- 13
- กันยายน
"AI Readiness 2026 ของเนคเทค: องค์กรไทย 53.7% ใช้ AI แล้ว แต่ 86.4% วัดผลไม่ได้" — คำตอบสั้นที่สุดคือ ผลสำรวจความพร้อมด้าน AI ระดับองค์กรของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2569 ที่ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) เก็บจาก 574 องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน แล้วพบว่าองค์กรไทยผ่านด่าน "เริ่มใช้ AI" มาแล้วเกินครึ่ง แต่ยังติดอยู่ที่ด่าน "พิสูจน์ว่าใช้แล้วได้อะไร" บทความนี้ถอดตัวเลขรายมิติทั้ง 5 ด้าน แยกตามอุตสาหกรรมและขนาดองค์กร พร้อมเช็กลิสต์ให้ผู้บริหารประเมินว่าองค์กรตัวเองยืนอยู่ตรงไหนของผลสำรวจนี้ และสิ่งที่ควรทำต่อคืออะไร
สรุปบรรทัดเดียว: องค์กรไทย 53.7% ใช้ AI แล้ว แต่ความพร้อมเฉลี่ยยังอยู่ระดับ "Aware" โดยมิติที่ได้คะแนนต่ำที่สุดคือธรรมาภิบาล (28.9%) และ 86.4% ยังวัดผลการนำ AI ไปใช้ไม่ได้
AI Readiness 2026 คืออะไร และใครเป็นคนสำรวจ
AI Readiness 2026 คือผลสำรวจความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในระดับองค์กรของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 จัดทำโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569
สิ่งที่ทำให้ผลสำรวจชุดนี้ต่างจากรายงานเทรนด์ AI ทั่วไปคือ มันวัดองค์กรไทยด้วยกันเอง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยโลกที่ต้องมาตีความต่อ กลุ่มตัวอย่างคือ 574 องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ครอบคลุม 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น การผลิต การศึกษา การแพทย์และสุขภาวะ การใช้งานและบริการของภาครัฐ พลังงานและสิ่งแวดล้อม การเงิน และความมั่นคงปลอดภัย และประเมินออกมาเป็นคะแนน 5 มิติ
ถ้าคุณเคยอ่านบทความ SME ไทยใช้ AI เกิน 70% นำอาเซียน แต่ทำไมยังไม่เห็นผลในงบการเงิน แล้วรู้สึกว่าตัวเลขการใช้งานกับผลลัพธ์มันไม่ไปด้วยกัน ผลสำรวจของเนคเทคชุดนี้คือคำอธิบายเชิงโครงสร้างว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
ภาพรวม: ใช้แล้วเกินครึ่ง แต่ค้างอยู่ที่ระดับ "Aware"
ตัวเลขหัวข้อใหญ่คือ 53.7% ขององค์กรไทยใช้ AI แล้ว ซึ่งฟังดูดี แต่เมื่อประเมินความพร้อมเป็นระดับ ค่าเฉลี่ยของประเทศยังอยู่ที่ระดับ "Aware" — แปลเป็นภาษาผู้บริหารคือ รู้ว่าสำคัญ เริ่มทดลองแล้ว แต่ยังไม่ได้ฝังเข้าไปในวิธีทำงานจริง
เมื่อแตกเป็นรายมิติ ภาพจะชัดขึ้นมากว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
| มิติความพร้อม | คะแนน | อ่านผลอย่างไร |
|---|---|---|
| ด้านข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน | 51.0% | สูงสุดในห้ามิติ — องค์กรส่วนใหญ่มีระบบและข้อมูลอยู่แล้ว |
| ด้านบุคลากร | 45.9% | มีคนที่ใช้เป็น แต่ยังไม่ทั่วถึงทั้งองค์กร |
| ด้านยุทธศาสตร์และความสามารถขององค์กร | 41.8% | ยังไม่ได้แปลง AI เป็นเป้าหมายองค์กรที่มีเจ้าภาพ |
| ด้านเทคโนโลยี | 32.2% | ช่องว่างระหว่าง "มีข้อมูล" กับ "ต่อ AI เข้ากับระบบงานได้" |
| ด้านธรรมาภิบาล | 28.9% | ต่ำที่สุด — นโยบาย ความรับผิดชอบ และการตรวจสอบยังตามไม่ทัน |
จุดที่ควรหยุดอ่านซ้ำคือลำดับของมัน มิติที่ได้คะแนนสูงสุดคือข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนมิติที่ได้คะแนนต่ำสุดคือธรรมาภิบาล นั่นแปลว่าคอขวดของ AI ในองค์กรไทยไม่ใช่เรื่องเทคนิคล้วน ๆ อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องการกำกับดูแลและการพิสูจน์ผล
ช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดคือ "วัดผลไม่ได้"
ตัวเลขที่รุนแรงที่สุดในผลสำรวจไม่ใช่ตัวเลขการใช้งาน แต่คือตัวเลขการวัดผล
หมายเหตุที่ผู้บริหารควรจำ: 86.4% ขององค์กรไม่สามารถวัดผลการนำ AI ไปใช้ได้ มีเพียง 13.6% เท่านั้นที่บันทึกผลลัพธ์เชิงบวกเอาไว้เป็นหลักฐาน — เมื่อถึงรอบงบประมาณถัดไป องค์กรกลุ่มแรกจะไม่มีอะไรไปตอบคำถามว่า "ปีที่แล้วได้อะไรกลับมา"
| ประเด็น | สัดส่วนองค์กร | ผลที่ตามมา |
|---|---|---|
| วัดผลการนำ AI ไปใช้ไม่ได้ | 86.4% | ต่ออายุงบไม่ได้ ขยายผลไม่ได้ เพราะไม่มีตัวเลขยืนยัน |
| บันทึกผลลัพธ์เชิงบวกไว้แล้ว | 13.6% | กลุ่มเดียวที่ขอขยายโครงการได้อย่างมีน้ำหนัก |
| ยังไม่ได้วาง AI Ethics | 73.4% | ไม่มีเส้นแบ่งว่างานไหนให้ AI ตัดสินได้ งานไหนต้องมีคน |
| ไม่มีกระบวนการประเมินความเสี่ยง | 46.2% | รู้ว่ามีความเสี่ยง แต่ไม่มีขั้นตอนที่ทำซ้ำได้ |
| ผนวก AI เข้ากลยุทธ์องค์กรเต็มรูปแบบ | 8.4% | ส่วนใหญ่ยังเป็นโครงการรายแผนก ไม่ใช่วาระองค์กร |
| เชื่อม AI กับสมรรถนะพนักงานอย่างเป็นระบบ | 2.9% | อบรมแล้วจบเป็นครั้ง ๆ ไม่ได้ผูกกับเส้นทางอาชีพ |
สังเกตว่าตัวเลขไล่ลงจาก 86.4% ไปถึง 2.9% อย่างเป็นระบบ ยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำให้ AI อยู่ได้ยาว — วัดผล วางจริยธรรม ประเมินความเสี่ยง ผูกกับกลยุทธ์ ผูกกับคน — องค์กรไทยยิ่งทำน้อยลง ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เราเคยเขียนไว้ในบทความ AI Governance คืออะไร? ทำไมองค์กรต้องควบคุม AI ก่อนที่ AI จะควบคุมองค์กร
ใครพร้อม ใครยัง: แยกตามอุตสาหกรรมและขนาดองค์กร
ค่าเฉลี่ยประเทศซ่อนความต่างระหว่างกลุ่มไว้เยอะมาก
| กลุ่ม | ความพร้อม / การใช้งาน | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| ธนาคาร | 70.7% | กลุ่มเดียวที่ขึ้นถึงระดับ "Ready" |
| การแพทย์และสุขภาวะ | 53.1% | สูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่ยังไม่ถึงระดับพร้อม |
| การใช้งานและบริการของภาครัฐ | 50.8% | ตามมาติด ๆ — ข้อมูลมี แต่ธรรมาภิบาลเป็นโจทย์ |
| สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร | 22.8% | ห่างจากกลุ่มธนาคารเกือบ 48 จุด ทั้งที่อยู่ภาคการเงินเหมือนกัน |
| พลังงานและสิ่งแวดล้อม | ต่ำที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรม | เนคเทคระบุเป็นกลุ่มที่ความพร้อมน้อยที่สุด |
| องค์กรขนาดใหญ่ / กลาง / เล็ก | 67.2% / 48.5% / 43.8% | สัดส่วนที่ใช้ AI แล้ว — ช่องว่างใหญ่–เล็กอยู่ที่ราว 23 จุด |
ตัวเลขคู่ที่น่าสนใจที่สุดคือ ธนาคาร 70.7% เทียบกับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร 22.8% ทั้งสองกลุ่มอยู่ในภาคการเงินเหมือนกัน เจอข้อมูลอ่อนไหวเหมือนกัน แต่ต่างกันเกือบสามเท่า ความต่างที่อธิบายได้ตรงที่สุดคือกลุ่มธนาคารถูกกำกับให้มีกรอบความเสี่ยง การควบคุมภายใน และร่องรอยการตรวจสอบมาก่อนที่ AI จะมาถึง — พอ AI มา จึงมีที่ให้วางทันที
Agentic AI เริ่มแล้ว 26% ทั้งที่ธรรมาภิบาลยังได้ 28.9%
ในบรรดาองค์กรที่ใช้ AI อยู่แล้ว มี 26.0% ที่เริ่มนำ Agentic AI ไปใช้ โดยใช้มากที่สุดในงานวิจัยและพัฒนา (21.4%) และงานกลยุทธ์ (20.8%)
Agentic AI ต่างจากแชตบอตตรงที่มันลงมือทำ ไม่ใช่แค่ตอบ — เรียกระบบอื่น เขียนข้อมูลกลับ และทำหลายขั้นตอนต่อเนื่องได้เอง (อธิบายไว้ละเอียดในบทความ Agentic AI คืออะไร? ยุคใหม่ที่ AI ทำงานแทนคนใน ERP)
คำเตือน: เมื่อ 26% เริ่มใช้ AI ที่ลงมือทำงานเองได้ ขณะที่คะแนนธรรมาภิบาลทั้งประเทศอยู่ที่ 28.9% และ 46.2% ยังไม่มีกระบวนการประเมินความเสี่ยง แปลว่ามีองค์กรจำนวนหนึ่งกำลังให้สิทธิ์ "เขียน" กับระบบที่ยังไม่มีใครกำหนดขอบเขตและร่องรอยการตรวจสอบไว้ก่อน
ทำไม "ธรรมาภิบาล" ถึงได้คะแนนต่ำที่สุด
ในทางปฏิบัติ ธรรมาภิบาล AI ไม่ใช่เอกสารนโยบายหนึ่งเล่ม แต่คือคำถามสี่ข้อที่ต้องตอบได้ทุกครั้งที่มีคนถาม
- ใครอนุมัติให้ใช้ — งานไหนใช้ AI ได้ งานไหนห้าม และใครเป็นคนตัดสิน
- มันเห็นข้อมูลอะไรได้บ้าง — ขอบเขตข้อมูลที่ AI เข้าถึงได้ ต้องเท่ากับสิทธิ์ของคนที่เรียกใช้ ไม่ใช่เท่ากับสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ
- มันทำอะไรลงไปแล้วบ้าง — มี log ที่ย้อนดูได้ว่าใครสั่ง สั่งเมื่อไร และผลคืออะไร
- ผิดแล้วใครรับผิดชอบ — เจ้าของกระบวนการยังเป็นคน ไม่ใช่เครื่องมือ
สามข้อแรกไม่ใช่คำถามเชิงนโยบาย แต่เป็นคำถามเชิงระบบ และคำตอบมักไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ AI แต่อยู่ที่ระบบงานหลังบ้านที่ถือข้อมูลจริง — เรื่องเดียวกับที่ต้องตอบให้ได้ภายใต้ PDPA กับระบบ ERP อยู่แล้ว
เช็กลิสต์: องค์กรคุณอยู่ตรงไหนของผลสำรวจนี้
ใช้คำถามต่อไปนี้ประเมินเร็ว ๆ ถ้าตอบ "ไม่" ตั้งแต่สองข้อขึ้นไป องค์กรของคุณน่าจะอยู่ในกลุ่มเดียวกับค่าเฉลี่ยประเทศ
| มิติ | คำถามที่ต้องตอบได้ | ตอบได้? |
|---|---|---|
| ยุทธศาสตร์ | AI อยู่ในแผนองค์กรปีนี้หรือไม่ และใครเป็นเจ้าภาพที่มีชื่อจริง | ☐ |
| ข้อมูล | ข้อมูลที่จะให้ AI ใช้ อยู่ในระบบที่มีเจ้าของและสิทธิ์ชัดเจนแล้วหรือยัง | ☐ |
| บุคลากร | มีมากกว่าหนึ่งคนที่ทำงานเดิมต่อได้ถ้าคนที่ริเริ่มลาออก | ☐ |
| เทคโนโลยี | AI ต่อเข้ากับระบบงานจริงได้ หรือยังต้องคัดลอกไฟล์ไปมาด้วยมือ | ☐ |
| ธรรมาภิบาล | มี log ย้อนหลังว่าใครใช้ AI ทำอะไรกับข้อมูลชุดไหน | ☐ |
| การวัดผล | บอกได้ไหมว่างานเดิมใช้เวลา/มีข้อผิดพลาดเท่าไร ก่อน เอา AI เข้ามา | ☐ |
ข้อสุดท้ายคือข้อที่ทำให้ตัวเลข 86.4% เกิดขึ้น องค์กรส่วนใหญ่วัดผล AI ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะวัดไม่เป็น แต่เพราะไม่เคยจดค่าตั้งต้นไว้ก่อน พอ AI เข้ามาแล้วดีขึ้น ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าดีขึ้นเท่าไร
ข้อเสนอเชิงนโยบาย 3 ข้อของเนคเทค แปลว่าอะไรกับองค์กร
เนคเทคปิดท้ายผลสำรวจด้วยข้อเสนอเชิงนโยบาย 3 ข้อ ซึ่งอ่านเป็นภาษาองค์กรได้ดังนี้
- National AI Governance Pack — จัดทำชุดมาตรฐานขั้นพื้นฐานสำหรับองค์กร แปลว่าองค์กรไม่ต้องเขียนนโยบาย AI ขึ้นมาเองจากศูนย์ รอชุดมาตรฐานกลางแล้วปรับใช้จะเร็วกว่า
- Sectoral AI Readiness Clinics — ตั้งคลินิก AI รายอุตสาหกรรม แปลว่าโจทย์ของโรงพยาบาล โรงงาน และหน่วยงานรัฐไม่เหมือนกัน และไม่ควรถูกแก้ด้วยคำแนะนำชุดเดียว
- AI Value Enabler — สนับสนุน SME และองค์กรขนาดกลาง ซึ่งตรงกับตัวเลขที่องค์กรเล็กใช้ AI 43.8% เทียบกับองค์กรใหญ่ 67.2%
มุมจาก Saeree ERP: จะวัดผล AI ได้ ต้องมีตัวเลขตั้งต้นก่อน
เราขอพูดตรง ๆ ว่าผลสำรวจชุดนี้ไม่ได้ชี้ว่า "องค์กรต้องซื้อ ERP" แต่สองมิติที่ได้คะแนนต่ำที่สุด — ธรรมาภิบาล 28.9% และเทคโนโลยี 32.2% — เป็นเรื่องที่ระบบงานหลังบ้านช่วยได้จริง มากกว่าที่เครื่องมือ AI ตัวใดตัวหนึ่งจะช่วยได้
ในทางปฏิบัติมีสามจุดที่ทับกันพอดี
- ค่าตั้งต้นสำหรับวัดผล — รอบเวลาปิดงบ จำนวนใบสั่งซื้อที่ต้องแก้ย้อนหลัง อัตราของขาดในคลัง ตัวเลขพวกนี้อยู่ในระบบอยู่แล้ว ถ้าจดไว้ก่อนเริ่มโครงการ AI คุณจะไม่ตกอยู่ในกลุ่ม 86.4% (ดูเพิ่มที่ ปิดงบให้เร็วขึ้น และ ช่องว่างของรายงาน)
- สิทธิ์และร่องรอย — ระบบ ERP มีสิทธิ์ระดับผู้ใช้และ audit trail มาตั้งแต่ต้น ดังนั้นเมื่อเชื่อม AI เข้ามา ขอบเขตที่มันเห็นและทำได้ ควรผูกกับสิทธิ์ชุดเดิม ไม่ใช่เปิดช่องทางใหม่ที่ตรวจสอบแยก
- การเชื่อมต่อที่คุมขอบเขตได้ — Saeree ERP รับงานเชื่อมต่อผู้ช่วย AI เข้ากับระบบงานผ่าน MCP โดยกำหนดได้ว่า AI เรียกใช้อะไรได้บ้าง เห็นข้อมูลระดับไหน และทุกการเรียกถูกบันทึกไว้ เรายังไม่อ้างอิงเคสลูกค้ารายใดในบทความนี้ เพราะเราใช้กับงานของเราเองมาก่อนแล้วจึงเปิดรับงานภายนอก
จุดยืนของเราตรงไปตรงมา: ERP คือแหล่งความจริงของข้อมูล ส่วน AI คือผู้ช่วย ถ้าแหล่งความจริงยังไม่นิ่ง การเติม AI เข้าไปจะทำให้ได้คำตอบเร็วขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ถูกขึ้น
สรุป
ผลสำรวจ AI Readiness 2026 ของเนคเทคบอกสิ่งที่หลายองค์กรรู้สึกอยู่แล้วแต่ยังไม่มีตัวเลขยืนยัน — ประเทศไทยผ่านช่วง "ยังไม่เริ่มใช้ AI" มาแล้ว โจทย์ปีนี้ย้ายไปอยู่ที่การกำกับดูแลและการพิสูจน์ผล
| ควรเริ่มจากตรงนี้ | ยังไม่ต้องรีบ |
|---|---|
| จดค่าตั้งต้นของกระบวนการที่จะเอา AI เข้าไปแทน | ซื้อเครื่องมือ AI เพิ่มก่อนรู้ว่าจะวัดผลอย่างไร |
| กำหนดว่างานไหน AI ตัดสินได้ งานไหนต้องมีคนอนุมัติ | เขียนนโยบาย AI ฉบับสมบูรณ์ก่อนได้ชุดมาตรฐานกลาง |
| ผูกสิทธิ์ที่ AI เข้าถึงกับสิทธิ์ผู้ใช้ในระบบเดิม | เปิดให้ AI เขียนกลับเข้าระบบก่อนมี audit trail |
| เลือกกระบวนการเดียวที่วัดผลชัด แล้วทำให้จบ | ประกาศเป็นวาระองค์กรทั้งองค์กรพร้อมกัน |
ตัวเลข 13.6% ที่บันทึกผลลัพธ์เชิงบวกไว้ได้ คือกลุ่มที่ปีหน้าจะขอขยายงบได้ ส่วนอีก 86.4% จะต้องกลับไปเริ่มบทสนทนาเดิมอีกครั้ง ความต่างระหว่างสองกลุ่มนี้เริ่มที่การจดตัวเลขก่อนเริ่ม ไม่ได้เริ่มที่เทคโนโลยี
องค์กรที่วัดผล AI ไม่ได้ ไม่ได้แพ้เพราะเทคโนโลยีไม่ดีพอ แต่แพ้เพราะไม่มีใครจดไว้ว่าก่อนหน้านี้มันแย่แค่ไหน
- ทีม Saeree ERP
แหล่งอ้างอิง
- เนคเทค สวทช. — ผลสำรวจ AI Readiness 2026 ขององค์กรไทย (3 กันยายน 2569)
- ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.)
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อ 13 กันยายน 2569 — ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้อ้างอิงจากผลสำรวจของเนคเทค สวทช. ไม่มีการประมาณการเพิ่มเติมจากผู้เขียน
อยากรู้ว่าองค์กรคุณวัดผล AI ได้จริงหรือยัง?
ปรึกษาทีม Grand Linux Solution เรื่องการวางค่าตั้งต้น สิทธิ์การเข้าถึง และร่องรอยการตรวจสอบ ก่อนเริ่มโครงการ AI ในองค์กร
ขอ Demo ฟรีโทร 02-347-7730 | sale@grandlinux.com




