- 23
- กุมภาพันธ์
หน่วยงานภาครัฐไทยจำนวนมากกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Government ระบบ ERP เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการภายใน ครอบคลุมตั้งแต่ระบบการเงินและบัญชี ระบบจัดซื้อจัดจ้าง ระบบพัสดุ ไปจนถึงระบบบริหารทรัพยากรบุคคล คำถามที่มักได้ยินคือ "Odoo ดีไหม? เป็น Open Source ฟรี ทำไมไม่ใช้?" บทความนี้จะเปรียบเทียบ Saeree ERP กับ Odoo อย่างตรงไปตรงมา เน้นมุมมองที่หน่วยงานภาครัฐไทยต้องพิจารณาเป็นพิเศษ
Odoo คืออะไร?
Odoo SA ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 2005 ที่ประเทศเบลเยียม (เดิมชื่อ TinyERP จากนั้นเปลี่ยนเป็น OpenERP และสุดท้ายเปลี่ยนเป็น Odoo) เป็น Open Source ERP ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก มีผู้ใช้งานกว่า 12 ล้านรายทั่วโลก
Odoo มี 2 เวอร์ชัน:
- Community Edition — ฟรี แต่จำกัดฟีเจอร์ (ไม่มี Accounting reports, Studio, Quality, MRP Work Center ฯลฯ)
- Enterprise Edition — เสียค่า License ต่อ User ต่อปี มีฟีเจอร์ครบถ้วน
จุดแข็งของ Odoo: เป็น Open Source, โมดูลหลากหลายมากกว่า 60 โมดูล, Community ขนาดใหญ่, UI สวยงามทันสมัย
จุดอ่อนของ Odoo สำหรับภาครัฐไทย
- ภาษาไทยใน UI แปลไม่สมบูรณ์ — เมนู รายงาน เอกสารหลายส่วนยังเป็นภาษาอังกฤษ
- รายงานและเอกสาร (ใบสั่งซื้อ ใบเสร็จ ฯลฯ) ต้องปรับ template เอง
- ไม่รองรับกฎหมาย/ระเบียบไทยเป็นค่า default เช่น พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 2560
- Thai Localization ต้องพึ่ง community module ซึ่งอาจไม่มีผู้ดูแลต่อเนื่อง
Saeree ERP คืออะไร?
Saeree ERP พัฒนาโดย บริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด (Grand Linux Solution Co., Ltd.) เป็นระบบ ERP ที่ ออกแบบสำหรับองค์กรไทยโดยเฉพาะ ทั้งภาษาไทย 100% ผังบัญชีตามมาตรฐานกรมบัญชีกลาง ระบบจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ. และระบบบุคลากรตามระเบียบข้าราชการ
Saeree ERP ได้รับรองมาตรฐาน ISO/IEC 29110 จาก TUV NORD ครบรอบ 10 ปีต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหลักประกันด้านคุณภาพกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์
ลูกค้าภาครัฐที่ใช้งาน Saeree ERP:
- สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว. / MHESI)
- องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก. / TGO)
- องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (พว. / NSM)
- กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (TMF)
- สกสค. (OTEP)
- K C Mahanakorn
- เจริญ เคเบิลทีวี ฯลฯ
ตารางเปรียบเทียบ Saeree ERP vs Odoo — มุมภาครัฐไทย
ตารางต่อไปนี้เปรียบเทียบ Saeree ERP กับ Odoo ในประเด็นที่หน่วยงานภาครัฐไทยต้องพิจารณา:
| ประเด็น | Saeree ERP | Odoo |
|---|---|---|
| ภาษาไทย (UI, เอกสาร, รายงาน) | รองรับ 100% ทั้ง UI เมนู เอกสาร รายงาน | UI แปลบางส่วน รายงาน/เอกสารต้องปรับเอง |
| ผังบัญชีภาครัฐ (กรมบัญชีกลาง) | ตั้งค่าผังบัญชีตามมาตรฐานกรมบัญชีกลางมาแล้ว | ต้อง customize ผังบัญชีเอง |
| ระบบจัดซื้อจัดจ้าง (พ.ร.บ. 2560) | รองรับ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 2560 ครบวงจร | ไม่รองรับเป็นค่า default ต้อง customize |
| ระบบบุคลากร / สิทธิ์การลา | รองรับระเบียบข้าราชการ เชื่อมต่อ DPIS คืนสิทธิ์ลาอัตโนมัติ | ต้อง customize ตามกฎหมายไทย ไม่มี DPIS |
| ระบบพัสดุและคลังสินค้า | รองรับรูปแบบเอกสารราชการไทย | ต้องปรับ template เอกสาร |
| การ Deploy | On-premise / Private Cloud | On-premise / Cloud ทั้งสองแบบ |
| ทีม Support ในไทย | ทีมคนไทย สื่อสารภาษาไทย ตอบเร็ว | Partner ไทยมีจำกัด Support หลักเป็นอังกฤษ |
| Open Source | Proprietary (ลิขสิทธิ์เฉพาะ) | Community Edition ฟรี |
| ต้นทุนรวม (TCO) 3 ปี | ค่า License + Support รวมใน package | ฟรี (CE) แต่ค่า customize + hosting + consultant สูง |
| มาตรฐานคุณภาพ | ISO/IEC 29110 (TUV NORD) 10 ปีต่อเนื่อง | ไม่มีรับรองจากสถาบันภายนอก |
| ผลงานภาครัฐไทย | 10+ หน่วยงาน (reference ได้) | มีบ้าง แต่ reference ภาครัฐไทยน้อย |
| ระยะเวลา Implement | 3-6 เดือน | 3-12 เดือน (ขึ้นกับ customize) |
5 ประเด็นที่ภาครัฐต้องพิจารณาเป็นพิเศษ
- ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ — Odoo ไม่รองรับ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 2560 เป็นค่า default ต้องจ้างพัฒนาเพิ่ม ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงและไม่มีผู้รับผิดชอบ update เมื่อกฎหมายเปลี่ยน
- ผังบัญชีและรูปแบบรายงานการเงินภาครัฐ — ต้องตรงตามมาตรฐานกรมบัญชีกลาง Saeree ERP ตั้งค่ามาแล้ว Odoo ต้องสร้างเอง
- ระบบสิทธิ์การลาตามระเบียบข้าราชการ — ลาป่วย ลากิจ ลาพักผ่อน ลาคลอด ฯลฯ แต่ละประเภทมีเงื่อนไข/เพดานต่างกัน Saeree ERP รองรับและเชื่อมต่อ DPIS ได้
- ความปลอดภัยและ PDPA — ข้อมูลบุคลากรเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ต้อง deploy on-premise หรือ private cloud ที่อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กร
- ทีม Support ที่สื่อสารภาษาไทย — เมื่อเกิดปัญหาเร่งด่วน (เช่น ปิดงบไม่ได้ พัสดุค้าง) ต้องมีทีมที่เข้าใจบริบทราชการไทยและสื่อสารภาษาไทยได้ทันที
เมื่อไหร่ควรเลือก Odoo? เมื่อไหร่ควรเลือก Saeree ERP?
| สถานการณ์ | แนะนำ |
|---|---|
| หน่วยงานภาครัฐ ต้องใช้ผังบัญชีกรมบัญชีกลาง | Saeree ERP |
| ต้องรองรับ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 2560 | Saeree ERP |
| ต้องการระบบ HR/ลา ตามระเบียบข้าราชการ | Saeree ERP |
| ต้องการ Support ภาษาไทย ตอบเร็ว | Saeree ERP |
| สตาร์ทอัพ/SME ต้องการทดลองใช้ฟรี | Odoo Community |
| องค์กรที่มีทีม Developer เขียน Python ได้เอง | Odoo |
| ต้องการ Source Code เพื่อพัฒนาต่อเอง | Odoo Community |
| ธุรกิจเอกชนที่ไม่ต้องตามระเบียบราชการ | ขึ้นอยู่กับความต้องการ |
จุดที่ Odoo ทำได้ดี — เพื่อความเป็นธรรม
- UI สวยงาม ทันสมัย UX ดี — Odoo มี Interface ที่ใช้งานง่าย ดูสะอาดตา เป็นหนึ่งในจุดแข็งที่ผู้ใช้ชื่นชมมากที่สุด
- โมดูลหลากหลาย 60+ — ครอบคลุม CRM, eCommerce, Website Builder, Project, Point of Sale (PoS) และอีกมากมาย
- Community ขนาดใหญ่ — มี module เสริมจาก community มากมาย สามารถหา solution จาก Odoo App Store ได้
- เหมาะกับสตาร์ทอัพ/SME — ที่ต้องการทดลองใช้ฟรีและมีทีม IT ที่พัฒนา Python ได้
สำหรับหน่วยงานภาครัฐไทย สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ว่าระบบ "ฟรี" หรือไม่ แต่คือระบบรองรับระเบียบราชการไทยได้ครบถ้วนหรือไม่ มี reference จากหน่วยงานอื่นหรือไม่ และเมื่อมีปัญหาจะมีทีมมาช่วยแก้ไขได้ทันท่วงทีหรือไม่
- ทีมงาน Saeree ERP
สรุป — Saeree ERP vs Odoo สำหรับภาครัฐ
- Odoo เป็น Open Source ERP ที่ดี — แต่ออกแบบมาสำหรับตลาดโลก ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับระเบียบราชการไทย
- Saeree ERP ออกแบบมาสำหรับองค์กรไทย — รองรับผังบัญชีกรมบัญชีกลาง จัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ. และระบบบุคลากรตามระเบียบข้าราชการ ตั้งแต่แรก
- ต้นทุนรวม (TCO) ไม่ได้ถูกกว่าเสมอไป — Odoo ฟรีก็จริง แต่ค่า customize + consultant + hosting รวม 3 ปี อาจสูงกว่า Saeree ERP ที่รวมทุกอย่างไว้แล้ว
- Reference ภาครัฐสำคัญ — Saeree ERP มีผลงานภาครัฐ 10+ หน่วยงาน reference ได้ ขณะที่ Odoo reference ภาครัฐไทยมีจำกัด
- ก่อนตัดสินใจ ควรขอ Demo — ทดลองจริงกับข้อมูลจริงดีกว่าอ่านรีวิว
หากหน่วยงานของคุณกำลังพิจารณาเลือกระบบ ERP และต้องการเปรียบเทียบกับ Odoo อย่างละเอียด สามารถนัดหมาย Demo หรือติดต่อทีมที่ปรึกษาเพื่อวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
