- 24
- กุมภาพันธ์
ปี 2569 ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนปฏิทิน — แต่เป็น เส้นตาย (Deadline) ที่รัฐบาลไทยตั้งไว้ ว่าทุกหน่วยงานราชการจะต้องปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้ยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 และแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล รัฐบาลได้จัดสรรงบลงทุนด้าน Digital Infrastructure กว่า 5 แสนล้านบาท เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่า เศรษฐกิจดิจิทัลไทยมีมูลค่าสูงถึง 5.6 ล้านล้านบาท เติบโต 4.2% ซึ่งเร็วกว่าอัตราการเติบโตของ GDP ถึง 2 เท่า
แต่คำถามสำคัญคือ — หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่พร้อมแล้วหรือยัง? และถ้าจะเริ่ม Digital Transformation ควรเริ่มจากตรงไหน? บทความนี้จะอธิบายว่าทำไม ERP (Enterprise Resource Planning) ถึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด ของการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Government
สถานการณ์ปัจจุบัน — หน่วยงานรัฐอยู่ตรงไหน?
แม้รัฐบาลจะมีนโยบายชัดเจน แต่ความเป็นจริงในหลายหน่วยงานยังคง ห่างไกลจากคำว่า "ดิจิทัล" อย่างมาก:
- ยังใช้ Excel เป็นเครื่องมือหลัก — ตั้งแต่การบันทึกบัญชี การจัดทำงบประมาณ ไปจนถึงการติดตามพัสดุ ทุกอย่างอยู่ในไฟล์ Excel ที่กระจายอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของแต่ละคน
- เอกสารกระดาษยังเป็นหลัก — ใบเบิก ใบสั่งซื้อ ใบตรวจรับ ยังต้องพิมพ์ออกมา ลงนาม เดินเรื่องผ่านหลายโต๊ะ ใช้เวลาเป็นสัปดาห์
- ระบบ Manual ที่พึ่งพาคนเฉพาะทาง — เมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นลาออกหรือเกษียณ ความรู้ก็หายไปด้วย ไม่มีระบบที่บันทึกกระบวนการไว้
- ข้อมูลกระจัดกระจาย — ฝ่ายการเงินมีข้อมูลชุดหนึ่ง ฝ่ายพัสดุอีกชุด ฝ่ายบุคคลอีกชุด ไม่มีจุดเชื่อมต่อ ทำให้รายงานภาพรวมทำได้ยากมาก
เปรียบเทียบ: ระบบ Manual vs ระบบ Digital (ERP)
| ด้าน | ระบบ Manual (Excel/กระดาษ) | ระบบ Digital (ERP) |
|---|---|---|
| การจัดเก็บข้อมูล | กระจายในไฟล์/โฟลเดอร์ส่วนตัว | ฐานข้อมูลกลาง เข้าถึงได้ทุกฝ่าย |
| การออกรายงาน | ใช้เวลา 3-7 วัน รวบรวมจากหลายแหล่ง | Real-time กดปุ่มเดียวได้ทันที |
| การตรวจสอบ | ย้อนกลับยาก ไม่มี Audit Trail | ทุกรายการมี Audit Trail สมบูรณ์ |
| ความเสี่ยง | ข้อมูลหาย ไฟล์เสียหาย คนลาออกข้อมูลหายไปด้วย | สำรองข้อมูลอัตโนมัติ ไม่ผูกกับบุคคล |
| ความโปร่งใส | ข้อมูลแก้ไขได้โดยไม่มีร่องรอย | ทุกการแก้ไขถูกบันทึก ตรวจสอบได้ |
| การเชื่อมต่อระบบอื่น | ทำไม่ได้หรือทำได้ยากมาก | เชื่อมต่อ API กับระบบภายนอกได้ |
5 เหตุผลที่ ERP เป็นจุดเริ่มต้นของ Digital Government
หลายหน่วยงานเข้าใจว่า Digital Government คือการสร้างแอปหน้าบ้านให้ประชาชนใช้ — แต่ความจริงแล้ว ระบบหลังบ้าน (Back Office) ที่แข็งแรงต่างหากคือรากฐาน และ ERP คือระบบหลังบ้านที่ครอบคลุมที่สุด
1. รวมศูนย์ข้อมูล — การเงิน, พัสดุ, บุคลากร อยู่ในระบบเดียว
ปัญหาใหญ่ที่สุดของหน่วยงานรัฐคือ ข้อมูลอยู่กระจัดกระจาย ฝ่ายการเงินใช้ระบบหนึ่ง ฝ่ายพัสดุใช้อีกระบบ ฝ่าย HR ใช้ Excel ทำให้ไม่มีใครเห็นภาพรวมขององค์กร ERP แก้ปัญหานี้โดยรวมทุกอย่างไว้ในฐานข้อมูลเดียว เมื่อฝ่ายพัสดุรับของ ฝ่ายการเงินเห็นทันที เมื่อ HR อนุมัติอัตรากำลัง ฝ่ายงบประมาณเห็นผลกระทบทันที
2. รายงานแบบ Real-time — ผู้บริหารเห็นข้อมูลทันที ไม่ต้องรอสิ้นเดือน
ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐมักจะ เห็นตัวเลขช้าไปหลายสัปดาห์ เพราะต้องรอให้แต่ละฝ่ายรวบรวมข้อมูลส่งมา ด้วย ERP ข้อมูลถูกบันทึกเข้าระบบตั้งแต่ต้นทาง — เมื่อเจ้าหน้าที่พัสดุบันทึกรายการ เมื่อฝ่ายการเงินตั้งหนี้ เมื่อฝ่ายบุคคลบันทึกการลา — ทุกอย่างรวมเป็น Dashboard ที่ผู้บริหารเปิดดูได้ทันที ไม่ต้องโทรถาม ไม่ต้องรอ Email
3. ตรวจสอบย้อนกลับได้ — Audit Trail ทุกรายการ ตอบ สตง. ได้
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบหน่วยงานรัฐทุกปี และสิ่งที่ สตง. ต้องการมากที่สุดคือ ร่องรอยหลักฐาน (Audit Trail) — ใครทำรายการอะไร เมื่อไหร่ อนุมัติโดยใคร ERP บันทึกทุกรายการโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่ใครเป็นคนสร้างเอกสาร ใครอนุมัติ วันเวลาที่ทำรายการ จนถึงประวัติการแก้ไข ทำให้การตอบข้อสังเกตของ สตง. เป็นเรื่องง่าย — แค่ดึงข้อมูลจากระบบ ไม่ต้องค้นกระดาษ
4. รองรับระเบียบภาครัฐ — ผังบัญชีกรมบัญชีกลาง, พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 2560
หน่วยงานรัฐไม่เหมือนเอกชน — ต้องทำงานภายใต้ ระเบียบที่เข้มงวดกว่ามาก:
- ผังบัญชีตามกรมบัญชีกลาง — ต้องลงบัญชีตามผังที่กรมบัญชีกลางกำหนด ซึ่ง ERP สำหรับภาครัฐจะตั้งค่าผังบัญชีนี้ไว้ในระบบตั้งแต่แรก
- พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 — กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต้องผ่านขั้นตอนตามกฎหมาย ERP ช่วยให้กระบวนการเหล่านี้เป็นระบบ ไม่ข้ามขั้นตอน
- ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง — การเบิกจ่ายต้องมีเอกสารครบถ้วน ERP สร้างเอกสารเหล่านี้โดยอัตโนมัติ
5. เป็นฐานสำหรับ AI ในอนาคต — เมื่อข้อมูลอยู่ในระบบ ต่อยอด AI ได้ทันที
AI ทำงานได้ดีเมื่อมี ข้อมูลที่มีคุณภาพ จัดเก็บอย่างเป็นระบบ หน่วยงานที่ยังใช้ Excel และกระดาษ ไม่มีทางนำ AI มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะข้อมูลไม่พร้อม แต่หน่วยงานที่ใช้ ERP จะมีข้อมูลหลายปีอยู่ในฐานข้อมูลที่เป็นระเบียบ — พร้อมที่จะนำไปวิเคราะห์ด้วย AI ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการพยากรณ์งบประมาณ การตรวจจับความผิดปกติ หรือการแนะนำการตัดสินใจ ERP คือรากฐานที่ทำให้ AI ทำงานได้จริง
Digital Government ไม่ได้เริ่มจากแอปหน้าบ้าน — แต่ต้องเริ่มจากระบบหลังบ้านที่แข็งแรง เมื่อระบบหลังบ้านพร้อม ระบบหน้าบ้านจะตามมาได้อย่างง่ายดาย
กรณีศึกษา: หน่วยงานรัฐที่ใช้ Saeree ERP แล้ว
Saeree ERP ถูกพัฒนาโดยบริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานกับหน่วยงานภาครัฐมากว่า 10 ปี ปัจจุบันมีหน่วยงานรัฐที่ใช้ Saeree ERP แล้วหลายแห่ง:
| หน่วยงาน | โมดูลที่ใช้ | ผลลัพธ์ที่ได้ |
|---|---|---|
| สป.อว. (MHESI) สำนักงานปลัดกระทรวง อว. |
การเงิน, พัสดุ, HR, ระบบลาออนไลน์ (DPIS Integration) | เชื่อมต่อระบบลากับ DPIS ของ กพ. ได้สำเร็จ ลดงานซ้ำซ้อน |
| อบก. (TGO) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก |
การเงิน, บัญชี, พัสดุ, งบประมาณ | ลดเวลาปิดงบจากหลายสัปดาห์เหลือไม่กี่วัน |
| สวช. (NVI) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ |
การเงิน, พัสดุ, บัญชี | จัดซื้อจัดจ้างถูกระเบียบ ตรวจสอบย้อนกลับได้ครบ |
| กองทุนพัฒนาสื่อฯ (TMF) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ |
การเงิน, บัญชี, งบประมาณ | รายงานการเงินตรงตามมาตรฐาน ตอบ สตง. ได้ครบถ้วน |
| คุรุสภา สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา |
การเงิน, พัสดุ | ระบบจัดซื้อจัดจ้างเป็นระบบ ลดข้อผิดพลาดจากการทำงาน Manual |
หน่วยงานเหล่านี้ล้วนเริ่มจากจุดเดียวกัน คือ ระบบหลังบ้าน — การเงิน พัสดุ บัญชี — แล้วค่อยขยายไปยังโมดูลอื่นๆ เช่น HR, BI, และระบบเชื่อมต่อภายนอก ไม่มีหน่วยงานไหนที่ทำทุกอย่างพร้อมกันในวันเดียว แต่ทุกหน่วยงานที่เริ่มแล้วได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
- ทีมงาน Saeree ERP
Roadmap: จะเริ่ม Digital Transformation อย่างไร
สำหรับหน่วยงานที่ยังไม่เคยใช้ระบบ ERP ไม่ต้องตกใจ — สามารถเริ่มได้ทีละขั้น ตาม Roadmap นี้:
ขั้นที่ 1: สำรวจระบบปัจจุบัน (AS-IS Analysis)
ก่อนจะเปลี่ยนอะไร ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้ทำงานอย่างไร:
- แต่ละฝ่ายใช้เครื่องมืออะไร? (Excel, กระดาษ, ระบบเก่าที่มีอยู่)
- กระบวนการทำงานเป็นอย่างไร? ใช้เวลาแต่ละขั้นตอนเท่าไหร่?
- จุดที่เป็น Pain Point มากที่สุดคืออะไร? (ช้า, ผิดพลาดบ่อย, ตรวจสอบไม่ได้)
- มีข้อมูลอะไรบ้างที่ต้องย้ายเข้าระบบใหม่?
ขั้นที่ 2: เลือก ERP ที่รองรับระเบียบภาครัฐ
ไม่ใช่ ERP ทุกตัวที่เหมาะกับภาครัฐ ต้องเลือกระบบที่:
- รองรับผังบัญชีกรมบัญชีกลาง — ไม่ต้องปรับแต่งผังบัญชีเอง
- รองรับ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 2560 — กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างครบถ้วนตามกฎหมาย
- รองรับภาษาไทย — ทั้งหน้าจอและรายงาน
- มีทีมสนับสนุนในไทย — ไม่ใช่ระบบจากต่างประเทศที่ต้องรอ Support ข้ามโซนเวลา
ขั้นที่ 3: Implement ทีละโมดูล (เริ่มจากการเงิน-พัสดุ)
อย่าพยายามทำทุกอย่างพร้อมกัน — เริ่มจากโมดูลที่มีผลกระทบสูงสุดก่อน:
- โมดูลการเงินและบัญชี — เป็นแกนกลางของทุกหน่วยงาน
- โมดูลพัสดุและจัดซื้อจัดจ้าง — ลดความเสี่ยงด้านการจัดซื้อ ตอบ สตง. ได้
- โมดูลงบประมาณ — เชื่อมต่อกับการเงิน ควบคุมการเบิกจ่ายตามงบที่ได้รับ
ขั้นที่ 4: ฝึกอบรมบุคลากร
ระบบดีแค่ไหน ถ้าคนไม่ใช้ก็ไม่มีประโยชน์ การฝึกอบรมต้อง:
- ฝึกตามบทบาท — เจ้าหน้าที่พัสดุฝึกเฉพาะโมดูลพัสดุ ไม่ต้องฝึกทุกอย่าง
- ฝึกด้วยข้อมูลจริง — ไม่ใช่ข้อมูลทดสอบ ให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าใช้กับงานจริงได้
- มี User Manual ภาษาไทย — ให้เจ้าหน้าที่กลับไปทบทวนได้เอง
- มี Helpdesk รองรับ — ช่วงแรกจะมีคำถามเยอะ ต้องมีทีมสนับสนุนพร้อม
ขั้นที่ 5: ขยายไปโมดูลอื่น (HR, BI)
เมื่อโมดูลหลักเสถียรแล้ว จึงค่อยขยาย:
- โมดูล HR — บริหารบุคลากร ระบบลา การประเมินผลงาน
- ระบบ BI (Business Intelligence) — Dashboard สำหรับผู้บริหาร วิเคราะห์แนวโน้ม
- เชื่อมต่อระบบภายนอก — GFMIS, DPIS, e-GP หรือระบบอื่นๆ ตามที่จำเป็น
Roadmap สรุป:
| ขั้นตอน | ระยะเวลาโดยประมาณ | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| 1. สำรวจ AS-IS | 2-4 สัปดาห์ | เข้าใจสถานะปัจจุบัน + Gap Analysis |
| 2. เลือก ERP + วางแผน | 4-6 สัปดาห์ | TOR + แผน Implementation |
| 3. Implement โมดูลหลัก | 3-6 เดือน | ระบบการเงิน-พัสดุ Go-live |
| 4. ฝึกอบรม + Stabilize | 1-2 เดือน | เจ้าหน้าที่ใช้งานได้คล่อง |
| 5. ขยายโมดูล | ต่อเนื่อง | HR, BI, เชื่อมต่อระบบภายนอก |
สรุป — ปี 2569 คือ Deadline ที่รอไม่ได้
เป้าหมาย Digital Government ไม่ใช่แค่วิสัยทัศน์ — แต่เป็น ความจำเป็นเร่งด่วน ที่มีกำหนดเวลาชัดเจน หน่วยงานรัฐที่ยังทำงานด้วย Excel และกระดาษ กำลังเผชิญกับความเสี่ยงหลายด้าน:
- ไม่สามารถตอบ สตง. ได้ทันเวลา — เพราะข้อมูลไม่อยู่ในระบบ
- ไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบกลางของรัฐได้ — เมื่อระบบ e-Government ขยายตัว หน่วยงานที่ไม่มีระบบจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
- สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน — ในการดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่ที่คาดหวังเครื่องมือทำงานที่ทันสมัย
ERP คือจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง — เพราะเป็นระบบที่ครอบคลุมงานหลักขององค์กร (การเงิน พัสดุ บัญชี งบประมาณ HR) รองรับระเบียบภาครัฐ ตรวจสอบได้ และเป็นฐานสำหรับการต่อยอดในอนาคต
หน่วยงานที่ยังไม่เริ่ม — ต้องเริ่มวันนี้ ไม่ใช่เพราะมันดี แต่เพราะมัน จำเป็น
