรับกิจการที่กำลังพิจารณาวางระบบบัญชีให้แน่นก่อนขยาย แนะนำให้อ่านแนวทางใน บทความระบบบัญชีสำหรับธุรกิจ ประกอบ
ค่าใช้จ่ายแบบไหนเข้าเกณฑ์ — แบบไหนไม่เข้า
หัวใจของการใช้สิทธิ์อย่างถูกต้องคือ "ค่าใช้จ่ายที่นำมาหัก 200% ต้องเป็นประเภทที่กฎหมายครอบคลุม" — ตารางต่อไปนี้ช่วยให้ฝ่ายบัญชีจัดหมวดได้ชัดขึ้น (แต่ยังต้องยืนยันรายละเอียดกับแหล่งทางการเสมอ):
| ประเภทค่าใช้จ่าย | เข้าเกณฑ์? | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ซอฟต์แวร์ดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียน DEPA (เช่น cloud ERP, ระบบบัญชี, CRM) | เข้าเกณฑ์ | ต้องตรวจว่าซอฟต์แวร์อยู่ในทะเบียน DEPA |
| บริการดิจิทัลที่ช่วยปรับปรุงกระบวนการธุรกิจ | เข้าเกณฑ์ | ต้องเป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงกระบวนการ |
| โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จดทะเบียนกับ DEPA | เข้าเกณฑ์ | ดูสถานะการจดทะเบียนกับ DEPA |
| Smart devices ที่เข้าข่ายมาตรการ | เข้าเกณฑ์ | ไม่รวมคอมพิวเตอร์ทั่วไป |
| คอมพิวเตอร์/ฮาร์ดแวร์ทั่วไป | ไม่เข้าเกณฑ์ | ระบุชัดว่าไม่รวมคอมพิวเตอร์ทั่วไป |
| ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน DEPA | ไม่เข้าเกณฑ์ | การขึ้นทะเบียน DEPA เป็นเงื่อนไขสำคัญ |
ประเด็นที่ต้องเน้นคือคำว่า "ขึ้นทะเบียน DEPA" — มาตรการนี้ไม่ได้ให้สิทธิ์กับซอฟต์แวร์ทุกตัวในตลาด แต่ผูกกับรายชื่อที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ดังนั้นก่อนเซ็นสัญญาซื้อหรือเช่าใช้ซอฟต์แวร์ใด ๆ ควรขอให้ผู้จัดจำหน่ายยืนยันสถานะการขึ้นทะเบียน และเก็บหลักฐานไว้ประกอบการใช้สิทธิ์
ข้อควรระวัง: สิทธิ์หัก 200% ใช้ได้เฉพาะกับ ซอฟต์แวร์/โปรแกรมที่ขึ้นทะเบียนกับ DEPA เท่านั้น — หากซื้อซอฟต์แวร์ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือซื้อคอมพิวเตอร์/ฮาร์ดแวร์ทั่วไป จะไม่เข้าเกณฑ์ และต้องมี เอกสารครบถ้วน ได้แก่ ใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี สัญญา และหลักฐานยืนยันสถานะการขึ้นทะเบียน DEPA ของซอฟต์แวร์นั้น — ถ้าเอกสารไม่ครบหรือซอฟต์แวร์ไม่ได้ขึ้นทะเบียน อาจถูกปฏิเสธสิทธิ์ในชั้นตรวจสอบภาษี
ตัวอย่างการคำนวณผลประหยัดภาษี (ตัวอย่างสมมติ)
เพื่อให้เห็นภาพว่าสิทธิ์ "หัก 200%" ทำงานอย่างไร ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ — ขอย้ำว่าเป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น ไม่ใช่ราคาของ Saeree ERP หรือข้อเสนอใด ๆ และอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ใช้จริงขึ้นกับขนาดกำไรและสถานะของกิจการ ควรให้ผู้สอบบัญชีคำนวณตามตัวเลขจริงของท่าน:
| รายการ (ตัวอย่างสมมติ) | กรณีไม่ใช้สิทธิ์ | กรณีใช้สิทธิ์ 200% |
|---|---|---|
| ค่าซอฟต์แวร์ดิจิทัลที่จ่ายจริง | 100,000 บาท | 100,000 บาท |
| รายจ่ายที่นำมาหักทางภาษี | 100,000 บาท (100%) | 200,000 บาท (200%) |
| รายจ่ายส่วนเพิ่มที่หักได้ | — | +100,000 บาท |
| ผลต่อกำไรสุทธิทางภาษี | ลดกำไร 100,000 บาท | ลดกำไรเพิ่มอีก 100,000 บาท |
หลักการคือ ค่าใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์จะถูกนำไปหักออกจากกำไรทางภาษี เป็นสองเท่า โดยมีเพดานการหักส่วนนี้อยู่ที่ 300,000 บาท ดังนั้นยิ่งกิจการมีกำไรและเสียภาษีในอัตราที่สูง การหักส่วนเพิ่มยิ่งช่วยลดภาระภาษีได้มาก — แต่ตัวเลขประหยัดจริงต้องคำนวณจากอัตราภาษีของกิจการแต่ละราย จึงควรให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบก่อนวางแผนการลงทุน การวางระบบให้ปิดงบได้เร็วและถูกต้องยังช่วยลดความเสี่ยงตอนตรวจสอบ — ดูแนวทางใน บทความเรื่องการปิดบัญชี ประกอบ
หมายเหตุสำคัญ — ตรวจสอบก่อนใช้สิทธิ์: รายชื่อซอฟต์แวร์ที่ขึ้นทะเบียนและเงื่อนไขของมาตรการอาจมีการปรับปรุงได้ — ก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้สิทธิ์ ควร ตรวจสอบรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ขึ้นทะเบียนล่าสุดและเงื่อนไขกับ DEPA และกรมสรรพากร และ ปรึกษาผู้สอบบัญชี/ที่ปรึกษาภาษี ของกิจการก่อนนำมาใช้สิทธิ์ทุกครั้ง บทความนี้สรุปสาระสำคัญเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีรายกรณี
ขั้นตอนการใช้สิทธิ์แบบเข้าใจง่าย
สำหรับ SME ที่จะวางแผนใช้สิทธิ์ ขั้นตอนหลักโดยสรุปมีดังนี้ (รายละเอียดเชิงปฏิบัติยึดตามแนวทางของกรมสรรพากรและ DEPA เป็นหลัก):
- ตรวจว่ากิจการเข้าเกณฑ์ SME หรือไม่ — ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท ณ วันสิ้นรอบบัญชี และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
- เลือกซอฟต์แวร์/บริการที่ขึ้นทะเบียน DEPA — ขอให้ผู้จัดจำหน่ายยืนยันสถานะการขึ้นทะเบียนเป็นลายลักษณ์อักษร
- ทำให้ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในกรอบเวลา — ระหว่าง 24 มิถุนายน 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2570
- เก็บเอกสารให้ครบ — ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จ สัญญา และหลักฐานการขึ้นทะเบียน DEPA
- บันทึกบัญชีและคำนวณรายจ่ายส่วนเพิ่ม — ให้ผู้สอบบัญชีคำนวณการหัก 200% ภายในเพดาน 300,000 บาท
- ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล — แสดงสิทธิ์ตามแบบและเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับองค์กรที่ใช้ Saeree ERP
Saeree ERP โดย บริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น ทำงานกับ ลูกค้า SME และ Enterprise ในไทย มาต่อเนื่อง — มาตรการหักภาษี 200% นี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการตัดสินใจวางระบบของ SME หลายแง่:
- Saeree มี 2 product line — Standard สำหรับ SME และ Enterprise สำหรับองค์กรใหญ่ — ทำให้กิจการเลือกขนาดระบบให้พอดีกับงบและความพร้อม
- รองรับทั้ง On-premise และ Cloud — SME ที่ต้องการ cloud ERP เลือกได้ ส่วนองค์กรที่ต้องการเก็บข้อมูลในองค์กรเองก็เลือก on-prem ได้ (ดู เปรียบเทียบ On-premise vs Cloud)
- ออก e-Tax Invoice ตามมาตรฐาน ETDA — ระบบบัญชีออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามมาตรฐาน (ดู คู่มือ e-Tax Invoice)
- Admin จัดการ master data เองได้ — เพิ่ม / inactive / กำหนด valid from-to ของ ผู้จัดจำหน่าย สินค้า และราคา ได้เองโดยไม่ต้องรอ vendor patch — ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการตั้งระบบ
- วางรากฐานข้อมูลให้พร้อมขยาย — เริ่มจากบัญชี/สต๊อก แล้วต่อยอดได้ (ดูแนวทางการ วางระบบ ERP)
ในส่วนของการใช้สิทธิ์ 200% ที่ผูกกับการขึ้นทะเบียน DEPA — สามารถสอบถามทีม Saeree เพื่อตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนกับ DEPA และการจัดเตรียมเอกสารประกอบการใช้สิทธิ์ ได้โดยตรง ทั้งนี้การยืนยันสิทธิ์ทางภาษีขั้นสุดท้ายควรผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีและอ้างอิงเงื่อนไขทางการของ DEPA/กรมสรรพากร เราจะไม่กล่าวอ้างเกินกว่าที่ตรวจสอบได้
สิทธิ์ภาษีเป็นแรงจูงใจที่ดี แต่หัวใจของการลงทุนระบบยังคงเป็น "ระบบที่ทำให้ข้อมูลคุยกันได้จริง" — SME ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากมาตรการนี้ คือคนที่เลือกซอฟต์แวร์ตามความเหมาะสมของธุรกิจก่อน แล้วจึงใช้สิทธิ์ภาษีเป็นโบนัส ไม่ใช่เลือกซอฟต์แวร์เพียงเพราะอยากได้สิทธิ์
- ทีมงาน Saeree ERP
สรุป — เช็กลิสต์ก่อนใช้สิทธิ์ 200%
- ตรวจเกณฑ์ SME ของตัวเอง — ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
- ตรวจการขึ้นทะเบียน DEPA ของซอฟต์แวร์ — ขอหลักฐานยืนยันจากผู้จัดจำหน่ายก่อนเซ็นสัญญา
- คุมกรอบเวลา — ทำให้ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในช่วง 24 มิ.ย. 2568 – 31 ธ.ค. 2570
- เก็บเอกสารให้ครบ — ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จ สัญญา และหลักฐานการขึ้นทะเบียน DEPA
- ปรึกษาผู้สอบบัญชี/ที่ปรึกษาภาษี — ให้คำนวณการหัก 200% ภายในเพดาน 300,000 บาท ตามตัวเลขจริง
- เลือกซอฟต์แวร์ที่ fit กับธุรกิจก่อน — สิทธิ์ภาษีเป็นโบนัส ไม่ใช่เหตุผลหลักในการเลือกระบบ
หากองค์กรของคุณเป็น SME ที่กำลังวางแผนลงทุน ระบบ ERP สำหรับ SME ระบบบัญชี หรือ cloud ERP และต้องการคำปรึกษาเรื่องการเลือกระบบให้เหมาะกับธุรกิจ พร้อมตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียน DEPA และการจัดเตรียมเอกสารประกอบการใช้สิทธิ์ — ทีม Saeree พร้อมให้คำปรึกษา สามารถติดต่อทีมที่ปรึกษาได้โดยตรง
