Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ติดต่อเรา

บทความ: Open-Source AI vs Commercial AI

Open-Source AI vs Commercial AI — องค์กรไทยควรเลือกแบบไหน?
  • 23
  • กุมภาพันธ์

ในยุคที่ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปเอกสาร หรือการสร้าง Chatbot ภายใน — คำถามที่องค์กรไทยต้องเผชิญคือ: ควรเลือกใช้ AI แบบ Commercial (Closed Source) ที่พร้อมใช้งานทันที หรือ AI แบบ Open Source ที่ปรับแต่งได้เต็มที่? บทความนี้จะเปรียบเทียบทั้งสองแนวทางอย่างตรงไปตรงมา พร้อมแนะนำ Hybrid Approach ที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กรไทย

Commercial AI (Closed Source) — พร้อมใช้งานทันที

Commercial AI คือบริการ AI ที่พัฒนาโดยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ผู้ใช้งานเข้าถึงผ่าน API หรือแพลตฟอร์มเฉพาะ โดย ไม่สามารถเข้าถึงซอร์สโค้ดหรือ model weights ได้ — ผู้ให้บริการหลักในปัจจุบัน ได้แก่:

ผู้ให้บริการ Commercial AI หลัก

  • OpenAI (GPT-4o, ChatGPT API) — ผู้บุกเบิกตลาด LLM ระดับโลก มี API ที่ใช้งานง่าย รองรับภาษาไทยในระดับดี ecosystem ของ developer กว้างขวางที่สุด
  • Anthropic (Claude API) — เน้นด้าน AI Safety มี Context Window ยาวมาก (สูงสุด 200K tokens) เหมาะกับงานวิเคราะห์เอกสารยาวๆ และงาน Coding
  • Google (Gemini API, Vertex AI) — เชื่อมต่อกับ Google Cloud Ecosystem ได้ดี มี Multimodal (ภาพ+เสียง+ข้อความ) และ Search Grounding ที่แข็งแกร่ง
  • Microsoft (Azure OpenAI Service) — ให้บริการ GPT-4o ผ่าน Azure Cloud มี Data Residency Option และ Compliance Certifications ที่องค์กรขนาดใหญ่ต้องการ

ข้อดีของ Commercial AI:

  • ประสิทธิภาพสูงมาก — โมเดลถูกฝึกด้วยข้อมูลมหาศาลและ Compute ระดับ Data Center ขนาดใหญ่
  • ใช้งานง่าย ไม่ต้องมีทีม ML — เรียกผ่าน API ได้ทันที ไม่ต้องจัดการ Infrastructure
  • มี Support และ SLA — มีทีมซัพพอร์ตและ Service Level Agreement สำหรับองค์กร
  • อัพเดทต่อเนื่อง — ผู้ให้บริการปรับปรุงโมเดลอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

ข้อเสียของ Commercial AI:

  • ข้อมูลออกนอกองค์กร — ทุก Prompt และ Response ถูกส่งไปประมวลผลบน Cloud ของผู้ให้บริการ ซึ่งอาจเป็นปัญหาด้าน PDPA และความลับทางธุรกิจ
  • ค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง — จ่ายตาม Token ที่ใช้ ยิ่งใช้มากยิ่งแพง และราคาอาจปรับขึ้นได้ทุกเมื่อ
  • Vendor Lock-in — เมื่อสร้าง Prompt Template, Fine-tuning หรือ Workflow บน Platform ใดแล้ว การย้ายไปผู้ให้บริการอื่นมีต้นทุนสูง
  • ปรับแต่งได้จำกัด — ไม่สามารถแก้ไข Model Weights หรือปรับแต่งพฤติกรรมของโมเดลได้ลึกเท่า Open Source

Open-Source AI — ควบคุมได้ทั้งหมด

Open-Source AI คือโมเดล AI ที่เปิดเผย Model Weights, ซอร์สโค้ด และเอกสารประกอบ ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดไปใช้งาน ปรับแต่ง และ Deploy บน Infrastructure ของตัวเองได้อย่างอิสระ — ตัวเลือกที่น่าสนใจในปัจจุบัน:

โมเดล Open-Source AI ที่น่าสนใจ

  • Meta Llama 3 / 3.1 — โมเดลจาก Meta (Facebook) ที่เปิดให้ใช้งานฟรี มีหลายขนาดตั้งแต่ 8B ถึง 405B parameters ประสิทธิภาพเทียบเคียง GPT-4 class ในบางงาน Community ใหญ่มาก
  • Mistral / Mixtral — โมเดลจากฝรั่งเศสที่มีประสิทธิภาพสูงเมื่อเทียบกับขนาด ใช้ Mixture of Experts (MoE) Architecture ทำให้เร็วและประหยัด Resource
  • Typhoon (SCB 10X)โมเดล AI ภาษาไทยโดยเฉพาะ พัฒนาโดย SCB 10X (ในเครือ SCB) ฝึกด้วยข้อมูลภาษาไทยจำนวนมาก ทำให้เข้าใจบริบทไทย สำนวนไทย และความแตกต่างทางวัฒนธรรมได้ดีกว่าโมเดลต่างประเทศ
  • OpenThaiGPT — โครงการ Open Source จากชุมชนนักพัฒนาไทย เน้นสร้าง LLM ที่เข้าใจภาษาไทย เหมาะสำหรับงานวิจัยและการเรียนรู้

ข้อดีของ Open-Source AI:

  • ข้อมูลอยู่ภายในองค์กร 100% — Deploy บน Server ของตัวเอง ข้อมูลไม่ออกนอกองค์กรแม้แต่ byte เดียว
  • ปรับแต่งได้ไม่จำกัด — Fine-tune ด้วยข้อมูลเฉพาะองค์กร ปรับ Model Behavior ได้ตามต้องการ
  • ไม่มีค่า API — เมื่อ Setup เสร็จแล้ว ใช้ได้ไม่จำกัดโดยไม่ต้องจ่ายค่า Token
  • ไม่มี Vendor Lock-in — สามารถเปลี่ยนโมเดลหรือผู้ให้บริการ Infrastructure ได้ตลอดเวลา
  • PDPA Compliance ง่าย — ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ 100% เพราะทุกอย่างอยู่ภายใน

ข้อเสียของ Open-Source AI:

  • ต้องมี GPU/Infrastructure — การรันโมเดลขนาดใหญ่ต้องใช้ GPU ที่มีหน่วยความจำสูง (เช่น NVIDIA A100, H100) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงในการจัดหา
  • ต้องมีทีม ML/DevOps — ต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการ Deploy, Fine-tune และดูแลรักษา
  • ประสิทธิภาพอาจต่ำกว่า — โมเดล Open Source ขนาดเล็ก-กลางมักมีประสิทธิภาพต่ำกว่า Commercial AI ระดับ Frontier
  • ต้องอัพเดทเอง — ต้องติดตามเวอร์ชันใหม่ ทดสอบ และ Deploy ด้วยตัวเอง

ตารางเปรียบเทียบ Open-Source AI vs Commercial AI

หัวข้อ Commercial AI Open-Source AI
ข้อมูลองค์กร ส่งไป Cloud ของผู้ให้บริการ อยู่ภายในองค์กร 100%
ค่าใช้จ่าย จ่ายตาม Token/Usage ต่อเนื่อง ค่า Infrastructure + ค่าบุคลากร
ประสิทธิภาพ สูงมาก (Frontier Level) ดี - ดีมาก (ขึ้นกับขนาดโมเดล)
ปรับแต่ง จำกัด (Fine-tune เฉพาะที่ผู้ให้บริการอนุญาต) ไม่จำกัด (แก้ไขได้ทุกอย่าง)
ภาษาไทย ดี (GPT-4o, Claude ทำได้ดี) Typhoon ดีมาก (เชี่ยวชาญภาษาไทยโดยเฉพาะ)
PDPA Compliance ขึ้นกับ DPA (Data Processing Agreement) กับผู้ให้บริการ ควบคุมได้ 100%
เวลาเริ่มใช้งาน ใช้ได้ทันที (นาที) ต้อง Setup (วัน - สัปดาห์)
ทีมที่ต้องการ Developer ทั่วไปก็ใช้ได้ ต้องมี ML Engineer / DevOps
Vendor Lock-in สูง ไม่มี

Hybrid Approach — ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรไทย

ในทางปฏิบัติ องค์กรส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเลือกแค่ทางเดียว — Hybrid Approach ที่ใช้ทั้ง Commercial และ Open Source ร่วมกัน มักเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด โดยแบ่งตาม ความอ่อนไหวของข้อมูล และ ลักษณะของงาน:

1. งานทั่วไป (ข้อมูลไม่ลับ) -- ใช้ Commercial API

  • สรุปข่าวสาร ร่างอีเมลภายนอก เขียนเนื้อหาการตลาด
  • ช่วยเขียนโค้ด ตรวจสอบเอกสารทั่วไป
  • ตอบคำถาม FAQ ลูกค้าผ่าน Chatbot
  • ทำไม: ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่ข้อมูลลับ ใช้ Commercial API ได้สะดวกและประสิทธิภาพสูง

2. งานที่มีข้อมูลลับ (Sensitive Data) -- ใช้ Open Source On-Premise

  • วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน งบประมาณ สัญญาลับ
  • ประมวลผลข้อมูลพนักงาน (เงินเดือน ประวัติส่วนตัว)
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าที่อยู่ภายใต้ PDPA
  • ทำไม: ข้อมูลเหล่านี้ต้องอยู่ภายในองค์กร การส่งไป Cloud ภายนอกมีความเสี่ยงด้านกฎหมายและความลับทางธุรกิจ

3. RAG System (Retrieval-Augmented Generation) -- ใช้ทั้งสอง

  • สร้าง Knowledge Base จากเอกสารภายในองค์กร (Open Source)
  • ใช้ Commercial API เป็น LLM สำหรับตอบคำถามจาก Knowledge Base
  • หรือใช้ Open Source LLM ทั้งระบบ ถ้าข้อมูลใน Knowledge Base เป็นข้อมูลลับ
  • ทำไม: RAG ช่วยให้ AI ตอบคำถามได้ถูกต้องตามข้อมูลขององค์กร ลด Hallucination และไม่ต้อง Fine-tune โมเดล

แนวทาง Hybrid ที่แนะนำ:

เริ่มต้นด้วย Commercial API สำหรับงานทั่วไปเพื่อเรียนรู้วิธีใช้ AI ในองค์กร — จากนั้นค่อยๆ ย้ายงานที่มีข้อมูลสำคัญไปใช้ Open Source On-Premise เมื่อทีมพร้อม ไม่ต้องรีบทำทุกอย่างพร้อมกัน

ต้นทุนจริง — เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทั้งสองแนวทาง

มาดูตัวเลขจริงสำหรับองค์กรขนาดกลาง (ใช้งาน AI ระดับปานกลาง ~500K tokens/วัน):

รายการ Commercial API Open Source (On-Premise)
ค่าเริ่มต้น ต่ำ (~0 บาท แค่สมัคร API) สูง (GPU Server 300K-1M+ บาท)
ค่ารายเดือน (API/Infra) ~15,000-50,000 บาท/เดือน ~5,000-15,000 บาท/เดือน (ค่าไฟ+Maintenance)
ค่าบุคลากร (เพิ่มเติม) ไม่จำเป็น (Developer ที่มีอยู่ใช้ได้) ML Engineer 50K-120K+ บาท/เดือน
ต้นทุนรวม ปีที่ 1 ~180,000-600,000 บาท ~960,000-2,640,000 บาท
ต้นทุนรวม ปีที่ 2+ ~180,000-600,000 บาท (เท่าเดิมหรือมากกว่า) ~660,000-1,620,000 บาท (ไม่มีค่า Server แล้ว)
Break-even Open Source คุ้มทุนมากกว่าใน ปีที่ 2-3 ถ้าใช้งานหนัก — แต่ถ้าใช้งานน้อย Commercial คุ้มกว่า

ข้อสังเกตสำคัญ:

ตัวเลขข้างต้นเป็น ประมาณการ ที่ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน ขนาดโมเดล และราคา GPU ณ ปัจจุบัน — หลายองค์กรเลือก GPU Cloud (เช่น RunPod, Vast.ai) แทนการซื้อ Server เอง เพื่อลดค่าเริ่มต้นและเปลี่ยนจาก CapEx เป็น OpEx

ภาษาไทย — จุดแข็งของ Typhoon

สำหรับองค์กรไทยที่ต้องการ AI ที่เข้าใจภาษาไทยจริงๆ Typhoon จาก SCB 10X เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะ:

  • ฝึกด้วย ข้อมูลภาษาไทยจำนวนมาก ทำให้เข้าใจสำนวน ราชาศัพท์ และคำเฉพาะทางได้ดี
  • รองรับ การตัดคำภาษาไทย ได้ถูกต้องกว่าโมเดลต่างประเทศ
  • มี License เปิดให้ใช้เชิงพาณิชย์ ได้
  • ชุมชนนักพัฒนาไทย Active — มีตัวอย่างการ Deploy และ Fine-tune ภาษาไทย

ในขณะที่ Commercial AI อย่าง GPT-4o หรือ Claude ก็รองรับภาษาไทยได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ Typhoon มีความได้เปรียบในงานที่ต้องการ ความเข้าใจบริบทไทยอย่างลึกซึ้ง เช่น การสรุปเอกสารราชการไทย การวิเคราะห์สัญญาภาษาไทย หรือ Chatbot ที่ต้องตอบเป็นภาษาไทยที่เป็นธรรมชาติ

PDPA — ข้อควรรู้เมื่อใช้ AI กับข้อมูลส่วนบุคคล

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบแล้ว — เมื่อองค์กรนำ AI มาใช้กับข้อมูลที่มีข้อมูลส่วนบุคคล ต้องพิจารณา:

ประเด็น PDPA Commercial AI Open Source (On-Premise)
การส่งข้อมูลออกนอกประเทศ ต้องมี DPA + Standard Contractual Clauses ไม่มีปัญหา (ข้อมูลอยู่ภายใน)
สิทธิ์ในการลบข้อมูล ต้องยืนยันกับผู้ให้บริการว่าลบจริง ควบคุมเองได้ทันที
วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล ต้องตรวจสอบ Terms ของผู้ให้บริการ กำหนดเองได้ 100%
Audit Trail ขึ้นกับผู้ให้บริการ ออกแบบ Logging ได้เอง

คำแนะนำสำคัญ:

ถ้าองค์กรต้องประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ลูกค้า หรือคู่ค้า ผ่าน AI — ควรใช้ Open Source On-Premise เป็นหลัก หรือถ้าจะใช้ Commercial API ต้องมั่นใจว่ามี Data Processing Agreement (DPA) ที่ครอบคลุม และตรวจสอบว่าผู้ให้บริการ ไม่นำข้อมูลไปฝึกโมเดล

Saeree ERP — แพลตฟอร์มเปิดที่พร้อมเชื่อมต่อ AI ในอนาคต

ปัจจุบัน Saeree ERP ยังไม่มีฟีเจอร์ AI ในตัว — แต่ด้วยสถาปัตยกรรมแบบเปิด (Open Architecture) ที่ออกแบบมาตั้งแต่ต้น Saeree ERP มีความพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับ AI ได้ในอนาคต:

  • RESTful API — มี API มาตรฐานที่พร้อมเชื่อมต่อกับ AI Service ภายนอก (ทั้ง Commercial และ Open Source)
  • ฐานข้อมูล PostgreSQL — รองรับ pgvector Extension สำหรับ Vector Database ซึ่งเป็นพื้นฐานของ RAG System
  • On-Premise Deployment — ติดตั้งบน Server ขององค์กร ทำให้สามารถเชื่อมต่อ AI On-Premise โดยข้อมูลไม่ต้องออกนอกเครือข่าย
  • Modular Architecture — สามารถเพิ่มโมดูล AI ได้ในอนาคตโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างระบบ

แผนพัฒนา AI ใน Saeree ERP:

ทีมพัฒนา Saeree ERP กำลังศึกษาและวางแผนนำ AI มาเสริมในระบบ ERP โดยเน้นการ เชื่อมต่อกับโมเดล Open Source ที่รองรับภาษาไทย เพื่อให้ข้อมูลขององค์กรอยู่ภายในระบบ — รอติดตามความคืบหน้าได้เร็วๆ นี้

สรุป — เลือกอย่างไรให้เหมาะกับองค์กร

ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว — การเลือกระหว่าง Open Source กับ Commercial AI ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก:

  • ความอ่อนไหวของข้อมูล: ถ้าข้อมูลเป็นความลับ ต้อง On-Premise
  • งบประมาณและทีม: ถ้ายังไม่มีทีม ML ให้เริ่มจาก Commercial API
  • ปริมาณการใช้งาน: ถ้าใช้หนักมาก Open Source คุ้มกว่าในระยะยาว

สำหรับองค์กรไทยส่วนใหญ่ Hybrid Approach คือคำตอบที่เหมาะสมที่สุด — ใช้ Commercial API สำหรับงานทั่วไปที่ต้องการประสิทธิภาพสูง และใช้ Open Source On-Premise สำหรับงานที่มีข้อมูลอ่อนไหว

AI ไม่ใช่เรื่องของ "เลือกข้างใดข้างหนึ่ง" — แต่เป็นเรื่องของการวางกลยุทธ์ให้เหมาะกับบริบทขององค์กร ข้อมูลที่ต้องปกป้อง และทีมที่มีอยู่ Hybrid Approach ช่วยให้คุณได้ประโยชน์จากทั้งสองฝั่ง โดยไม่ต้องเสียสละด้านใดด้านหนึ่ง

- ทีมพัฒนา Saeree ERP

หากองค์กรของคุณสนใจระบบ ERP ที่ออกแบบเป็น Open Platform พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ AI ในอนาคต สามารถนัดหมาย Demo หรือติดต่อทีมที่ปรึกษาเพื่อพูดคุยเพิ่มเติม

สนใจระบบ ERP สำหรับองค์กรของคุณ?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Grand Linux Solution ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอ Demo ฟรี

โทร 02-347-7730 | sale@grandlinux.com

image

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ ERP จากบริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านระบบ ERP ครบวงจร