02-347-7730  |  Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ติดต่อเรา

Java 8 หมดอายุ พ.ย. 2569 — ยังไม่ย้าย ระวังเสี่ยง!

Java 8 End of Life หมดอายุ พฤศจิกายน 2569
  • 28
  • กุมภาพันธ์

Java 8 ออกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2557 (2014) นับถึงวันนี้ก็ 12 ปี แล้ว แต่ยังคงเป็น JDK เวอร์ชันที่องค์กรจำนวนมากทั่วโลกใช้งานอยู่ ข่าวร้ายคือ OpenJDK 8 จะหมดอายุ Community Support ในเดือนพฤศจิกายน 2569 เหลือเวลาอีกแค่ประมาณ 9 เดือนเท่านั้น บทความนี้จะสรุปสถานการณ์ทั้งหมด พร้อมแผนการ Migrate ที่องค์กรไทยควรเริ่มลงมือตั้งแต่วันนี้

ทำไม Java 8 ยังได้รับความนิยม?

Java 8 เป็นหนึ่งในเวอร์ชันที่ "ปฏิวัติ" ภาษา Java อย่างแท้จริง เพราะนำฟีเจอร์สำคัญหลายตัวเข้ามา ซึ่งนักพัฒนาใช้งานกันอย่างแพร่หลายจนถึงทุกวันนี้:

  • Lambda Expressions ทำให้เขียน Functional Programming ใน Java ได้สะดวกขึ้นมาก
  • Stream API เปลี่ยนวิธีจัดการ Collection จาก Loop แบบเดิมมาเป็น Pipeline ที่อ่านง่ายกว่า
  • Optional ช่วยลดปัญหา NullPointerException ที่เป็น "ศัตรูตัวฉกาจ" ของนักพัฒนา Java
  • Date/Time API (java.time) แทนที่ java.util.Date ที่มีปัญหามานาน
  • Default Methods ใน Interface เปิดทางให้ API เปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ Break backward compatibility

ฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้ Java 8 เป็น "จุดสมดุล" ที่หลายองค์กรรู้สึกว่า "ใช้ได้ดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องอัปเกรด" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา

สถิติการใช้งาน Java 8 ในปัจจุบัน

ข้อมูลจากหลายแหล่งชี้ให้เห็นว่า Java 8 กำลังลดลง แต่ยังมีอยู่จำนวนมาก:

  • ปี 2565 (2022) รายงานจาก New Relic พบว่า Java 8 ยังถูกใช้งานโดย 46% ของแอปพลิเคชัน ทั่วโลก
  • ปี 2568 (2025) สถานการณ์เปลี่ยนไปมาก Java 17 ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 61% และ Java 21 ตามมาที่ 45% แต่ Java 8 ยังคงมีส่วนแบ่งที่มีนัยสำคัญ
  • 88% ขององค์กร พิจารณาย้ายออกจาก Oracle Java ไปยังทางเลือกอื่น (ผลสำรวจ Azul 2025)
  • 62% ขององค์กร ใช้ Java สำหรับแอปพลิเคชัน AI (รายงาน Azul 2026) แสดงว่า Java ยังคงเป็นภาษาหลักในระดับ Enterprise

ตัวเลขที่น่าตกใจ

แม้ Java 17 และ 21 จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีองค์กรอีกจำนวนไม่น้อยที่ "ติดอยู่กับ Java 8" เพราะระบบ Legacy ที่ไม่กล้าแตะ ค่าใช้จ่ายในการ Migrate สูง หรือขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ถ้าองค์กรของคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ต้องเร่งวางแผนแล้ว

Timeline: Java 8 หมดอายุเมื่อไหร่ แต่ละ Vendor?

การหมดอายุของ Java 8 ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุก Vendor เพราะแต่ละรายมี Support Policy ที่แตกต่างกัน:

Vendor / Distribution ประเภท Support วันหมดอายุ Java 8 สถานะ
Oracle Java SE 8 Public Updates มกราคม 2562 (2019) หมดแล้ว
Oracle Java SE 8 Extended Support (เสียเงิน) ธันวาคม 2573 (2030) ต้องจ่ายเงิน
OpenJDK 8 (Community) Community Support พฤศจิกายน 2569 (2026) เหลืออีก 9 เดือน
Red Hat OpenJDK 8 Commercial Support พฤศจิกายน 2569 (2026) เหลืออีก 9 เดือน
Amazon Corretto 8 Free LTS ประมาณปี 2569 (2026) ใกล้หมด
Eclipse Temurin 8 Community (Adoptium) ตาม Upstream OpenJDK ~พ.ย. 2569
BellSoft Liberica JDK 8 Extended Commercial มีนาคม 2574 (2031) ขยายเวลา
Azul Zulu 8 Extended Commercial มีทางเลือก Extended Support ขยายเวลาได้

สรุปง่ายๆ: ถ้าองค์กรคุณใช้ OpenJDK 8 แบบฟรี (ไม่ว่าจะเป็น Community, Red Hat, Amazon Corretto หรือ Eclipse Temurin) เวลาของคุณกำลังจะหมดในเดือน พฤศจิกายน 2569 หลังจากนั้นจะไม่มี Security Patch ให้อีกต่อไป

ความเสี่ยงของการใช้ Java 8 ต่อหลังหมดอายุ

หลายองค์กรอาจคิดว่า "ระบบยังทำงานได้ดี ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน" แต่นั่นเป็นการมองข้ามความเสี่ยงที่ร้ายแรง:

1. ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Security Vulnerabilities)

เมื่อ Java 8 หมดอายุ จะไม่มีใครออก Security Patch ให้อีก หมายความว่าช่องโหว่ใหม่ที่ค้นพบ (Zero-day Vulnerabilities) จะไม่ได้รับการแก้ไข ระบบของคุณจะเปิดรับการโจมตีตลอดเวลา ยิ่งระบบ ERP ที่จัดการข้อมูลทางการเงินและข้อมูลส่วนบุคคล ความเสี่ยงนี้ยิ่งสูง อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ความปลอดภัยของข้อมูลในระบบ ERP

2. ปัญหาด้าน Compliance

มาตรฐานด้านความปลอดภัยหลายตัว เช่น PCI DSS, ISO 27001, PDPA กำหนดให้องค์กรต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่ยังอยู่ใน Support Period หากใช้ Java 8 หลังหมดอายุ อาจไม่ผ่านการ Audit และเสี่ยงต่อการถูกปรับ การ บริหารความเสี่ยง ที่ดีต้องรวมถึงการวางแผนอัปเกรดซอฟต์แวร์ด้วย

3. ไลบรารีและ Framework ใหม่ไม่รองรับ

เทรนด์ของ Java Ecosystem คือการ "Drop Java 8 Support" ทีละตัว:

  • Spring Framework 6 / Spring Boot 3 ต้องการ Java 17 ขึ้นไป
  • Jakarta EE 10+ ไม่รองรับ Java 8
  • Hibernate 6+ ต้องการ Java 11 ขึ้นไป
  • Apache Tomcat 11 ต้องการ Java 17
  • ไลบรารียอดนิยมอย่าง Guava, Jackson, Netty ก็เริ่มยกเลิก Java 8 Support ทีละตัว

ยิ่งรอนาน ยิ่งยากในการอัปเกรด เพราะต้องกระโดดข้ามหลายเวอร์ชันพร้อมกัน

4. ขาด Performance Improvements

Java เวอร์ชันใหม่มีการปรับปรุง JVM อย่างต่อเนื่อง ทั้ง G1 GC, ZGC, Shenandoah GC รวมถึง AOT Caching ใน JDK 26 ที่ช่วยให้แอปพลิเคชัน Start ได้เร็วขึ้นมาก การอยู่กับ Java 8 คือการพลาดโอกาสในการปรับปรุงประสิทธิภาพโดยไม่ต้องแก้โค้ดเลย

5. ปัญหาด้านบุคลากร

นักพัฒนารุ่นใหม่เริ่มไม่คุ้นเคยกับ Java 8 และต้องการทำงานกับเทคโนโลยีใหม่ การยังคงใช้ Java 8 อาจทำให้องค์กร สูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถ ไปให้กับบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยกว่า

แผนการ Migrate: เส้นทางจาก Java 8 ไป Java 25

การอัปเกรดจาก Java 8 ไป Java เวอร์ชันล่าสุด ไม่ควรกระโดดข้ามไปทีเดียว แต่ควรทำเป็นขั้นตอน โดยหยุดพักที่เวอร์ชัน LTS (Long Term Support) แต่ละตัว:

ขั้นตอน เวอร์ชัน ประเภท สิ่งที่ต้องแก้ไขหลัก
ปัจจุบัน Java 8 LTS (หมดอายุ) -
ขั้นที่ 1 Java 11 LTS Module System (JPMS), ลบ Java EE APIs จาก JDK
ขั้นที่ 2 Java 17 LTS Sealed Classes, Pattern Matching, Strong Encapsulation
ขั้นที่ 3 Java 21 LTS Virtual Threads, Record Patterns, Sequenced Collections
เป้าหมาย Java 25 LTS (GA ก.ย. 2569) ฟีเจอร์ล่าสุดทั้งหมด + LTS Support ยาว

ทำไมต้องทำทีละขั้น?

การกระโดดจาก Java 8 ไป Java 21 หรือ 25 โดยตรง อาจดูเหมือนประหยัดเวลา แต่ในทางปฏิบัติมักทำให้เกิดปัญหามากมาย:

  1. Java 9 เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เรื่อง Module System (JPMS) ที่กระทบ Classpath ทั้งหมด
  2. Java 11 ลบ Java EE APIs ออกจาก JDK (javax.xml.bind, javax.annotation เป็นต้น)
  3. Java 17 บังคับ Strong Encapsulation ที่ทำให้ --illegal-access ใช้ไม่ได้อีกต่อไป
  4. แต่ละขั้นมี Breaking Changes ที่ต้องทดสอบและแก้ไขแยกกัน

การทำทีละขั้นช่วยให้ทีมพัฒนาสามารถระบุและแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่า และลดความเสี่ยงที่ระบบจะล่มในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง

ขั้นตอนการ Migrate จาก Java 8 ในทางปฏิบัติ

ขั้นตอนที่ 1: สำรวจและประเมิน (Audit)

  • สำรวจว่าองค์กรมีแอปพลิเคชัน Java 8 กี่ตัว
  • ตรวจสอบ Dependencies ทั้งหมด (ใช้ jdeps tool)
  • ระบุ Dependencies ที่ใช้ Internal APIs ของ JDK
  • ประเมินขนาดของงานที่ต้องแก้ไข

ขั้นตอนที่ 2: อัปเดต Dependencies

  • อัปเดตไลบรารีทั้งหมดให้เป็นเวอร์ชันที่รองรับ Java เป้าหมาย
  • แทนที่ Java EE APIs ด้วย Jakarta EE equivalents
  • อัปเดต Build Tool (Maven/Gradle) ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  • อัปเดต IDE และ Plugin ต่างๆ

ขั้นตอนที่ 3: แก้ไขโค้ด

  • แก้ไข Deprecated API calls
  • จัดการกับ Module System (เพิ่ม module-info.java หรือใช้ --add-modules, --add-opens)
  • แก้ไข Reflection ที่เข้าถึง Internal APIs
  • ปรับ JVM Options ให้เหมาะสมกับเวอร์ชันใหม่

ขั้นตอนที่ 4: ทดสอบอย่างละเอียด

  • รัน Unit Tests ทั้งหมด
  • รัน Integration Tests
  • ทำ Performance Testing เปรียบเทียบกับ Java 8
  • ทดสอบในสภาพแวดล้อม Staging ก่อน Production

ขั้นตอนที่ 5: Deploy และ Monitor

  • Deploy ทีละ Service (ถ้าเป็น Microservices)
  • เตรียมแผน Rollback ไว้เสมอ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ แผน Disaster Recovery
  • Monitor ประสิทธิภาพและ Error Rate หลัง Deploy
  • ปรับ JVM Tuning Parameters ตามต้องการ

ทางเลือก: ย้าย Vendor หรืออัปเกรดเวอร์ชัน?

สำหรับองค์กรที่ยังไม่พร้อม Migrate ไป Java เวอร์ชันใหม่ มีทางเลือก 2 แนวทาง:

แนวทาง A: ย้ายไป Vendor ที่มี Extended Support

บางบริษัทเสนอ Extended Support สำหรับ Java 8 หลังจาก OpenJDK Community หยุด Support:

  • BellSoft Liberica JDK 8 ขยาย Support ถึงมีนาคม 2574 (2031)
  • Azul Zulu 8 มีทางเลือก Extended Commercial Support
  • Oracle Java SE 8 Extended Support ถึงธันวาคม 2573 (2030) แต่ต้องจ่ายค่า License ตาม Per-Employee Pricing

ข้อดี: ซื้อเวลาได้อีกหลายปี ไม่ต้องแก้โค้ด

ข้อเสีย: ต้องเสียค่าใช้จ่าย และยังไม่ได้ประโยชน์จากฟีเจอร์ใหม่ เป็นแค่การ "เลื่อนปัญหา" ไม่ใช่ "แก้ปัญหา"

แนวทาง B: อัปเกรดไป Java 21 หรือ Java 25

นี่คือทางเลือกที่แนะนำ เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ:

  • Java 21 (LTS) เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตอนนี้ มี Support ยาวและ Ecosystem พร้อมรองรับ
  • Java 25 (LTS) จะออก GA ในเดือนกันยายน 2569 เป็นเป้าหมายระยะยาวที่ดี
  • ดู ฟีเจอร์ใหม่ใน JDK 26 เพื่อเข้าใจว่า Java กำลังพัฒนาไปในทิศทางไหน

ERP กับ Java: ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับระบบ ERP

ระบบ ERP ส่วนใหญ่ในระดับ Enterprise พัฒนาด้วย Java หรือมี Component ที่ใช้ Java เป็นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น:

  • Application Server เช่น Apache Tomcat, WildFly, WebLogic, WebSphere
  • Middleware ที่เชื่อมต่อระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน
  • Reporting Engine เช่น JasperReports, BIRT
  • ETL Tools สำหรับการโอนย้ายข้อมูล

ถ้า Java Runtime ของระบบ ERP หมดอายุ Support หมายความว่าทุก Component ที่ทำงานอยู่บน Java นั้นก็เสี่ยงเช่นกัน

Saeree ERP โดยบริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด เข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้ดี เราจึงให้ความสำคัญกับการอัปเดตเทคโนโลยีพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่อง EOL ของ Runtime Environment ที่ใช้งาน

การอัปเกรด Java ไม่ใช่แค่เรื่องของนักพัฒนา แต่เป็นเรื่องของ Business Continuity ทั้งองค์กร ผู้บริหารต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและจัดสรรงบประมาณสำหรับเรื่องนี้

- ทีมงาน Grand Linux Solution

Checklist สำหรับองค์กรที่ยังใช้ Java 8

ใช้ Checklist นี้เพื่อเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้:

  1. สำรวจว่าองค์กรมี Java 8 Application กี่ตัว และอยู่ที่ไหนบ้าง
  2. ตรวจสอบว่าใช้ JDK จาก Vendor ใด และ Support Policy เป็นอย่างไร
  3. ประเมินงบประมาณสำหรับการ Migrate หรือซื้อ Extended Support
  4. จัดลำดับความสำคัญว่าแอปพลิเคชันไหนต้อง Migrate ก่อน (เรียงตาม Business Impact)
  5. ตั้งทีม Migration และกำหนด Timeline ที่ชัดเจน
  6. เริ่ม Proof of Concept (POC) กับแอปพลิเคชันที่สำคัญน้อยที่สุดก่อน
  7. วางแผน Testing Strategy ที่ครอบคลุม
  8. เตรียมแผน Rollback สำหรับทุกขั้นตอน
  9. กำหนดวัน Go-live ที่แน่นอน ก่อนเดือนพฤศจิกายน 2569

สรุป

Java 8 จะหมดอายุ Community Support ในเดือนพฤศจิกายน 2569 เหลือเวลาอีกแค่ประมาณ 9 เดือน สิ่งที่องค์กรควรทำตอนนี้คือ:

  1. อย่ารอ! เริ่มวางแผน Migrate ตั้งแต่วันนี้ 9 เดือนอาจดูเหมือนนาน แต่สำหรับระบบ Enterprise แล้ว เวลาน้อยมาก
  2. เลือกเป้าหมายให้ชัด Java 21 (LTS) เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้ หรือรอ Java 25 (LTS) ที่จะออกกันยายน 2569
  3. ทำทีละขั้น อย่ากระโดดข้ามหลายเวอร์ชัน ทำ 8 ไป 11 ไป 17 ไป 21 จะปลอดภัยกว่า
  4. ประเมินทางเลือก ถ้ายังไม่พร้อม Migrate อาจพิจารณาซื้อ Extended Support จาก Vendor ที่เหมาะสมเพื่อซื้อเวลา
  5. อย่าลืมระบบ ERP ตรวจสอบว่าระบบ ERP ที่ใช้อยู่รองรับ Java เวอร์ชันใหม่หรือไม่

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาระบบ ERP ที่ทันสมัยและมีทีมงานดูแลเทคโนโลยีพื้นฐานให้อย่างต่อเนื่อง Saeree ERP โดยบริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด พร้อมให้คำปรึกษาและบริการครบวงจร

แหล่งอ้างอิง

ต้องการคำปรึกษาเรื่องการอัปเกรด Java สำหรับระบบ ERP?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Grand Linux Solution ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอคำปรึกษาฟรี

โทร 02-347-7730 | sale@grandlinux.com

Saeree ERP Team

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ ERP จากบริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านระบบ ERP ครบวงจร